♥ Let’s not ♥
posted on 07 Aug 2009 10:02 by ryo7star in SF
♥ Let’s not ♥
Talk: เรื่องนี้มีสองตอน แอบหยิบมาลงตอนนึงก่อนที่ฟิคมันจะค้างไปอ่ะนะ ...ก่อนที่ทุกคนจะลืมช็อทนี้ http://img14.imageshack.us/img14/21/wk1.jpg ฟิคเรื่องนี้แต่งจบหลังจากที่นั่งตักกันใหม่ๆ - -
เพลงประกอบฟิค
.
.
ร่าง
สูงโปร่งของชเว ซีวอนเดินออกจากห้องแต่งตัวไปก่อนคนอื่นเสียด้วยซ้ำ
ด้วยเหตุที่ว่า ไม่จำเป็นต้องรอใครบางคนเพื่อเดินออกไปพร้อมกันเหมือนทุกที
เขาเองตัดสินใจแล้วว่า ในเมื่อมีเมมเบอร์อยู่กันครบทั้งวง ไม่ใช่ SJM
ดังตอนอยู่จีน ดังนั้นอะไรบางอย่างที่ทำจนเคยชิน ไม่จำเป็นต้องทำบ้างก็ได้
ไม่มีใครว่าหรอก
ซีวอนหลังจากเดินนำหน้าเมมเบอร์คนอื่นๆ
มาขึ้นรถตู้ของบริษัท หลังเอนพิงเบาะก็ได้เปิดเปลือกตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน
พยายามอยู่นานกับการกล่อมตัวเองให้หลับ แต่มันแน่ ยิ่งฝืนเท่าไหร่
ถ้าใจมันยังว้าวุ่นอยู่แบบนี้ มีหรือจะหลับไปได้
จนทุกคนเดินขึ้นรถมาน่ะแหละ ซีวอนก็ยังคงหลับตานิ่ง
อีกสักครู่รถก็จะเคลื่อนออกไปเมื่อสมาชิกครบ แค่รอให้ครบทุกคน
แต่...
กลิ่นน้ำหอมอันคุ้นเคย บ่งบอกถึงตัวตนคนที่ใช้
เพียงแค่รู้สึกถึงเบาะด้านข้างที่ยวบลง ไม่ได้รอ..เปล่าเลย
ไม่ได้รอให้น้องมานั่งข้างๆ มันก็คงจะเป็นความเคยชินที่ได้นั่งข้างกัน
เคยชินจนรู้สึกแปลกไปเมื่อขาด...
ถึงได้ รู้สึก..
ไม่ได้คิดเลย ว่าจะสนิทกันมาถึงขั้นนี้
ถ้า
หากไม่มีโปรเจกต์เอ็ม เขาก็คงไม่รู้จักน้องชายคนนี้มากขนาดนี้
นิสัยขี้อ้อนจนดูเหมือนเอาแต่ใจ แต่ก็ว่าง่ายทุกครั้งที่บอกให้ทำอะไร
ไม่เคยปริปากบ่น เขาโทษว่าเป็นเพราะความใกล้ชิดกันมาก เหมาไปว่าสนิทกันมาก
เขาถึงได้ทำอะไร ที่ดูยุ่งย่ามไปในบางเรื่อง
ปล่อยให้ความเคยชินของตัวเองมาเจ้ากี้เจ้าการในตัวน้องมากเกินไป
อย่าง
เช่นเรื่องวันนี้ ไม่กี่ชั่วโมงที่เพิ่งผ่านไป เพราะที่นั่งที่มีไม่พอ
ทำให้เขาแอบกระซิบบอกคยูฮยอนให้มานั่งกับเขา
ไม่ใช่ว่าเก้าอี้มีไม่พอหรืออะไร
ก็แค่มาร้องเพลงจะยุ่งยากจัดที่ที่มันถูกจัดไว้ลงตัวอีกทำไม
“ที่
จริง...พี่น่าจะลุกไปนั่งเก้าอี้ผมนะครับ” คนพูดพูดไปก็ไม่ยอมสบตา
เอาแต่เก็บของใส่กระเป๋าของตัวเอง อาการไม่ชอบใจที่ต้องนั่งตักผม
ผมไม่สังเกตเห็น เลยต้องมาบอกกันแบบนี้
นี่คือผลตอบแทนของความหวังดี
และความเคยชิน ความเอ็นดู
คือน้องพูดเหมือนไม่พอใจที่เขาบอกให้นั่งมาบนตัวเขาเลยก็ได้
ไม่ใช่ว่าไม่เคยทำแบบนี้เสียที่ไหนกัน บ่อย...เกินไปเสียด้วยซ้ำ
เวลาอยู่ที่จีน...เมื่อไม่มีเก้าอี้นั่ง จะเป็นคยูฮยอนที่มานั่งตักเขา
ไม่ใช่ว่าแอบทำลับหลังแฟนคลับ
ตอนออกรายการที่จีนก็ยังเห็นยอมนั่งกับเขาแบบนี้โดยไม่ปริปากบ่นอะไร
ก็เลยไม่รู้ว่าน้องไม่ชอบมาตลอด ที่พี่ชายคนนี้ทำน้องไม่ชอบทำไมไม่เคยบอกล่ะ
เพราะน้องไม่เคยปฏิเสธ เพราะน้องเอาแต่ยิ้มรับทุกครา...
พอเจอน้องพูดมาแบบนี้ รับไม่ได้เลยทีเดียว
ซี
วอนรู้สึกถึงน้ำหนักของปลายนิ้วที่วางลงบนแขนเสื้อ กลิ่นน้ำหอมเรื่อจมูก
กลิ่นที่เขาเลือกเอง
อีกหนึ่งอย่างที่ถือวิสาสะทำให้โดยที่น้องไม่ได้ขอเลยสักนิด
ปลายนิ้วแตะอยู่บนท่อนแขนอยู่ประเดี๋ยวหนึ่งก่อนจะเอาออกไป
เขาที่แกล้งทำเป็นหลับตาอยู่ตลอดเวลาที่น้องมาถูกตัวกำลังคิดไม่ตก
คยูฮยอนคิดอะไรอยู่
“พี่ซีวอน...”
บทจะต้องเฟค
ทำไม่ถนัดนักก็ต้องทำ แกล้งทำเป็นงัวเงีย
เปิดตาขึ้นมามองคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ที่กำลังมอง มองมาอย่างกังวลใจ
นัยน์แววตาคู่สวยมันบอกว่ารู้สึกอะไรกับท่าทีเฉยเมยของเขาตั้งแต่ออกมา
จากรายการ kiss เสียงจ้อกแจ้กจอแจของทุกคนค่อยๆ เบาลง คยูฮยอนเม้มปาก
กัด..ริมฝีปากล่าง ท่าทีอ้ำอึ้ง อยากพูดแต่พูดยาก..งั้นเหรอ
“..โกรธผม?”
ไม่.......ได้.......โกรธ.........เว่ย
ย้ำ
กับตัวเองในใจ ปากไม่ได้พูดอะไรออกไปนอกจากมอง จ้องมองคนพูดด้วยสีหน้าเฉย
ไม่มีอะไรเกิดขึ้นนอกจากน้องเกร็งหน้าฝืนยิ้มแล้วเบนสายตาหนีไปชั่วขณะหนึ่ง
ก่อนจะหันกลับมาประสานสายตาด้วยด้วยอารมณ์สับสน เป็นกังวลกับท่าทีของเขา
คยูฮยอนสรุปไปแล้วว่าผมต้องโกรธแต่ผมไม่ได้โกรธ
ทำไม
ต้องโกรธด้วย น้องไม่ได้ทำอะไรผิดเลย
แค่แสดงความรู้สึกของตัวเองบอกมาว่าไม่ชอบที่เหมือนบังคับน้องทางอ้อม
ให้มานั่งตักคนอย่างผม
“คิดมากน่า”
ผมตอบกลับไปแค่นั้น..ทำเป็นยิ้มเหมือนไม่มีอะไร แล้วก็หันกลับไปมองกระจก
แสงไฟสีเหลืองนัวให้ตาพร่าเลือน ผมได้แต่ปิดตาลงเงียบๆ
แล้วก็มาคิดมากเสียเอง ไม่เป็นไร
เพราะว่าโตกว่าเป็นพี่เขาควรจะทำตัวดีๆหน่อยนะซีวอน
ตอนแรกว่าจะ
ไม่ค้างที่หอพัก เตียงนอนมันก็พอดีอยู่แล้ว
ไม่อยากจะมาเบียดหรือแย่งที่ใคร ไม่ชอบนอนฟูกเล็กๆ ที่ปูพื้น
นอนทีไรเป็นได้ปวดหลังทุกที
ผู้ชายร่างใหญ่แบบเขามันต้องคู่กับเตียงเท่านั้น ยิ่งเตียงหนาๆ กว้างๆ
ที่ฟูกไม่ต้องนุ่มมาก ยิ่งชอบ
แน่นอนว่าเหล่าเมมเบอร์ในวงรู้เหมือนกันว่าผมนอนพื้นแล้วมักจะปวดหลัง
ผมมานอนค้างทีไรก็มักจะมีที่ว่างหรือไปนอนร่วมเตียงใครสักคนเสมอ
แต่
ช่วงหลังมันค่อนข้างจะลำบาก ในเมื่อใครต่อใครในวง
เดี๋ยวนี้ทำอะไรชอบจับกลุ่มเป็นคู่เสียมากกว่า
แค่ผมไปทำงานที่จีนไม่เท่าไหร่ กลับมามีอะไรแปลกๆ ไปเยอะ
อะไร....อะไรที่มันไม่...เหมือนเดิม
ไม่ได้คิดหรือรู้สึกไปเอง
ขนาด
คนใกล้ตัวอย่างคยูฮยอนที่อยู่ด้วยกันแทบทั้งวันทั้งคืน
พอกลับมาถึงเกาหลียังทำตัวแปลกไปในความรู้สึกของผม
หรือคยูฮยอนมีอะไรที่ผมไม่รู้และควรจะรู้ไว้ซะ
จะได้ไม่มีเหตุการณ์แบบที่เกิดขึ้นที่รายการวิทยุ
หรือเพราะที่เกาหลีมันไม่ใช่ที่จีน
เพราะฉะนั้นผมจะมาทำตัวสนิทสนมเหมือนอย่างเคยไม่ได้
อย่างนั้นใช่ไหม…
“ซี
วอน..นอนห้องใครวะ” พี่เยซองเข้ามาทักหลังจากที่ผมอาบน้ำเสร็จ
ออกมานั่งเช็ดผมอยู่หน้าทีวี ผมไม่ได้ตอบพี่เยซองไป เพราะยังไม่ได้คิด
อันที่จริงผมควรจะมีเตียงของตัวเอง
มีห้องนอนของตัวเองที่นี่ได้แล้วนะกว่าจะจบการโปรโมทอัลบั้มสามคงอีกนานพอ
ควร ที่จริงผมก็เคยมีเตียงของตัวเอง
แต่ถูกใครบางคนกวนต้องการพื้นที่นั้นไปใช้สำหรับกิจกรรมบ้าๆ
ทำให้ผมที่ไม่ค่อยมาค้างต้องตกอยู่ในสถานะไม่มีที่สิง
“ห้องพี่แหละ”
“ไม่ได้เว้ย เตียงไม่ว่าง”
“อ้าว ทำไรล่ะ”
“นอน”
พูดแล้วก็ฉีกยิ้มเดินไปทางห้องนอนตัวเอง ผิวปากร้องเพลงอย่างมีความสุขล้น
พี่เยซองเป็นคนที่สามารถกวนกันได้อย่างเหลือเชื่อ อะไรที่มันสุดโต่ง
พี่ทำได้หมด
เล่นกวนอารมณ์กันกลางดึกอย่างนี้เดี๋ยวค่ำคืนอันแสนสงบของพี่จะไม่มีเหลือ
เอานะครับ
“ซีวอน ไปนอนเตียงฉันก็ได้นะ มันว่างน่ะ”
สมาชิก
หมายเลขเจ็ดเอ่ยขึ้นจากอีกมุมของโซฟาตัวใหญ่
ภายในห้องที่มีเมมเบอร์เหลืออยู่ไม่กี่คน
พี่ซองมินยังคงนอนยืดตัวอยู่บนโซฟา ศีรษะหนุนอยู่บนตักของทงเฮ คำว่า
‘ว่าง’ ของพี่ซองมินนั้นก็หมายถึงเจ้าตัวจะไม่ได้นอนที่ห้องนั่นเอง
พี่ซองมินบอกแล้วก็สนใจทีวีต่อ ไม่ได้พูดอะไรอีก ผมเห็นทงเฮคลี่ยิ้มบางๆ
เมื่อได้ยินพี่ซองมินพูดกับผม
รู้แล้วล่ะว่า..คืนนี้พี่กระต่ายนอนที่ไหน
ผม
นึกออกเลยว่าเตียงพี่ซองมินนอนสบายแค่ไหน
เพราะมีหลายครั้งที่ต้องไปนอนด้วย แน่นอนว่าถ้าไปนอนเตียงซองมินนั้น
ก็หมายถึงว่าคืนนี้จะมีเพื่อนร่วมห้องอีกคนคือน้องเล็ก...คยูฮยอน
ก็
นอนด้วยกันเกือบทุกคืนอยู่แล้ว แค่ต่างสถานที่ จะว่าไปตอนอยู่จีน
พี่ฮันเกิงก็กลับบ้านบ่อย ออกไปนอนกับเพื่อนบ่อย
อย่างคยูฮยอนไม่มีทางนอนคนเดียวได้แน่ อยู่ต่างบ้านต่างเมือง
ยิ่งไม่กล้านอนคนเดียว ไม่ลากผมไปนอนด้วย ก็ต้องย้ายตัวเองมาซุกเตียงผม
พอคิดถึงตรงนี้...ผมจะเหลียวมองไปที่ประตูห้อง ไม่รู้ว่าคนในห้องนอนหลับไปหรือยัง...
อีกสักพัก...ผมบอกราตรีสวัสดิ์ทุกคนที่อยู่ในห้องตอนนี้ แล้วเดินตรงไปที่ประตูห้องนอนนั้น
แค่
เพียงเห็นหน้าคยูฮยอนที่เอี้ยวคอหันมามองผมมีสีหน้าประหลาดใจเมื่อเห็นผม
คยูฮยอนคลี่ยิ้มให้แบบทุกที
ตัวผมที่ตั้งใจจะเดินไปที่เตียงซองมินกลับเดินไปหาน้องเสียงั้นแหละ
ผมนั่งอยู่ปลายเตียง คยูฮยอนกระเถิบตัวเข้าไปนิดหนึ่งให้ผม
ผมเอนตัวนอนราบอยู่บนเตียงน้อง
เสียงเกมส์ที่ได้ยินตอนแรกเงียบไปเพราะคยูฮยอนเสียบหูฟังแทน
ชอบทำแบบนี้เวลารู้สึกว่าเกรงใจเสียงที่ดังออกมาจาก PSP ของตนเอง
“ไม่ง่วงเหรอ”
“อือ..”
“วันนี้วันแรก ตื่นเต้นบ้างไหมน่ะ”
“ก็นิดหน่อย”
“นิดหน่อย....แน่ใจ เห็นตอนขึ้นเวทีตัวเกร็งไปหมดเลย”
คน
ที่ถูกบอกว่าตัวเกร็งหันมาบอกว่า ‘เปล่า’ เต็มปากเต็มคำ
ตั้งหน้าตั้งตาเล่นเกมส์ต่อ ท่าทีไม่ทุกข์ไม่ร้อนแต่อย่างใด
ชวนคุยคำต่อคำก็จบ ไม่มีมากมายไปกว่านั้น
คยูฮยอนที่เป็นแบบนี้ก็เหมือนเดิมทุกอย่าง
แล้วทำไมกับแค่เรื่องนั้น...ถึงได้แสดงความคิดเห็นที่ไม่ชอบออกมา ทำไม
เพราะเขางั้นเหรอ
”จะนอนกี่โมง?”
“ผมยังไม่ง่วง”
“พี่นอนตรงนี้ได้ไหม”
คน
ถูกถามหันมามองแวบนึงก่อนจะหันกลับไปพยักหน้า
ปกติพี่ไม่เคยถามหรอกจริงไหมคยูฮยอน พี่จะทำอะไร นอนตรงไหน
เตียงเราให้พี่ยึด เราก็ไม่เคยว่า แต่ครั้งนี้พี่ต้องถาม
หนึ่งเรื่องในรายการมันยังคาใจ จะทำอะไรก็พลอยอยากจะทำตัวเรื่องมาก
ต้องขออนุญาตให้ดูเกรงอกเกรงใจ มีมารยาท
คยูฮยอนยังคงเล่นเกมส์
PSP ไปเรื่อย ส่วนผม นอนปิดตาอยู่บนเตียงของน้อง
คยูฮยอนสะกิดให้เอาหมอนของตัวเองไปนอนหนุนศีรษะ ผมยกศีรษะขึ้น
ให้คยูฮยอนสอดหมอนรองหนุนให้
“...ขอบใจ...”
คยู
ฮยอนไม่ตอบอะไรนอกจากเล่นเกมส์ของตัวเองไปเรื่อย ซีวอนหลับตา
พลิกตัวหันมามองคนนอนเล่นเกมส์อยู่ข้างๆ คยูฮยอนหันมาสบตาอีกที
พอรู้ตัวว่าถูกมองก็กระเถิบตัวออกห่าง หันหน้าไปอีกทาง
ถ้าไม่อยู่ในช่วงอารมณ์นี้จะคิดว่าน้องแค่ไม่อยากให้ผมกวนเวลาเล่นเกมส์
แต่นี่...ผมกับน้องดูเหมือนจะผิดใจกันอยู่ หรือว่าผมคิดเองเออเองคนเดียว
“ไม่อยากให้พี่นอนด้วยก็บอก พี่จะได้ไปขอนอนห้องทงเฮ”
“ผมเปล่า..”
“เปล่า..เปล่าอะไร ที่เราทำ....มันก็เหมือนการไล่พี่ดีๆ น่ะแหละ”
ผมเสียงแข็งตอบน้องที่ละสายตาจากเกมส์หันมาโต้แววตาดุแกมโกรธของผม..
“ไหนว่าไม่...โกรธ”
“ก็...ก็ไม่ได้โกรธ แค่...ข้องใจ”
ซี
วอนเม้มปาก...ความหงุดหงิดของตัวเองนั้นมันงี่เง่าจังนะ
หน้าเรียวขาวตีหน้ายุ่งกับคำว่าข้องใจของเขา
ความข้องใจอันแสนงี่เง่าส่งผลยาวมาถึงตอนนี้เลยน่ะ ปากบอกไม่โกรธ
แต่ยังแอบมาทำตัวแบบนี้น่ะนะ ซีวอน ไม่สมกับเป็นนายเลยนะ
“ข้องใจผม...เรื่องอะไร” ปากเรียวย้ำทีละคำ มือปิดเกมส์ในมือ หันมาเผชิญหน้าผมด้วยใบหน้าที่ซีเรียส
“ที
หลังน่ะ ไม่อยากให้พี่ยุ่งเรื่องที่นั่งก็บอกก่อน
ไม่ใช่ไม่พอใจแล้วจะมาโกรธพี่ทีหลัง ถ้ามันฝืนใจก็บอก พี่จะไม่ยุ่ง”
โพล่งความคิดออกไปในทีเดียว
ความหงุดหงิดกับเรื่องนี้มันทำให้เขาแทบจะเป็นบ้าเพราะความโกรธ
หนึ่งโกรธตัวเองที่มันชอบยุ่งย่ามกับเรื่องของน้อง สอง
โกรธ..ที่เขาไม่รู้เลยว่าคยูฮยอนลำบากใจ ที่ต้องมานั่งตักเขา
คยูฮยอนหยัดตัวขึ้นนั่งคุกเข่า มือไม้กำแน่นไว้บนตัก ตาเรียวจ้องเขากลับอย่างขุ่นหมอง
“...ผม ไม่อยากรบกวน ตัวผมมันหนัก ไม่ใช่ว่าฝืนใจ....”
“อยู่ที่จีน....ไม่เห็นพูดแบบนี้ ไม่ต้องเอาคำว่าไม่อยาก...รบกวนมาอ้างก็ได้”
ตาเรียวสั่นระริก มองเขาตอบกลับอย่างตัดพ้อ
“...คิด
งั้นก็ตามใจ...” คนพูดหลบสายตา หยัดตัวขึ้นยืน
ขาเรียวจะก้าวข้ามผ่านตัวเขาเพื่อลงจากเตียง
ก็บอกแล้วไงว่าเขากำลังโกรธ...เมื่อเห็นคยูฮยอนทำแบบนี้
เลยแกล้งหยัดตัวขึ้น เอื้อมมือขึ้นไปรวบเอวบางลงให้เสียหลัก
ผลก็คือเขาหงายหลังล้มลงไปกับพื้นเตียง โดยมีคยูฮยอนนั้นทับอยู่บนตัวเขา
ร่างบางดิ้นเมื่อตั้งสติได้
จะลุกหนีไปก็ไม่ได้เพราะมือเขาที่รวบเอวบางไว้แน่น
“..ปล่อยผม...” คยูฮยอนบอกด้วยน้ำเสียงเคืองผมเต็มที่ เมื่อผมตอบกลับว่า
“ไม่..”
คยู
ฮยอนถองศอกใส่เอวของผม ไอ้ตอนแรกหลบไม่ทัน เจ็บน่าตี
ผมเลยต้องรวบทั้งตัวทั้งมือคนบนตัวไว้ในอ้อมกอดแน่น
แม้คยูฮยอนจะทับตัวผมอยู่ก็ตาม ร่างบางที่มีความสูงไล่เลี่ยกัน
แต่กลับมีเอวเพรียวเล็กบางขนาดนี้
ยิ่งน้ำหนักของคยูฮยอนที่หดหายไปหลายกิโล เรียวแรงอันน้อยนิดของคยูฮยอน
ไม่มีทางซะหรอกจะสู้ผมได้น่ะ
“ปล่อยผมนะ”
“ถ้าปล่อย...เราก็หนีพี่น่ะสิ”
แอด......
ซี
วอนหน้าเหวอ จะไม่ให้ตกใจได้ไง เมื่อจู่ๆ เจ้าของเตียงข้างๆ
เปิดประตูเข้ามา ซองมินน่ะไม่เท่าไหร่ แต่คนที่ยืนโอบเอวอยู่ข้างหลังน่ะสิ
ส่งรอยยิ้มชั่วร้ายให้เห็นแวบหนึ่ง ผมถึงได้คลายมือจากคนในอ้อมแขน
ปล่อยให้ร่างบางหยัดตัวขึ้นไปนั่งห่างๆ
หลบสายตาคนมาใหม่อยู่อีกมุมของเตียงตัวเอง
“เอ่อ...ฉันมาหยิบซีดีน่ะ”
ซอง
มินบอก
พอตั้งสติจากภาพที่เห็นได้ก็เดินไปที่โต๊ะของตัวเองแล้วหาซีดีที่ได้หยิบออก
ไป ประตูห้องปิดลงดังเดิม มีทงเฮเป็นคนล็อกประตูปิดท้ายให้
ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ...
ผม
หยัดตัวนั่ง มองคนที่นั่งหันหลังให้
ไม่รู้จะเริ่มบทสนทนาอะไรต่อดีเลยคราวนี้ เมื่อครู่ทงเฮกับซองมินโผล่มา
ถึงรู้ตัวว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่....กอดใครอยู่
เขาไม่เคยคิดมากเรื่องนี้เลย ก็แค่กอดๆ กัน เคยบ่อยไป...เฉยๆ
ไม่ได้คิดอะไรเลย
ถ้า...คยูฮยอนไม่หันมาด้วยใบหน้าแดงเปล่ง
แดงลามมายังลำคอขาว ใบหู แม้กระทั่งปากอิ่มยังแดงดูยั่วยวนพิกล
ซีวอนรู้สึกแปลกใจกับความรู้สึกนั้นของตัวเอง
ถึงได้มองนิ่ง...อารมณ์เหมือนคนยังโกรธ...คยูฮยอนถึงได้ยังไม่กล้าสบตา
แค่หันมาหยิบเกมส์ที่ตกอยู่ข้างหมอน มือเรียวขาวเอื้อมมาหยิบ
แต่เขากลับเอื้อมมือคว้าข้อมือแล้วดึงมือนั้นเข้ามาใกล้
“เฮ้ย...”
คยู
ฮยอนเสียหลักล้มหน้าทิ่มอยู่บนตัก PSP ถูกวางอยู่ที่เดิมของมัน
เรียวหน้าขาวเงยขึ้นปะทะกับใบหน้าเขาที่ห่างกันแค่เอื้อม
กลิ่นไอของแก้มขาวผ่องติดอยู่บนผิวจมูก เมื่อเขากดมันลงกับแก้มนิ่ม
คยูฮยอนเอามือมาจับแก้ม ถอยตัวหนี
และแน่นอนว่าเขาก็ขยับตามร่างเพรียวที่เด้งตัวไปนั่งอยู่กับพื้นเตียง
“...............”
ไม่
รู้จะพูดอะไรดีเลยเวลาแบบนี้ ร่างกายมันไปเอง นั่งคุกเข่าตรงหน้าคยูฮยอน
สองมือประคองแก้มแดงไว้ โน้มตัวเข้าไปประทับริมฝีปากกัน
แววตาหวานซึ้งหลบสายตาอย่างเก้อเขิน เพราะถูกเขาจ้องมากๆ เข้า
คยูฮยอนถึงปิดตาหนี ทิ้งให้เขาเตลิดกับเรียวปากอิ่มที่ตกอยู่ภายใต้ตัวเขา
จูบ
เบาๆ เน้นย้ำๆ ลงไปหลายๆ รอบ ถอนปากออกแล้วจูบซ้ำไปอีกครา ทำอยู่หลายครั้ง
แต่ก็ยังไม่ได้อะไรมากไปกว่านั้น มันจะคิดมากไปจริงๆ
กลัวน้องจะแค่เกรงใจถึงยอมให้จูบ
“ลิ้น...ได้ไหม?”
ตอน
คยูฮยอนพยักหน้า....เขาแอบไม่แน่ใจ ว่าน้องเต็มใจไหม
ขนาดตัวเขาเองยังไม่ครองสติไม่อยู่...ความคิดชั่ววูบที่เข้ามาเกาะกุมจิตใจ
ตอนนี้ คือความรู้สึกดำมืด....อยากจะกดน้องลงกับเตียง
ปลุกปล้ำให้เป็นของตัวเองเสียเดี๋ยวนี้เลย
แทรกลิ้นเข้าไปหา
ความหอมหวาน โน้มตัวคยูฮยอนให้แผ่นหลังราบไปกับเตียง
มือเลื่อนต่ำลงมาปลดกระดุมออกจากตัวทีละเม็ด ทีละเม็ด
เสียงครางหวานดังอื้ออยู่ก้องหู จะอ้างว่าตัวเองหน้ามืดไม่ได้เชียว
ในเมื่อทุกการกระทำของเขานั้น
จดจำได้ทุกรสสัมผัส....กดจูบย้ำไปบนผิวปากฉ่ำหวานแต่ละครา
เขาแทบจะฉีกเสื้อตัวบางให้ขาดออกจากกันเสียตอนนั้น
นี่ยังอดใจให้ตัวเองค่อยๆ ต่อทุกสัมผัส
กว่าที่จะแยกเรียวขาเปลือยเปล่าออกจากกัน
แทรกตัวเข้าไปจมดิ่งอยู่กับความหวาบหวามของคยูฮยอน แทบขาดใจ..
เป็นบ้าไปแล้ว....ซีวอน
เป็น
เพราะว่าตัวเขาเช็คแล้วว่าประตูห้องถูกล็อกอย่างแน่นหนา
มีลูกกลอนขัดบานประตูอีกขั้น
คนที่กำลังยืนบิดลูกหมุนอยู่ด้านนอกนั้นก็ฝันไปเถอะว่าจะเข้ามาในห้องเขาได้
ตอนนี้
เรียวปากกระตุกยิ้มอ่อนหวาน มองร่างบางที่ตอนนี้ตกเป็นของเขาโดยสมบูรณ์แบบ...อย่างพึงพอใจ
ร่างบางยังคงหลับสนิท....
หลับ...
เพราะความเหนื่อยล้า และเอาแต่ใจที่เขาตักตวง
วิงวอนขอจากตัวคยูฮยอนทั้งคืน ความอ่อนล้าสะสม ทำให้คยูฮยอนยังคงหลับสนิท
ซีวอนเอานิ้วเกลี่ยพวงแก้มหอม เกลี่ยริมฝีปากแดงฉ่ำ โน้มใบหน้าเข้าหา
เพื่อดูดซับความอ่อนหวานจากตัวคยูฮยอนตักตวงมาเป็นของตนเองจนพึงพอใจ
ก่อนจะปล่อยให้คยูฮยอนได้หลับ....โดยไม่กวนร่างบางอีก
เขาเข้าใจแล้วว่าอะไรที่เปลี่ยนไป....ไม่ใช่ตัวคยูฮยอนเลย
แต่เป็นตัวเขา....ที่จมอยู่กับตัวน้อง ลึกลงไปทุกที มากขึ้นทุกคราที่ได้ใกล้กัน....
เป็นเพราะเขา...คิดกับน้องมากกว่าที่เป็นอยู่แล้วนั่นเอง....
ถึง
ได้อารมณ์เสีย เดือดร้อนจะเป็นจะตายเมื่อน้องทำท่าเป็นไม่ต้องการตัวเอง
ตลกจริงๆ กับเรื่องแค่นี้ต้องมาดิ้นพล่าน
ทำตัวเองให้ทุรนทุรายเพราะน้องปฏิเสธ
ถ้ารู้ตัวเร็วกว่านี้...ก็ไม่ต้องทรมานหรอก ทั้งน้อง ทั้งตัวเขาเอง....
โชค
ดีที่เราใจตรงกัน....พี่ถึงไม่ต้องลำบาก....มาก
แต่ถึงแม้เราจะไม่ยอมรักพี่เหมือนที่พี่คิดกับเราอยู่
พี่ก็จะทำให้เรา....รักพี่ หลงพี่
ให้เหมือนที่พี่กำลังเป็นกับเรา...คยูฮยอน
end
ฟิคเรื่องนี้เอาชื่อเพลงรักวอนคยูตอนนั่งตักมาเป็นชื่อเรื่อง ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเนื้อเรื่องเล้ย - -
ไม่มีฟิคจะลงจริงจัง มัวแต่ทำรวมเล่ม บรูฟตัวหนังสือ ทำที่คั่นหน้าฟิค ทำงานตัวเองไม่เสร็จสักที
เอาเรื่องนี้มาลงแหละ อยู่ในฟิครวมเล่ม ยังไม่ได้ลง
มีสเป แต่มันรวมเล่มแล้ว...- - ก็เลยลงไม่ได้
สเปโรครักยาวมากนะ ในรวมเล่มอ่ะ เผื่อใครสนใจ มาสปอย ^^
เปิดจองฟิค>> http://ryo7star.exteen.com/20090723/sp-amore-178
และเรื่อง KISS PROJECT ยังให้สั่งกันได้นะคะ แต่ถ้าสั่งแล้วต้องโอนเลยนะคะ
เปิดจองและโอน KISS PROJECT >>http://karake.exteen.com/20090620/sp-kiss-prToject



ไหนมึงบอกจะโทรกลับมาไง กูรอจนเหงือกแห้ง แทบจะโทรไปด่าอีกรอบ
สันดาน =_=!!!
เช้อะ
ไปเขียนฟิคล่ะ ~
#1 By ★karake~ on 2009-08-07 13:15