Coffee prince snow*3

posted on 18 Apr 2009 01:03 by ryo7star  in SF
….Coffee prince snow*….


user posted image



กาแฟมีสารกระตุ้นให้คนดื่มรู้สึกกระปรี้กระเปร่าได้ น้ำสีดำไม่มีโทษต่อร่างกายถ้าดื่มในปริมาณที่เหมาะสม

แต่ ถ้าดื่มมากเกินไปนั้น ผลเสียมันก็มี กาแฟจะทำให้หัวใจเต้นแรงเป็นสาเหตุของการนอนไม่หลับ อย่างที่ผมกำลังเป็น เปลือกบนหนักยังไงก็ข่มตาให้หลับไม่ลง...ความเหนื่อยล้าในจิตใจมันสะสมทบกัน จนคืนนี้ผมไม่ได้นอนเลยทั้งคืน


มันมากเกินควบคุม



แล้ว พอไม่ยอมหลับนอนก็มีเวลาคิดอะไรงี่เง่า ได้แต่คิดถึงเจ้าของแก้วกาแฟใบสวย นึกถึงภาพแทมินที่กำลังปล่อยให้แก้วมันหลุดมือ เสียงยามแก้วกระทบพื้นก้องในห้วงความคิด เสียงหัวใจมันบอกว่าตัวเองถูกกระทำคล้ายเป็นแก้วใบนั้น

สายตาเย็นชาของพี่ ยิ้มสดใสของพี่กับแทมิน แผ่นหลังของพี่ยามที่จากผมไปหาแทมิน

หัวใจผมแหลกสลายไม่เหลือชิ้นดี


….Coffee prince snow*….


ตื่น เร็วแบบทุกวันด้วยความเคยชิน ด้วยงานที่ต้องฝืนตื่นเช้าทุกวัน นี่เป็นเช้าแรกที่ผม ไม่อยากจะไปที่นั่นเลย ไม่อยากไปอีกแล้ว แต่ถ้าไม่ไป...ทุกคนก็จะวุ่นวาย ทุกคนจะเหนื่อย ผมจะใจร้ายทำแบบนั้นกับคนที่ดีกับผมได้ยังไง

ก็เลยต้องไป ทั้งที่ไม่อยากไป


...ต้องฝืนใจตัวเอง...



มา ถึงก่อนร้านจะเปิดได้ไม่นาน ปกติที่ผมจะเห็นพี่ทงเฮที่เคาท์เตอร์ ก่อนเริ่มงานปกติแล้วจะต้องไปคลุกหาเรื่องคุยกับคุณพี่ ทุกเช้าจะมีรอยยิ้มนั้นเป็นแรงใจให้ ก็ในเมื่อวันนี้มันต่างจากทุกวัน แค่เดินเข้าไปใกล้ แค่เฉียดกลายเข้าไปใกล้ เกร็งที่จะต้องมองหน้า เกร็งที่จะต้องสบตา อยากเข้าไปคุยโดยทำเหมือนไม่รู้สึกอะไร แกล้งตบตาทำเหมือนว่าไม่เป็นไร แค่ทุกอย่างมันไม่เหมือนเดิมอีก


...นี่แหละที่รู้สึกไม่เหมือนเดิม เพราะว่าทุกอย่างมันกำลังฝืน...


ผม เดินผ่านพี่ไปให้เร็วที่สุด ตรงไปหลังร้านเพื่อเปลี่ยนชุด มือเอื้อมไปจับตู้ให้เปิดออก กระจกเล็กด้านข้างสะท้อนใบหน้าขาวผ่อง แต่ไร้รอยยิ้ม ปากแห้งจนต้องแต้มลิบให้มันวาวขึ้นบนปากซีด ผลก็ได้ดังคาด ปากแห้งผากกลับมามีสีส้มอ่อนดังใจหวัง จะเหลือก็แต่ดวงตานี่สิ จะแก้ยังไงถึงจะหายช้ำได้ ต้องทำยังไงน้ำตาถึงจะหยุดไหล

ผมละสายตา จากกระจก แก้ไม่ได้ก็ต้องทำใจ ถ้าจะถูกใครเห็น จึงถอดเสื้อโคทออก ปล่อยท่อนบนเปลือยได้ครู่หนึ่งก็สวมชุดทำงานทับไป ตอนนี้กำลังบอกตัวเองให้หายเครียดและเลิกคิดมากได้แล้ว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ก็ต้องเข้มแข็งเอาไว้ ฝืนคลี่ยิ้มให้ตัวเองในกระจก รอยยิ้มแรกของวันมอบให้ตัวเองที่แสนอ่อนแอ ต้องฝืนยิ้มและมองตัวเองอยู่นาน กว่าที่คนในกระจกยิ้มตอบกลับมา คงไม่เป็นอะไรมากแล้ว ฉะนั้น บางทีเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวก็ควรแยกออกจากกันให้ได้

บอกให้ตัว เองเข้มแข็งไม่ทันไร เพียงแค่เปิดประตูห้องออกไป ก็ต้องชะงัก น้องแทมินชะงักเมื่อเห็นผม หลังจากนั้นก็เดินผ่านไปโดยไร้รอยยิ้ม

น้อง คงเกลียดเขาแล้วสินะ ในเมื่อคนที่น้องรักก็คือทงเฮเหมือนพี่ ถ้าหากว่าน้องจะพาลไม่คุยกับเขา มันก็คงไม่แปลกใช่ไหม หัวใจวูบโหวง ไม่อยากให้เป็นแบบนี้ สาเหตุทั้งหมดมันมาจากคนๆ เดียวกัน ก็อยากมารักคนเดียวกันเองนี่นา


….Coffee prince snow*….



“สุขสันต์วันเกิดย้อนหลังนะคยูฮยอน”

คน ที่ได้รับคำอวยพรเงยหน้าขึ้นมองมาที่เขาพร้อมรอยยิ้มประดับอยู่บนริมฝีปาก เรียว หลังจากนั้นสายตาก็ผมจับจ้องไปยังจานกองใหญ่ที่คยูฮยอนกำลังทยอยขนออกจากรถ เข็นอันเล็ก ที่เอาไว้ย้ายจานที่ล้างเสร็จแล้วเข้ามาในห้องครัว ผมเข้าไปช่วยเก็บจากเข้าที่นิดหน่อยก็เสร็จ

“เมื่อวาน เกิดอะไรขึ้น” คยูฮยอนเอ่ยปากถามขึ้นก่อนที่ผมจะเดินออกไปจากห้อง ผมแค่นึกถึงเมื่อวาน ภาพเดิมที่เอาไปเก็บคิดจนตาช้ำแดงให้สังเกตเห็นได้อย่างนี้

“พี่ กลับไปก่อน ส่วนสองคนนั้นไปด้วยกัน” ผมตอบไปแบบที่ตัดตัวเองจากบทสนทนาทันทีทันใด ไม่อยากตอบคำถามไปมากกว่านี้แล้ว เดี๋ยวมันจะเลี่ยงประเด็นหลักไม่พ้น ช่วงนี้ยิ่งเก็บอารมณ์ไม่ค่อยเก่ง บ่อน้ำตาตื้น เกลียด...

“ทะเลาะกับพี่ทงเฮเหรอ”

คยู ฮยอนถามตรงไปไหม สายตาคยูฮยอนมันบอกว่ารู้ความนัย รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ผมถึงกับเอ๋อ ตอบอะไรออกไปไม่ถูก แต่ก็นะ เรื่องแบบนี้ถ้าตั้งใจสังเกตกันดีๆ มันก็ดูออกไม่ยากสักหน่อย ก็แค่สังเกต...

“ซองมิน มานี่เร็ว”

พี่อีทึกเดินเข้ามา พร้อมกับจับไม้จับมาที่มือเขาได้แล้วจึงจูงออกไปจากห้องครัว ไปยังเคาท์เตอร์ที่มีแทมินซึ่งยังอยู่ในชุดเดิมตั้งแต่ตอนเจอกัน แทมินยังไม่เปลี่ยนชุด สะพายกระเป๋าใบเล็กนั่งก้มหน้าอยู่หลังเคาท์เตอร์ที่มีพี่ทงเฮยืนคุยด้วยใบ หน้าซีเรียส เพิ่งจะสังเกตเห็นใบหน้าเครียดของพี่อีทึก

“น้องแทมิ นจะลาออกน่ะซองมิน ช่วยพี่ห้ามน้องหน่อยนะ” พี่อีทึกกระซิบอยู่ข้างหู แทมินที่ก้มหน้าอยู่เงยมันขึ้นมองหน้าผม ตาเรียวเอ่อแดง ไม่นานหยาดน้ำตาคงพังทำนบลงมา แล้วคนปลอบอย่างไอคุณพี่ก็คงทำหน้าที่ตัวเองอย่างแสนดี

“ทำไมถึงจะลาออกล่ะแทมิน” คนถามอย่างผมลึกๆ แล้วพอจะคาดเดาคำตอบของน้องได้ดีอยู่แล้ว เพราะพี่ใช่ไหม…..

แทมินเม้มเรียวปากแน่นไม่ยอมบอกอะไร

“แท มินไปเปลี่ยนชุด ร้านจะเปิดแล้ว” ทงเฮบอกน้อง แทมินส่ายหน้า แสดงใบหน้าดื้อรั้นไม่ยอมฟังที่ทงเฮพูด ตอบกลับมาด้วยใบหน้าเปื้อนน้ำตา

แต่ เดี๋ยว...แล้วน้องจะลาออก ที่ตามกันไปเมื่อวาน เกิดอะไรขึ้น ในเมื่อ...คนที่น่าจะลาออกไปมากที่สุดนั้นคือผม คนที่อยากจะไปจากที่นี่ อยากจะหนีไปให้พ้นๆ ให้ไกลๆ.... ไม่มีเหตุผลเลยที่แทมินจะลาออก ในเมื่อ....สองคน แทมินกับพี่ใจตรงกัน

ผมตั้งคำถามด้วยสายตาไปที่ไอ คุณพี่ ที่ตอนนี้มองมาเหมือนผมเป็นคนผิด ตาคมมองตอบมา ทงเฮกำลังว้าวุ่นใจด้วยเรื่องของแทมิน ไม่สนใจกันเลยสักนิด

“ผมลาออก แล้ว” และแม้แทมินจะตอบกลับมาแบบนั้น ทงเฮก็ยังคงไม่สนใจ มือตัวเองจับมือน้องให้เดินตามไปเพื่อเปลี่ยนชุด แม้แทมินจะฝืนตัวไม่สนก็ตาม แต่มือพี่ที่จับมือแทมินนั่นแน่นเกินกว่าที่แทมินจะใช้แรงใจตัวเองแกะมันออก

ถ้าสมมุติเล่นๆ นะว่าถ้าเป็นเขาล่ะ...ถ้าเป็นเขา พี่ยังจะทำแบบเดียวกันไหม



...พี่รั้งหัวใจตัวเองไว้...

...หัวใจที่ชื่อ ลี แทมิน...

...แต่ปล่อยให้หัวใจอีกดวงเคว้งคว้าง...




….Coffee prince snow*….



ความ ทรมานสุมอก บรรยากาศอึมครึมระหว่างพี่กับผม มันพร้อมใจก่อตัวขึ้นตั้งแต่แวบแรกที่พี่เดินออกมาจากห้องแต่งตัว ข้างหลังมีผู้ชายร่างเพรียวบาง หน้าตาแดงช้ำเพราะผ่านการร้องไห้มา แค่แวบแรกที่ผมสบตา แค่แวบเดียวผมต้องเมินหลบและหาทางออกด้วยการเดินหนี

หรือ สิ่งที่ผมทำพลาดไปคือการที่ผมสลัดพี่ออกไป แล้วปล่อยให้พี่ตามน้องไป พี่ที่เป็นอยู่ตอนนี้คือคนที่ผมไม่อาจเข้าใจได้เลยสักนิด

แค่เดิน หนีน่ะทำง่าย แต่ถึงไงก็ต้องทำงานร่วมกัน ต้องรับออเดอร์จากพี่ไปเสริฟตามโต๊ะโดยมีแทมินอีกคนที่ทำหน้าที่นี้ ถึงได้หลบเลี่ยงสายตาของพี่ไม่พ้น ใบหน้ายิ้มแย้มของพี่ทงเฮเมื่อบังเอิญหันมาเจอกับผม ไม่มีแววตาอบอุ่นขี้เล่นดังคาด

ในเมื่อพี่ไม่ยิ้ม ผมก็ไม่ยิ้ม ก็เอาสิ เป็นอย่างงี้ก็ได้



วันนี้ คนเยอะดังที่คาดไว้ เมื่อเดินเสริฟเสร็จก็ต้องรีบไปล้างจาน ล้างเสร็จก็ต้องเรียกให้คยูฮยอนเข็นรถเอาจานและแก้วออกไปใช้ ผมรีบเก็บจานขึ้นรถเข็นจาน เปิดประตูเข็นรถขนจานออกไป ก็ไม่ได้รีบมากนะ เพียงแต่ว่าคนที่เข็นจานแบบผมนั้นไม่ได้อยู่ในอารมณ์ปกติ ทำให้ความระมัดระวังลดลง ทำให้ความซุ่มซ่ามที่ผมแอบมีนิดหน่อยมันส่งผลให้จานกระเบื้องลายสวยที่ ถูกวางอย่างหมิ่นเหม่อยู่แล้วร่วงลงมาจากรถเข็น

เพียงแค่ชั่ววินาทีที่ได้ยินเสียงกระเบื้องกระทบกับพื้น แตกออกเป็นชิ้นๆ

ทุกอย่าง รวดเร็ว ผมทำจานตกแตก มัวแต่ยืนพูดอะไรไม่ออก เทียบกับซีวอนที่เดินถือที่โกยมาจัดการกับเศษแก้วอย่างรวดเร็ว คยูฮยอนออกจากห้องครัวมาเข็นรถขนจานไป พี่อีทึกเข้ามาตบหลังปลอบว่าไม่เป็นไร ผมหันไปมองน้องที่เดินเข้ามาดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น น้องไม่พูดอะไร แค่ยืนมองเฉยๆ แต่มันทำให้นึกถึงเรื่องที่เคยต่อว่าน้องแทมินไว้

คำ ขอโทษของแทมินที่เอ่ยบอกหลังจากทำแก้วกาแฟตกแตก คราวนั้นผมไม่สนใจจะฟัง เพราะเหตุผลที่ว่ากาแฟของพี่ทงเฮนั้นสำคัญกว่าคำพูดขอโทษที่เอ่ยกันง่ายๆ ทั้งที่เหตุการณ์แบบนั้นจะไม่เกิดขึ้นถ้าหากแทมินระวัง

“...ขอโทษครับ....”

“ไม่เป็นไรน่า..” ซีวอนบอกผมด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม มือปาดเม็ดเหงื่อผุดพรายตามใบหน้าแล้วเอาเศษกระเบื้องไปทิ้งข้างหลังร้าน

“ป่ะ ลุยต่อดีกว่า” พี่อีทึกบอกพร้อมกับดันตัวผมให้เดินออกไปยังหน้าร้านเพื่อรับออเดอร์มายัง ห้องครัว ไม่มีใครว่าอะไร ผมไม่ได้ตั้งใจจะซุ่มซ่าม น้องแทมินก็เหมือนกัน

“ซองมิน ตั้งใจทำงานหน่อย” ทงเฮบอกผมเมื่อผมเอาออเดอร์มาให้เขา ผมพยักหน้าหงึกหงักโดยไม่เถียงอะไร คราวนี้ผมทำผิดจริงๆ

“ซอง มิน...” พี่ทงเฮถึงกับอึกอัก เมื่อจู่ๆ ได้เห็นหยาดน้ำตาเม็ดเล็กกลิ้งผ่านแก้มไป ผมต้องรีบเอาแขนเสื้อซับน้ำตาแล้วเดินเลี่ยงไปทำหน้าที่ของตัวเองหลังร้าน ไม่ได้ตั้งใจจะร้องไห้ให้ไอ่คุณพี่เห็น ทำไมต้องอ่อนแอให้ทงเฮเห็น ผมต่อว่าตัวเอง

แค่อดเปรียบเทียบทงเฮที่เข้ามาปลอบน้องกับทงเฮที่ดุเขาไม่ได้ ก็แค่น้อยใจไร้สาระ
แค่รู้มากขึ้นว่าระหว่างคนสองคน...ผู้ชายคนเดียวก็เลือกปฏิบัติไม่เหมือนกันได้


‘ซ่า.......’


“ซองมิน..”

มือ ผมไม่ได้หยุดการเคลื่อนไหว ตั้งอกตั้งใจทำงานเต็มที่ตามที่ทงเฮสั่งแล้วไงล่ะ คนที่ยืนอยู่ข้างหลังเมื่อเห็นผมนิ่ง ตัวเองก็เลยนิ่งบ้าง ปล่อยให้เสียงน้ำไหลดังเรื่อยเฉื่อย อืดอาด ไม่ยอมพูดอะไรออกมา หรือแค่เข้ามาดูผมว่าทำงานเต็มเม็ดหน่อยเงินที่ได้ไปจากร้านหรือเปล่า

“ออกไปเถอะครับ ผมจะทำงาน” ผมพูดออกไปแบบนั้น ผมมันงี่เง่า เดาได้ว่าทงเฮจะเข้ามาปลอบไม่ให้ผมร้องไห้ แต่ก็ยังไล่พี่ออกไป

อย่ามาใจดีเลย ในเมื่อความใจดีของพี่นั้น มีให้ผมเพราะรู้สึกผิด

“พี่ก็รู้ว่าผมคิดยังไง ฉะนั้น...อย่าใจดีกับผม....”

โอ๊ย ไม่ไหวแล้ว จานในมือจะหลุดแตกอีกรอบก็คราวนี้ ปวดแสบปวดร้อนตา อยากจะร้องไห้อีกแล้ว ผมมันไม่เอาไหน อ่อนแอทุกทีที่อยู่กับพี่

“งี่เง่า”

“พี่แหละงี่เง่า” ผมว้ากใส่เจ้าของประโยคบน พี่ทงเฮว่าผมงี่เง่าอีกแล้ว

“หันมาคุยกันดีๆ สิ”

“จะคุยอะไรอีกล่ะ”

“เรื่องพี่กับแทมิน

หายใจ ไม่ทันกันทีเดียวเมื่อได้ยินที่พี่ทงเฮเอ่ยถึงน้อง แต่พี่ทงเฮก็ทำสำเร็จ ยอมหันมาทั้งน้ำตา อยากจะพูดอะไรพูดออกมาเลย ผมทำใจยอมรับความจริงได้ครึ่งนึงแล้ว

“กับแทมิน..ก็ไม่มีอะไร ก็แค่น้องชายคนหนึ่ง”

ไม่เชื่อ! โกหก!

ผม ทำตาค้านพี่ทงเฮไป ก่อนจะพูดแบบนั้นช่วยมองที่ตัวเองกระทำหน่อยได้ไหม มันไม่จริงเลย ก็แค่น้องชายอะไร ประคบประหงมเสียขนาดนั้น พูดอะไรน่าเชื่อหน่อยสิ

“ไม่ได้คบกันเหรอ”

ทงเฮส่ายหน้าเป็นคำตอบให้รับรู้ก่อนจะเดินออกไปเพราะเสียงเรียกของพี่อีทึก

รู้สึกว่าน้ำตามันหยุดไหลง่ายดาย สมองมันตีความหมายกับคำว่า ‘น้องชาย’ ของพี่ทงเฮว่าไงบ้างล่ะ หัวใจลิงโลดเลยสิที่พี่ทงเฮบอกว่าไม่ได้เป็นอะไร เชื่อได้น่ะเหรอ...อย่ามาทำเป็นให้ความหวังกันหน่อยเลย


….Coffee prince snow*….


คน ที่เพิ่งบอกผมว่าแทมินเป็นแค่น้องชายตอนนี้กำลังนั่งทานข้าวกลางวันอยู่ด้าน หลังร้าน น้องแทมินซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ ซึ่งคยูฮยอนที่ไม่ได้กินรามยอนด้วย แต่เป็นข้าวกับกับข้าวไม่กี่อย่าง ทงเฮท่าทางจะหิวมาก ทงเฮสูดเส้นรามยอนเข้าปากเสียงดัง น้องอมยิ้มกับท่าทางนั้นของทงเฮ อยากหันหลังออกไปจากตรงนี้ให้รู้แล้วรู้รอด ถ้าไม่ถูกคยูฮยอนกวักมือเรียกให้ไปนั่งร่วมโต๊ะด้วยกันล่ะก็เดินออกไปแล้ว

พี่ ทงเฮเหลือบมามองผม ปากไม่ว่างทักทายถึงได้ส่งสายตามาบอกให้รู้แทนว่ากำลังอารมณ์ดีมากมาย น้องแทมินยังคงเกร็งกับการพูดคุยกับผมดังปกติ แต่น้องก็ยังคงเป็นเด็กดี ถึงได้พยายามฝืนยิ้มให้ผมอย่างจำใจ

พอมาเห็นแทมินทำแบบนี้ ผมถึงได้รู้สึกว่า...ตัวเองก็ไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะ ผมมันงี่เง่าอย่างที่พี่ทงเฮว่า ผมเคยโกรธน้องแทมินจนพาลไม่ยอมคุยกับน้อง จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้คุยกัน แล้วดูน้องสิ ทั้งที่การยิ้มให้ผมมันเป็นการฝืน

ผมไม่รู้จักการฝืน...ใจตัวเอง ไม่คิดถึงจิตใจคนอื่นบ้าง เข้าใจแล้วว่าที่พี่ทงเฮพูด ไม่ใช่ผมคนเดียวที่เจ็บกับเรื่องที่เกิดขึ้น

ผม เดินเข้าไปที่เก้าอี้ว่างข้างคยูฮยอน แต่ยังไม่ทันนั่งหรอก ซีวอนเดินเข้ามาซะก่อน ผมถึงได้เขยิบไปนั่งเก้าอี้อีกตัว ยังตัดสินใจไม่ถูกว่าจะกินอะไรดี ข้าวหรือรามยอน เหมือนทงเฮจะรู้

“รามยอนอร่อยนะ...”

มื้อ กลางวันของผมจบลงด้วยรามยอนเต็มท้อง......ผมเลี่ยงไม่มองคยูฮยอนที่กำลัง ป้อนข้าวให้ซีวอน คยูฮยอนตีแขนเมื่อซีวอนอ้อนมากๆ เข้า ผมแอบชำเลืองมองพี่ทงเฮอยู่บ่อยครั้ง เหมือนกันกับที่น้องแทมินทำ มีบางครั้งที่ผมสบตากับน้อง ผมยิ้มให้น้องอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรไปมากกว่านั้น

ตอนนี้ผมคิดว่า เรา...

ผมกับน้องควรจะได้คุยกัน



….Coffee prince snow*….


“....พี่ขอโทษนะ..”

น้อง แทมินดูงุนงงและคาดไม่ถึงว่าผมจะมาขอโทษ หน้าถึงได้ดูประหลาดใจกับคำพูดของผมนัก ผมไปขอให้น้องมาช่วยล้างจานเพื่อหาโอกาสคุยด้วยกันตามลำพัง ไม่รู้เจตนาที่แท้จริงของผม ถึงได้ตั้งใจช่วยเอาจานที่ถูแล้วล้างน้ำเปล่าก่อนจะคว่ำอย่างเรียบร้อยจน เสร็จ ก่อนจะออกผมถึงได้บอกให้น้องรู้...

“ไม่เป็นไรครับ”

ปากบอกว่า ไม่เป็นไร แต่สายตาน้องมันยังเหมือนมีอะไรเคลือบแคลงใจอยู่ บางสิ่งบางอย่างในสายตาของน้องคงหนีไม่พ้นเรื่องของผู้ชายที่ชื่อ อี ทงเฮสินะ

“เมื่อวาน...ผมก็ต้องขอโทษที่เข้าไปขัดจังหวะพี่”

“ขัดจังหวะ?”

“ผม..ชอบพี่ทงเฮ แต่ไม่รู้จะยังมีหวังอีกไหม ในเมื่อพี่ทงเฮก็ปฏิเสธผมไปแล้ว”

“จริง..เหรอ ทำไมล่ะ”

แทมินไม่บอกอะไร นอกจากมองมาที่ผมอย่างปวดร้าว ก่อนจะขอตัวออกไปจากตรงนี้



...ผมไม่แน่ใจอีกแล้วว่าจะเข้าข้างตัวเองได้ไหม...

...ในเมื่อทุกอย่างมันลงตัวให้คิดแบบนี้...



….Coffee prince snow*….


ผม เฝ้ารอจนถึงเวลาร้านปิด ต่างคนต่างแยกย้ายกันกลับบ้านกลับไปเอาแรง เพราะวันพรุ่งนี้ และอีกหลายวันที่ต้องลุยงานไปจนกว่าจะพ้นช่วงปีใหม่ ผมเปลี่ยนชุด สะพายกระเป๋าเป้ ตรวจตราความเรียบร้อยของร้าน น้องแทมินโบกมือลาคุณพี่ที่ยังอยู่ที่เคาท์เตอร์และผมที่ยังยืดเวลาให้ตัว เองอยู่ที่ร้านนานขึ้น ผมโบกมือตอบ ม่านหมอกแห่งความอึดอัดใจผ่านไปแล้ว เรายิ้มให้กันอย่างเป็นธรรมชาติขึ้นโดยไม่ต้องฝืนมาก อาจเป็นเพราะเราต่างรู้กันดีแล้วกว่าต่างฝ่ายต่าง...รักใครล่ะมั้ง ต่างจากตอนที่ต้องเก็บความรู้สึกตัวเองให้ทรมานเล่นนัก

ที่ผมไม่ รีบกลับเพราะไอคุณพี่ยังคงสาละวนกับการวางแผนทำเมนูใหม่ ยังไม่ยอมออกจากหน้าเคาท์เตอร์ทั้งๆ ที่เปลี่ยนชุดและเตรียมตัวกลับแล้วเหมือนกัน พอจู่ อยากจะทำก็ทำเสียงั้นน่ะนะ

“กลับกันเถอะ”

“กลับไปก่อนละกันซองมิน”

“คงไม่ได้ครับ ไม่มีคนไปส่ง”

ประโยคของผมทำให้คุณพี่เงยหน้าขึ้น คลี่ยิ้มหวานฉ่ำให้เห็น

“ได้สิ รอก่อนก็แล้วกัน”



“ผม..รอได้อยู่แล้ว”

ความ รู้สึกของผมตอนนี้คืออยากจะย้ายตัวเองจากหน้าเคาท์เตอร์ไปข้างนอกร้าน อยากจะไปเชคสภาพตัวเองว่าตอนนี้หน้าตาถูกย้อมเป็นสีแดงมากน้อยแค่ไหนแล้ว ผมกระดากใจนิดหน่อยที่ต้องเปิดเผยความรู้สึกตัวเองมากขนาดนี้ คุณพี่ถึงจะยอมตอบสนองความรู้สึกของผมบ้าง

ต้องอีกนานไหมกว่าไอ่คนเฉยๆ แบบพี่ จะยอมรู้สึกรู้สาอะไรกับที่ผมแย้มออกไป
คนบื้อ งี่เง่า คนเฉื่อยชา!


กลิ่น กาแฟหอมกรุ่นจนผมต้องหันหน้ามามองแก้วกาแฟใบน้อยที่พี่ทงเฮเลื่อนมาวางไว้ ตรงหน้า วิปครีมสีขาวฟูฟ่อง ตรงกลางมีช็อกโกแลตวาดเป็นรูปหัวใจ ดวงตาคมมองตรงมาที่ผม เรียวปากแย้มยิ้ม ทำสายตาหวานแบบไม่น่าให้อภัย

“ดื่มสิ..อร่อยนะ”

มือ ไม้เก้งก้างของผมหยิบแก้วกาแฟขึ้นมา กลิ่นหอมหวานของมันยั่วยวนให้ผมเอาช้อนตักวิปครีมใส่ปาก มันหวานซึ้งเกินบรรยาย ก่อนใช้ลิ้นแตะลงบนน้ำกาแฟสีข้น มันร้อน...จนลิ้นชา ผมต้องเป่าลิ้นตัวเองเพราะร้อน ดีนะที่ไม่ใจร้อนดื่มไป ทงเฮขำกับท่าทางของผมจนต้องค้อนหน้าคว่ำหน้างอ

“ไหน ดูลิ้นหน่อย”

ผมแลบลิ้นให้ทงเฮดู ทงเฮชะโงกหน้าเข้ามาดูใกล้ๆ

“แดง หมดแล้ว” ทงเฮตอบไปยิ้มไป แววตาคมสบตาผมอยู่นาน ผมต้องระงับไม่ให้หัวใจตัวเองเต้นแรงจนเตลิดไปซะก่อน ตอนที่ไอคุณพี่นึกเพี้ยนแนบริมฝีปากลงบนปากผม ก่อนที่จูบนี้จะจบลงผมขอลิ้มลองรสกาแฟที่แผ่ซ่านเข้ามาปากผม ปล่อยให้เรียวลิ้นอุ่นซ่านแทรกเข้ามาปลอบประโลม ปล่อยให้หัวใจหลุดลอยไปไหนต่อไหน

...โธ่เอ๊ย ไม่คิดจะต่อต้านเลยนะซองมิน



...ความรักก็เหมือนกาแฟ....รสชาติขมๆ ...แต่ถ้าติดใจ...ก็อาจจะติดได้...

...อย่างที่ผมรู้....ถึงยังไงกาแฟของผมมันก็หวาน...เหมือนพี่...





End


เคลียร์ไหมตอนจบ...ทงเฮอาจจะชอบแทมินอยู่แล้ว
แต่เพราะกระต่าย ทำให้ทงเฮ...ไขว้เขว (หรือ)

หรือตอนนี้ไม่เคลียร์

หรือต้องมีเวอร์ชั่นทงเฮ

ให้ซองมินลดฐิทิบ้างอะไรบ้าง...ให้เห็นใจคนอื่นบ้าง จะได้เป็นนางเอกเสียที ๕๕๕


wonnabwithkyu/28.gif


จบดีกว่า ๕๕๕๕

ขอบคุณทุกการติดตาม ขอโทษที่ให้รอนานนะคะ

user posted image

ภาพประกอบเลิศๆๆ ของ =LanWu สวยมั่ก ไปขโมยมา

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

thankyou donghaenarak dongmin fighting

#1 By (125.27.0.202) on 2009-04-20 22:48

น่ารักอ่ะ cry

#2 By (61.19.50.9) on 2009-05-19 13:13

RainbowTK View my profile