Dirfix

[Short Fix] . . :: SADDEN LOVE :: . . . . :: Die x Totchi x Kao :: . .

 

 

. . :: SADDEN LOVE :: . .

 

 . . ::   Die  x  Totchi  x  Kao  :: . .

 

 . . ::   By R~Y~O :: . .

 

 

อีกครั้งแล้วที่คาโอรุหอบเสื้อผ้าหนีดายมาอยู่ที่ห้องของผม  สาเหตุมันก็มาจาก การทะเลาะกัน...อีกแล้ว 


‘คาโอรุมาหานายไหมโทชิยะ’

‘รู้เปล่า คาโอรุอยู่ไหน’


ดายที่โทรศัพท์มาหาผมถึงห้องถามย้ำกับผมสองสามรอบ แล้วก็ต้องวางไป เพราะร่างบางที่กระซิบอยู่ข้างๆ  คอยทำปากขมุบขมิบ

“บอกไปเลยว่าชั้นไม่อยู่  บอกดายไปเลยทอจจิ.......บอกไปเลยว่าชั้นเกลียดดายแล้ว ”

ประโยคท้ายที่คาโอรุบอกผม...ผมตัดมันทิ้งไป เพราะแน่ใจ   ถ้าผมบอกดายให้  คงทำให้ร่างบางข้างตัวถึงกับน้ำตาร่วงเป็นแน่.....ก็ปากไว  แต่ใจล่ะ.......รักดายหมดแล้ว......ไม่มีที่เหลือให้ใครอีก........
 
“คาโอรุเหรอ....ไม่รู้สิ....อืม  ถ้ามาแล้ว

ผมโกหกดายอีกแล้ว จนเคยชิน    ทะเลาะกับดายทีไร  คาโอรุก็มาหาผมทุกครั้ง  เช่นเดียวกันกับครั้งนี้ที่ผมต้องดึงสายโทรศัพท์ห้องออกหลังจากวางสายดายไป  ไม่งั้นอีกสักชั่วโมง  ก็ต้องตอบคำถามเดิมๆ อีก 

ดายไม่เคยมาหาผมที่ห้อง เลยไม่เคยรู้ว่าผมโกหก...ในสายตาหมอนั่น  ผมไม่ได้เป็นคู่แข่งที่ดายต้องมาเป็นกังวล  ผมไม่เคยแสดงออกให้ใครรู้ว่ารู้สึก ‘พิเศษ’ กับคาโอรุ  ซึ่งแน่นอนว่าเจ้าตัวก็ยังคงไม่รู้  และไม่มีทางรู้  ก็ไม่เคยคิดจะบอก  ไม่มีทางบอก...มันไม่มีประโยชน์ ผมรู้ดี...

 

“ทะเลาะกันเรื่องไรอีก” ผมถามไป

“ดาย....โกรธฉัน ที่ฉันจะไปยุ่งกับงานของเขา  ฉันก็แค่อยากจะช่วย..” คาโอรุหันมาตอบไป ตาแดงช้ำเพราะน้ำตากระพริบถี่

ผมอยากจะค้านขึ้นจริงๆ  ว่านี่มันเรื่องเดิมไม่ใช่เหรอ  อีกแล้วที่คาโอรุเข้าไปเพื่อช่วยงานของดาย  แต่ว่าถูกดายห้ามไว้ และก็ทะเลาะกัน  เพราะความรั้นของร่างบางนี่

ก็งานที่ว่า....งานของดาย  มันคืองาน  ‘บอดี้การ์ด’ 

งานอันตราย  ถ้าผมเป็นดาย  ผมก็คงทำแบบเดียวกัน รู้ว่าคาโอรุรั้นเพราะเป็นห่วงดาย  อยากไปทำด้วยเพื่อจะได้อยู่ใกล้ๆ ถ้าหากมีอะไรเกิดขึ้น  คาโอรุก็คงอยากปกป้อง....เพราะเป็นคนสำคัญ

พอคิด...ใจมันก็ปวดหนึบๆ ยังกับจะย้ำให้เข้าใจในสถานะของตัวเองมากขึ้นอีก

“งานมันเสี่ยง ดายมันไม่อยากให้นายต้องเสี่ยงไปด้วยหรอก”

“ถ้าดายทำได้ แล้วฉันก็ต้องทำได้สิทอจจิ  ฉันไม่กลัวหรอก”

“มันห่วง นายต้องเข้าใจมัน คาโอรุ” ผมพูดย้ำให้คาโอรุเข้าใจดาย ทั้งที่ผม....ไม่จำเป็นต้องทำเลยก็ได้  แต่ก็ทำ...ด้วยความเต็มใจ 


ถ้าเพื่อคาโอรุ...ไม่ว่าเรื่องไหน  ผมยอม....


ไม่อยากเสียดายเวลาอีก

 

 

เพราะความผิดพลาดครั้งนึง............เคยเป็นบทเรียนมาแล้ว

 

 


‘RR~R’

 

ผมกับคาโอรุต่างพร้อมใจกันนอนหลับบนเตียงแคบๆ ในห้อง  แต่ก็ต้องตื่นมาเพราะริงโทนเพลงมือถือเครื่องผมดังขึ้น  พอตื่นเต็มตาจึงเห็น  มือถือสั่นน้อยๆ อยู่ที่โต๊ะเตี้ยริมหน้าต่าง  ผมปล่อยให้มันเงียบไปเองโดยไม่รับ  ก็รู้ว่าเป็นเสียงริงโทนที่ตั้งไว้เวลามีงานเข้า  เหมือนเป็นการโทรมาเรียกให้ไป  ผมเลยไม่จำเป็นต้องรับ 

“เดี๋ยวฉันออกไปธุระแป๊บนึงนะ”

“วันนี้มีงานถ่ายแบบใช่ไหมทอจจิ”

“อื้อ ก็ต้องถ่ายรูปแฟชั่นชุดน่ะ  คงจะสักพักแหละ  ไม่ต้องรอฉันกินข้าวเย็นนะ” ผมลุกขึ้นไปสวมเสื้อผ้าที่แขวนอยู่หน้าตู้  แจ็คเกตตัวโคร่งกับกางเกงยีนส์ซีด พร้อมกับกระเป๋าเป้  แล้วเดินออกจากห้องไป

คาโอรุยิ้มให้แล้วตามไปส่งถึงหน้าห้อง  พอหันหลังกลับมามองก็ยังคงเห็นร่างนั้นยืนอยู่ที่หน้าประตู

ถ้าหากกลับมา...ก็ยังอยากเห็น ร่างบอบบางที่ยืนรอรับการกลับมาของเขา  แต่ก็คงเป็นการหวังที่มากเกินไป 

 

 


ผมเคาะประตูห้อง......เงียบ   ร่างสูงเพรียวจึงต้องไขกุญแจห้องเข้ามา

มีเพียงแค่ข้อความเล็กๆ ของคาโอรุเขียนอยู่ที่บอร์ด


‘ทอจจจิ  ฉันต้องกลับไปหาดายแล้วล่ะ’

 

ผมถอดเสื้อแจ็คเกตพาดไว้ที่เก้าอี้ตัวที่ร่างบางเคยนั่งอยู่เมื่อตอนสายๆ  อ่านข้อความที่บอร์ดซ้ำไปมาอยู่อย่างนั้น 

 

คืนนี้อากาศเย็น....และคงจะ.........................หนาวไปจนถึงเช้าพรุ่งนี้

 

 


“RR~RR~R”


ริงโทนพิเศษเฉพาะคนๆ เดียวที่เขาตั้งไว้ดังขึ้น  เสียงเปียโนบรรเลงอย่างอ่อนหวาน  ปลุกผมให้ตื่นในตอนบ่ายแก่ๆ

“ครับ...ว่าไง”

“ทอจจิ ว่างอยู่ไหม?” เสียงหวานที่ดังก้องมาจากมือถือ ยิ่งทำให้อาการง่วง หายไปโดยไม่รู้ตัว

“ทายสิ ว่าฉันอยู่ที่ไหน”

“อื้ม...บนสวรรค์”

“บ้าเหรอ...ฉันยังไม่ตายซะหน่อย ไม่งั้นจะโทรมาหานายได้ไง  ฉันอยู่หน้าห้องตะหากเล่า!”

หน้าห้อง....หน้าห้อง

ผมถลาไปที่ประตูห้องด้วยจิตใจที่พองโตจนน่าตกใจ  หน้ากระจ่างใสยืนยิ้มแป้นแล้น  โผเข้ามาหา  ในมือมีบัตร...อะไรสักอย่างชูหราด้วยใบหน้าลิงโลด

“ทอจจิ  วันนี้ว่างไหม..”

คาโอรุทวนคำถามซ้ำ

 

 

ถ้าหากว่ามันไม่ว่าง.....ก็ต้องหาทางทำให้ว่างจนได้แหละน่า

ก็นายเล่น....มัดฉันให้ดิ้นไม่หลุด....แบบนี้ไง

 


“โอ้โห สวยจัง” คาโอรุยิ้ม นิ้วชี้ไปที่ภาพที่อยู่ตรงหน้า  ‘เทพีแห่งรัก’

ภาพวาดที่ถูกบรรจงวาดอย่างงดงาม ผู้หญิงในชุดขาว กับ ปีกยาวสยายของเธอลู่ลมแผ่กางออกกว้าง......สองมือโอบอุ้มบางสิ่งที่สว่างจ้า  ด้วยความทะนุถนอม

“อืม สวยดี”

“ใช่ม้า..ฉันชอบภาพนี้มากเลยล่ะ ตั้งใจมางานนี้เพื่อดูภาพนี้โดยเฉพาะนะ...แต่ดายดันไม่ว่าง เชอะ” คาโอรุบ่นพึมพำในตอนท้าย  ทว่ามันก็ทำให้เข้าใจ  ตัวจริงที่คาโอรุอยากให้มาด้วยไม่ใช่เรา

 

คาโอรุเดินนำ ชวนให้ดูภาพไปเรื่อยๆ ร่างบางยิ้มหวาน...อย่างมีความสุข

 

 

ผม...ก็เกือบจะ....มีความสุข.......................................

 

วันนั้น...............................

 

เป็นวันที่หนาว หิมะตก......................

 

แดดแรงๆ ก็ยังไม่ทำให้หายหนาวไปได้.......................................

 

 


จดหมายรักถูกวางไว้อย่างเรียบร้อยบนโต๊ะเรียนของผม ลายมือเป็นระเบียบเรียบร้อย  บอกให้ผมไปหาที่ห้องดนตรีในเย็นนั้น  เจ้าตัวไม่ได้ลงชื่อไว้  แต่ผมก็รู้ว่าใคร.......

“โทชิยะ เห็นรึยัง  โบว์ชัวร์นี้อ่ะ  เขารับสมัครถึงวันนี้วันสุดท้ายนะเว้ย!! นายสมัครรึยัง” เคียวโบกโบว์ชัวร์ในมือ แล้ววางแหมะลงบนโต๊ะเรียนตรงหน้า

รายละเอียดโบว์ชัวร์ บอกถึงการรับสมัครตากล้องสมัครเล่น ไปร่วมการแข่งขันประกวดภาพถ่ายระดับประเทศ

ผมตาลุก เพิ่งรู้ข่าวนี้จากเคียว

“ในนี้...บอกให้ไปสมัครด้วยตัวเอง  ที่ตึก P ถึงห้าโมงเย็น” ผมอ่านรายละเอียด ไม่ลังเลใจเลยที่จะไป  ความฝันของผมเลยนะ...ถ้าหากโชคดี  ชนะ หรือเข้ารอบลึกๆ ล่ะก็  มีหวัง  ดังระเบิด!

แต่ก็ไม่ได้ลืมเรื่องจดหมายรัก........เอาไว้กลับมา........เดี๋ยวค่อยไปละกัน

 


ไม่ใช่ว่านายไม่สำคัญ

ฉันเสียใจ..................มาตลอด

 


ผมเดินเร็วๆ กึ่งวิ่ง  ไปตามทางเดินไปห้องดนตรี  ตาก็มองนาฬิกาข้อมือ

ไม่ทันแล้ว.......

 

เพราะการสมัครวันสุดท้าย  คนเลยเยอะเป็นพิเศษ  ทำให้ต้องเข้าคิวรอนานมาก  กว่าจะถึงตาผมเอง  รู้สึกร้อนใจสุดๆ ก็ตอนนี้เอง  เย็นมากๆ จนมืดแล้ว  เขา...กำลังจะผิดนัด....คาโอรุ

โทชิยะคิดสรรหาคำพูดขอโทษคาโอรุ และ คำพูดปฏิเสธดีๆ ไว้แล้ว 

ก็เขาคิดกับคาโอรุแค่เพื่อน  ไม่ได้มากไปกว่านั้นเลย


ผมชะลอฝีเท้าลงเมื่อใกล้ถึงห้องดนตรี.....

เสียงบรรเลงเปียโนดังแผ่วออกมาจากห้องนั้น คาโอรุยังคงอยู่ในนั้น........มองจากทางเดินทะลุผ่านกระจกใส  ยังคงเห็นร่างบางดีดเปียโนด้วยท่วงท่าสงบนิ่ง  เสียงเปียโนก้องขึ้นเรื่อยๆ  ตัวโน๊ตที่งดงามถูกบรรเลงได้ไพเราะจนเขาเผลอชะงักเท้า หยุดเดิน  เพื่อฟัง...

เมื่อเสียงเปียโนเงียบลง....ร่างบางก็ก้มหน้าลงกับแป้น  คาโอรุกำลังร้องไห้

.....รู้ว่าคาโอรุร้องไห้ด้วยเรื่องอะไร...เพราะใคร......

เพราะรู้ว่าตัวเองต้องปฏิเสธคาโอรุไปอยู่ดี  ก็เลยไม่แน่ใจ....ไม่กล้าพอที่จะเดินเข้าไปปลอบ

พักใหญ่ที่ร่างบางเอาแต่ร้องไห้ไม่หยุด  ก่อนที่จะออกจากห้อง  เดินไปตามทางเดิน  ออกไปหน้าประตูใหญ่  เขาแค่แอบหลังต้นเสา  ให้คาโอรุเดินผ่านไปก่อน   หน้าเนียนช้ำ  ตาแดง...ในมือถือแผ่นกระดาษ 

พอเดินผ่านถังขยะคาโอรุก็ขยำมันแล้วกว้างทิ้ง....คาโอรุหันกลับมามองอย่างลังเล  แต่แล้วก็วิ่งออกไป

ความสงสัยหายเป็นปลิดทิ้ง  กระดาษแผ่นนั้นเป็นโน้ตเพลง


.............My love By Kaoru................

.............For  Toshiya................

 

มันก็คือเสียงเรียกเข้าของมือถือผม  เสียงเรียกเข้าเวลาคาโอรุโทรเข้า....คาโอรุไม่เคยรู้  เพราะไม่เคยโทรมาจังๆ ตอนอยู่กับผม

กว่าจะรู้ว่าทำเรื่องที่ผิดใหญ่หลวงต่อคาโอรุ

คำว่าขอโทษ...ก็ไม่อาจเรียกความรู้สึกของคาโอรุที่มีต่อเขาให้กลับมาได้อีก.....

กว่าจะรู้ความรู้สึกของตัวเอง...ก็ทำให้คนที่รัก ต้องร้องไห้..........

 


โทชิยะคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย...ก็ต้องสะดุ้งเมื่อเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น  เสียงเปียโนที่กำลังบรรเลงเพลง  my love ดังขึ้น..... ร่างสูงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเบอร์ที่โทรเข้ามา......แล้วก็ผลันนึกขึ้นได้  เงยหน้ามองคนที่เดินนำอยู่

คาโอรุยืนนิ่ง....ทำสีหน้าประหลาดใจ  กับเสียงริงโทนที่ได้ยินเต็มสองหู  เมื่อสักครู่เขากดรับสายดายที่โทรเข้ามา แต่ก็ดันขึ้น missed calls ก่อน  ร่างบางจะโทรกลับ  ด้วยความเร่งรีบจึงกดผิดเบอร์  ไปติดที่โทชิยะ

เพลงของเขา.......เนิ่นนานมาแล้ว  เพลงที่เขาแต่งเอง  เพื่อบอกความรู้สึกกับคน...ตรงหน้า  แล้วไฉนมันถึงมาอยู่ที่....ทอจจิ......หรือว่า.......................

“...วันนั้น...มาด้วยเหรอ...”

ผมพยักหน้ารับด้วยสีหน้าเศร้า  ความรู้สึกผิดตลอดหลายปีมานี่  ในที่สุดก็ไม่ต้องทนเก็บไว้อีกต่อไป

ความจริงก็เป็นเรื่องง่ายๆ ที่จะบอกให้เจ้าตัวได้รับรู้  เพียงแต่ว่า.....พูดไม่ออก.....รับรู้อยู่ตลอดว่าคาโอรุมีดายอยู่แล้วยิ่ง...ไม่ควรจะบอก.....

“ฉัน...ขอโทษ”

คาโอรุส่ายหน้า แล้วจึงยิ้ม...ยิ้มให้  กับเรื่องที่เคยถึงกับทำให้หัวใจสลาย

“นึกๆแล้วก็ขำ...ฉันร้องไห้แทบตาย พอนายไม่มาน่ะทอจจิ....ตอนนั้นพวกเรายังเด็กๆ กันอยู่...ลืมๆ มันไปเหอะเนอะ...แต่มันก็เป็นเรื่องช่วยไม่ได้นี่เนอะ  ก็ทอจจิไม่ได้รักฉันนี่..” คาโอรุพูดไปยิ้มไป แต่ก็จับน้ำเสียงเศร้าได้อยู่ดี

“ใครว่า.......ฉันรักนายตะหาก  เพียงแต่...รู้ตัวช้า  เพราะนายคบกับดายไปแล้ว” ผม...พูดไปแล้ว...........แต่ผล.....ก็ไม่ได้หวังอะไร.....

คาโอรุมีท่าทีตกใจ ทำหน้าครุ่นคิด....แล้วจึงเอ่ยขึ้น

“ขอโทษนะ....ฉัน....รักดายไปแล้ว”

คำพูดมันบาดเข้าไปในหัวใจได้ง่ายได้  คิดไว้อยู่แล้ว....ต้องเป็นแบบนี้ 

“รู้แล้วล่ะน่า...ฉันก็ไม่ได้คิดอะไรแล้วสักหน่อย”

คาโอรุเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มกว้าง ดูท่าทางโล่งใจมากที่เขาบอกว่า   ไม่ได้คิดอะไร

คาโอรุรักดายมาก....ไม่มีทางที่เขาจะแทรกเข้าไปได้เลย

 


หลังจากนั้นแม้จะถูกแกล้งแหย่จากคาโอรุด้วยการโทรเข้าเครื่องเขาเอง  ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกเจ็บสักเท่าไหร่  เขาก็เผลอหัวเราะออกมาด้วยซ้ำ  ไม่นึกว่าตัวเองจะทำใจได้เร็วขนาดนี้


หรือบางที...เขาอาจจะแกล้ง ข่มความเจ็บปวดด้วยการหัวเราะกลบเกลื่อน


ถึงยังไงผม...ก็ไม่เสียใจ  ที่ยังรักคาโอรุอยู่เต็มหัวใจ


ยินดีเป็นที่พึ่งพึงให้กับคนที่ผมรัก


แม้ว่าผม...ต้องอยู่ในฐานะเพื่อนตลอดไปก็ตาม

 


End…….

 

มาแก้ลงใหม่จร้า

กับธีมใหม่ ไฉไลดี 55

edit @ 25 Oct 2007 09:31:28 by R~Y~O