Coffee prince snow*….02
posted on 29 Jan 2009 00:15 by ryo7star in SF
….Coffee prince snow*….
Kaffee
Coffea
Koohii
Gehve
Coffee
Kafe
Caf้
Gehve
Koffie
Kawa
..
.
cafemasbdh…
กาแฟน้ำที่เพิ่งถูกชงจะร้อน ทะเล่อทะล่าดื่มมีแต่จะลวกปาก
เป่าให้หายร้อน รอจนอุ่นลิ้น ค่อยละเลียดรสชาติของน้ำสีดำข้นซึมซับรสชาติเข้าไปข้างใน
บางครั้งก็นึกเกลียด...กาแฟ แม้รสชาติจะถูกปากแต่สีน้ำกาแฟข้นมันเหมือนใจคน
พี่ทงเฮเป็นกาแฟรสขม......สีน้ำกาแฟดำเหมือนใจทงเฮ
ชอบเข้าไปได้ยังไง
….….Coffee prince snow*….
เท น้ำเชื่อมช็อกโกแลตรองที่ก้นถ้วย ตามด้วยน้ำอุ่นร้อนของเอสเพรสโซ่กับนมสดลงไปในแก้ว แต่งหน้าด้วยวิปครีมเป็นรูป ขั้นสุดท้ายโรยผงช็อกโกแลตบางๆ ลงไป ได้แล้วสินะ...
รอยยิ้มผุดน้อยที่ริมฝีปาก เวลาที่ได้มองไปนานๆ เข้า ก็จะจำรายละเอียดของทุกขั้นตอนได้เอง ทงเฮที่ตั้งใจทำงาน ไม่อยากจะละสายตา
แต่ คราวนี้ซองมินทำได้แค่มองดูอยู่ห่างๆ ไม่ได้เป็นคนไปรับถาดกาแฟจากทงเฮไปเสริฟ ร่างเพรียวบางของลี แทมินต่างหากที่เดินออกจากเคาท์เตอร์ไปเสริฟที่โต๊ะ ซองมินแค่อยู่ในช่วงพัก เดินห่างออกมาจากซิงค์ล้างจานแล้วมาทันได้เห็นทุกรายละเอียดพอดิบพอดี ได้เห็นรอยยิ้มที่เขาส่งให้กัน สายตาที่พี่ทงเฮมองแทมิน พิเศษไปอีกขั้นนึงแล้ว ทงเฮชอบน้องแทมินมากอีกขั้นนึง อ่านออกจากทางสายตาของทงเฮที่มองตามหลังแทมินไป ก่อนที่จะหันมาหาผม เมื่อรู้ว่าถูกมองอยู่ ทงเฮชะงักชั่วครู่
ช้าเกินไป ครั้งนี้พี่ทงเฮยิ้มให้เขาช้าเกินไป คำถามในใจว่าทำไม ได้คำตอบทันท่วงทีอีกเหมือนกัน ใจผมตอบตัวเองได้เลย เพราะผมพูดออกไป พี่เลยวางตัวไม่ถูกสินะ
ซองมินหันหลังมองไปยังคนที่อยู่ใกล้ตัวที่ สุดตอนนี้ คยูฮยอน...พี่อีทึก ในห้องครัว ซองมินกำลังหิว ในเมื่อจะมาหาอะไรกินที่เคาท์เตอร์ไม่ได้ก็ขอเข้าไปสิงในห้องครัวดีกว่า ซองมินไม่ได้ยิ้มตอบ หน้าตาตัวเองตอนนี้รู้ได้เลยว่ามันกำลังบึ้งตึงมากแค่ไหน พยายามแล้วที่จะยกริมฝีปากตัวเองขึ้น เรื่องง่ายๆ ครั้งนี้มันก็ยาก
ผิดๆ ผิดเองทั้งนั้นแหละซองมิน ทำไมไม่รู้จักควบคุมอารมณ์ตัวเองให้ได้อย่างที่ต้องการบ้าง
“พี่อีกทึก คยูฮยอน มีอะไรเหลือบ้างไหมอ่ะ” หิวถึงขั้นสามารถกวาดของคาวในจานที่ตั้งเรียงไว้สามจานหมดได้ในคราเดียวกันเลยนะ
“พี่ ซองมินอยากกินอะไรล่ะ” คยูฮยอนหันมาตอบ ส่วนพี่อีกทึกแค่หันมายิ้มแล้วหันกลับไปตั้งอกตั้งใจทำอาหารตามออเดอร์ชุด สุดท้ายของช่วงเช้า
“จะทำให้พี่เหรอ”
“อื้ม” เพราะงานในครัวน้อยลงบ้างแล้ว คยูฮยอนมีเวลาเหลือเฟือ แค่อาหานจานนึงของผม คยูฮยอนในดีคิดจะทำให้ ซองมินรู้สึกขอบคุณความใจดีของคยูฮยอนที่เผื่อแผ่ให้เขาตอนนี้ ตอนที่หัวใจกำลังเหนื่อยล้า จากความรักของตัวเอง เหนื่อยจากความคาดหวังที่สร้างขึ้นเอง โดยไม่สนว่าความจริงแล้วคนที่ถูกรักต้องการหรือไม่
รักไปแล้วนี่ ให้ใจไปแล้ว ถ้าหากจะหยุดรัก ก็มีแต่ต้องเอาใจคืนมาเท่านั้น ทำได้เหรอซองมิน
อา หารที่คยูฮยอนทำให้หอมจนอยากสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อซัมซับความหอมนั้นไว้ก่อนจะจางหาย คยูฮยอนวางจานลงบทเคาร์เตอร์ ยังไม่ทันได้กินก็รู้สึกอิ่มไปทั้งใจแล้ว
“อ้าว พี่ซองมิน” เสียงซีวอนที่ดังมาจากด้านหลัง ซีวอนยิ้มให้เมื่อเขาหันไปมอง แล้วก็เดินอ้อมเคาท์เตอร์เข้าประตูครัวเข้าไปหาคนข้างใน ซองมินตั้งอกตั้งใจกินมากไปหน่อยเลยไม่ได้สนใจกับที่สองคนนั้นพูดกัน รู้แค่ว่ามีชื่อทงเฮหลุดออกมาเท่านั้นล่ะ อย่างอื่นไม่รู้เลย
“พี่ซองมินครับ”
“หืม” ซองมินเงยหน้าขึ้นมองคนเรียก ร่างสูงที่มีใบหน้าหล่อเหลาเป็นจุดขาย แต่นิสัยออกจะทื่อนิดๆ ต่างกับคนที่ยืนข้างๆ นอกจากจะเป็นเสือยิ้มยากแล้วยังค่อนข้างไม่พูดกับคนไม่สนิทสักเท่าไหร่ แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด แต่พออยู่ด้วยกันแล้ว จะเห็นรอยยิ้มที่มีให้แก่กันและกันแบบน่ารักน่าอิจฉา
“คือว่า.......”
….….Coffee prince snow*….
ซอง มินเดินข้ามฝั่งกลับมายังซิงค์ล้างจาน แค่กำแพงกั้นกับห้องครัว มาจัดการกับการล้างจานกองย่อม พอได้รู้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็รู้สึกว่าตัวเองก็ตาไวขึ้น คนที่เขาชอบพอกันมันดูไม่ยาก เวลาที่สองคนนั้นยิ้มให้กัน ผมมองมากจนรู้สึกเขินแทน...
เมื่อกี้...ก็ไม่ได้มีอะไรสำคัญนักหรอก ก็แค่ซีวอนกับคยูฮยอนชวนไปเที่ยวด้วยกัน พีอีทึกไปไม่ได้เพราะมีเดทกับแฟนแล้ว ก็เหลือแค่คนอื่นในร้าน ครั้งแรกปากมันจะบอกปฏิเสธ เป็นวิธีการหลีกเลี่ยงความเจ็บปวดยามที่ต้องพบเจอทงเฮ แทมินอยู่ใกล้กัน ความจริงที่ต้องเจอ เจ็บปวดลึกทรมานข้างในอกไม่น้อยเลย มันเจ็บมากขึ้นทุกที
สู้ไม่รู้อะไรเลยดีกว่า ถ้าแกล้งทำเป็นลืมน้ำเสียงของทงเฮที่บอกให้รู้ว่าตัวผมคิดถูกว่าทงเฮชอบใคร ได้ล่ะนะ อยู่เฉยๆ แต่แรกก็ดีแล้วซองมิน
คิดแบบนี้แล้วทำได้ไหม คำตอบคือไม่ ผมได้ตอบตกลงกับการนัดสังสรรค์ในวันหยุดที่จะถึงนี้....ใจหนึ่งก็รอคอย ความรู้สึกขัดแย้งของใจนั้นควบคุมได้ที่ไหน ไม่อยากเห็นให้เจ็บแต่ใครกันนะที่เรียกร้องเต็มอกว่าอยากเจอหน้า และที่สำคัญ ไม่อยากจะสมน้ำหน้าตัวเอง ถ้าหากการที่ผมไม่ไปนั้นไปสร้างโอกาสให้พี่ทงเฮได้อยู่กับน้องแทมินสองต่อ สอง
แต่ก่อนผมจะไม่เอาแต่คิดมากอย่างนี้ ทงเฮผิดที่ทำให้ผมรู้ว่าพี่มีใจให้น้องแทมิน
ผมรักพี่ ผมมีสิทธ์จะหึงบ้างได้ไหม
….….Coffee prince snow*….
อย่างที่คิด...คนชอบกันน่ะดูออกง่าย แล้วยิ่งผมได้มารับรู้เพิ่มอีกว่าพี่ทงเฮชอบน้อง...ได้ยินจากปากเจ้าตัวเอง
อีก แล้ว...อยู่ด้วยกันอีกแล้ว แค่เดินออกมาจากด้านหลัง ก็เจอพี่กำลังยืนคุยกับน้องอยู่ที่เคาท์เตอร์ รอยยิ้มสดใสบนใบหน้าหรี่ให้ตาคมหยีลง คนมองอย่างผมได้แต่ขุ่นข้องใจ แค่ได้คุยกับน้องทำให้พี่ยิ้มได้มากขนาดนี้เชียวเหรอ ริมฝีปากคลี่ออกกว้าง มากกว่าตอนอยู่กับผม อะไรบางอย่างที่แทมินกำลังพูดนั้นดึงดูดไม่ให้พี่ทงเฮละสายตา
แทมิ นยิ่งแล้วใหญ่ สายตาชื่นชมพี่ทงเฮเปิดเผยมาแต่ไหนแต่ไร แก้มใสเจือสีชมพูระเรื่อทุกครั้งที่อยู่กับพี่ทงเฮ ตาวาวใสเป็นประกาย แบบเดียวกับที่ผมมอง น้องแทมินมองพี่ทงเฮอย่างที่ผมมอง แต่มีเพียงน้องเท่านั้นที่พี่ทงเฮมองตอบ
...สองคนนี้ใจตรงกัน....
...ผมจะทำอย่างไรดี....
...ถึงจะตัดใจจากความสัมพันธ์แบบคนรัก...
...ถึงอย่างนั้น ใจมันก็ยังคงรักพี่...
สรุปว่าวันนี้ทั้งวันผมหลีกเลี่ยงการที่จะพบเจอกับพี่ทงเฮตรงๆ ทั้งวัน
จะ ได้ไม่ต้องเอาแต่คิดมาก ไม่ให้ตัวเองฟุ้งซ่าน เอาแต่คิดถึงอ้อมกอดปลอบใจของพี่ยามกอดผม ความรู้สึกอุ่นซ่านหัวใจตอนนั้นมันทำให้หัวใจผมอ่อนยวบ อยากจะเป็นเจ้าของอ้อมกอดนั้นจังเลย
….….Coffee prince snow*….
ช่วง ปลายปีไปจนถึงต้นปีหน้าร้านจะมีคนเยอะเป็นพิเศษ เพราะฉะนั้นวันหยุดวันเดียวอย่างวันนี้จะหาไม่ได้ง่ายๆ วันเกิดคยูฮยอน..ที่ซีวอนวางแผนพาไปเลี้ยงเสียดิบดี แต่เช้าตรู่เลยต้องมานั่งรออยู่หน้าร้านที่มีป้าย close แขวนไว้ ผมนั่งแกร่วคนเดียวอยู่มาพักนึง ไม่ได้มาเร็วไปแต่คนอื่นน่ะมาช้าเอง เจ้าของนัดก็ช้า คนอื่นๆ ก็ช้า เล่นเกมส์ในโทรศัพท์ไประหว่างนั่งรอให้ทุกคนมาให้ครบ
“มาเร็วนะ” เสียงใสเสียงหนึ่งดังขึ้น ซองมินไม่เงยหน้ามองก็รู้ว่าใครที่ยืนอยู่ตรงหน้า คนที่ยืนนั่งลงข้างๆ แอบชะโงกหน้ามองเกมส์ที่เขากำลังเล่น ผมไม่ตอบอะไร พอไม่ได้คุยนานก็เริ่มประโยคสนทนาไม่ถูกไปแล้ว
“โกรธพี่อยู่อีกเหรอ”
ผม เงียบ พี่ทงเฮก็เงียบ ในเมื่อต่างคนต่างเงียบ อันที่จริงอย่างที่บอก ผมไม่ได้ตั้งใจจะไม่พูดด้วย แต่เคืองกับคำถามนี้จัง ถ้ารู้ว่าผมโกรธแล้วเพิ่งจะมาง้อเอาวันนี้งั้นเหรอ ใจร้ายจังนะ..
“ซองมิน พี่ขอโทษ”
มือที่กดปุ่มหยุดไปเฉยๆ ลมหายใจจะหยุดตาม ไม่นะ...
ไม่นะ…พี่จะพูดอะไร คำว่าขอโทษนำหน้าประโยคแบบนี้ มันลางร้ายที่สุด ไม่เอาคำนี้ ไม่ต้องมาขอโทษ
“ถ้า พี่จะขอโทษเรื่องที่พี่ชอบน้อง ไม่ได้...ชอบผมล่ะก็ ไม่ต้อง ผมไม่ได้อ้อนวอนให้พี่มาสนใจผม” โกหก..ซองมินกำลังหลอกไอคุณพี่ให้เข้าใจว่าที่จริงแล้วไม่ได้แคร์สักนิด เก่งนักล่ะซองมินเก่งเหลือเกินกำการทำบางสิ่งบางอย่างที่แสนโง่เง่า ซองมินเก่งเป็นที่สุด
ซองมินหยุดเล่น กำโทรศัพท์ไว้ในมือแน่น ไอคุณพี่เอาแต่จ้องหน้าผม พอผมหันหน้าหนีไปอีกทางก็ถอนหายใจให้ได้ยิน หมายความว่าไง ผมหันกลับไปถามเขาก็ปรากฎว่คนถามยื่นหน้าเข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว สันปลายจมูกชนกัน ก็แค่นั้นเพราะผมเอนตัวไปข้างหลังด้วยความตกใจกับหน้าพี่ทงเฮที่เข้ามาใกล้ ผมเอนตัวถอยหลังเมื่อรู้สึกถึงระยะห่างที่มันน้อยลงๆ แก้มร้อนจนหน้าจะไหม้เป็นไฟ ใกล้จนลมหายใจของพี่ทงเฮเป่ารดใบหน้า
“งี่เง่า” ทำสายตายียวนปากยื่น จิ้มจมูกให้ผมหน้าหงาย ก่อนจะกลับไปนั่งท่าเดิมให้ผมยัวะเล่น
“พี่น่ะแหละงี่เง่า”
“ยังไง”
ซองมินกัดริมฝีปาก มองจ้องหน้าคนงี่เง่ากร่นด่าข้างในใจ เพราะเป็นแบบนี้ไงถึงงี่เง่า
“ถามอะไรก็ไม่ยอมตอบดีๆ เรื่องที่พี่ไม่ได้ถามแหละพูดดีนัก”
อะไร นะ พี่พูดอะไรเนี่ย ซองมินคิดใคร่ครวญย้อนหลัง สิ่งที่พี่ถาม กับเรื่องที่ผมไม่ได้ตอบ คืออะไร อ้อ เข้าใจแล้ว สิ่งที่ถามคือเรื่องแทมิน ส่วนเรื่องที่ผมเอาแต่พูดๆ พูดแล้วก็พูดคือเรื่องของผม ความรู้สึกของผม มันคนละประเด็น มันไม่เกี่ยวข้อง เทียบกันไม่ได้เลยสักนิด
“ผมโกรธ.. โกรธแทมินที่น้องทำแก้วกาแฟที่พี่ชงตกแตก ผมรักกาแฟของพี่ ผมรักแก้วใบที่พี่ชง ผมรักพี่! ผมอิจฉาน้องที่ได้รับความรักจากพี่ ความใจดีจากพี่” มันงี่เง่าที่ต้องพูดประโยคเดิมซ้ำสอง บอกรักซ้ำสอง และสิ่งที่ได้กลับคืนมาก็คือคนงี่เง่าที่เหมือนจะไม่เข้าใจอะไรเลย
ทำสายตาสงสัย...สงสัยอะไรเหรอ ทั้งๆ ที่บอกชัดเจนแบบนี้ พี่ยังจะเคลือบแคลงใจเรื่องอะไรอีก
ซอง มินลุกขึ้นยืนหากอยู่ต่อนานกว่านี้อีกนิดเดียว ต่อมเจ้าน้ำตามันจะทำงานอีกแล้ว คงเป็นอะไรที่โง่มากหากจะต้องทำอะไรอย่างเดิมซ้ำซ้อน ให้เค้าเห็นความอ่อนแอของตัวเองอีกทำไมกัน ก็รู้ดีอยู่แล้ว อย่างดีที่สุดเขาก็แค่กอดปลอบ ได่เพียงแค่ไออุ่นชั่วคราว ส่วนหัวใจพีเก็บไว้ให้คนดีของพี่
“ฝากอวยพรวันเกิด..ให้คยูฮยอนด้วย..” เสียงมันสั่นไม่ไหวแล้ว รู้ไหมพี่ทงเฮว่าการกลั้นน้ำตามันเหนื่อยแค่ไหน
“จะไปไหน”
“กลับบ้าน”
“ไม่ ให้กลับ” พี่บอกแล้วก็เอื้อมมาจับมือผมไว้ ผมหันกลับไปมองมือคู่นั้นที่จับผม มองใบหน้าพี่ทงเฮที่ตกใจกับน้ำตาที่ตอนนี้มันเอ่อมารวมกันที่กระบอกตา พร้อมจะไหลได้ทุกเมื่อ ผมสะบัดมือพี่ออก
“จะต้องให้ผมบอกอีกกี่ ครั้ง ไม่ต้องมายุ่ง ไม่ต้องมาใจดี ไปอยู่กับแทมินของพี่ ไม่ต้องมายุ่งกับผม ผมจะกลับบ้าน ผมไม่อยากไป ไม่อยากเห็นพี่ใจดีกับน้อง” ม่านน้ำตาพังทำนบ สุดจะอดกลั้น ยิ่งพูดยิ่งโกรธตัวเอง...โกรธที่มัวแต่โง่งมจมอยู่กับความรู้สึกแย่ๆ แบบนี้ แต่พี่ก็ผิด...พี่ผิดที่เป็นส่วนหนึ่งให้ผมเป็นแบบนี้
“ผม เกลียดพี่ทงเฮ เกลียดรอยยิ้มของพี่ทงเฮ เกลียดเสียงหัวเราะของพี่ เกลียดความใจดีของพี่ เกลียดทุกสิ่งทุกอย่างที่พี่ทำให้แทมิน เข้าใจสักทีว่าผมรักพี่” ผมร้องไห้ สะอื้นออกมา ตาพร่ามัวแต่ก็รู้ว่าพี่กำลังมองมาด้วยสีหน้าลำบากใจ ผมรู้ว่าพี่รู้สึกยังไง เบื่อผม...รำคาญผมใช่ไหมล่ะ
“...เข้าใจแล้ว..”
“พี่.....เข้าใจอะไร”
ผม ถาม พี่ไม่ตอบแต่กลับลุกขึ้นยืน จับขวามือผมไว้ ส่วนอีกมือนั้นใช้มันเกลี่ยรอยน้ำตาบนแก้ม ตาฉ่ำน้ำตาจนพร่ามัวค่อยๆ ชัดขึ้น เมื่อน้ำตาไหลออกไปจนสามารถมองเห็นแววตาของคนตรงหน้า กำลังรู้สึกผิดที่ทำให้ผมเป็นแบบนี้
“เข้าใจแล้วว่าเรารักพี่ ขอบใจนะ”
ทำแบบนี้อีกทำไม เพื่ออะไร หยุดได้แล้ว ยังจะมาใจดีกับผมอีก...แล้วผมจะหยุดหัวใจออกมาห่างพี่ได้ยังไง
“แค่นี้เหรอครับ”
“ทำไมล่ะ”
“พี่ บอกมาสิครับ พี่ชอบแทมินและไม่ได้ชอบผม บอกให้ผมตัดใจจากพี่ ผมจะได้หยุดรักพี่สักที...ผมเจ็บ ผมเหนื่อย เหนื่อยที่ต้องเป็นอย่างนี้”
...ไม่เอาก็ได้ความรัก...
...ไม่ต้องรักผมก็ได้...
ริ งโทนหวานบาดหูดังมาจากโทรศัพท์ของพี่ พี่ล้วงกางเกงหยิบขึ้นมารับ มือที่จับมือผมปล่อยออกแล้ว ตอนนั้นคือรู้สึกว่าใจกระตุกแรงมาก ต้องหาที่ยึดเหนี่ยวด้วยการรีบคว้ามือพี่ทงเฮไว้ นิ้วมือเลื่อนไปเกี่ยวกระหวัดกับนิ้วพี่ ทั้งๆ ที่ยืนร้องไห้แบบนั้นน่ะ
“พี่ แค่ จะรับโทรศัพท์” พี่ทงเฮบอกผม ปลอบผมให้รู้ว่าไม่ได้คิดจะปล่อยมือผมไป เปลี่ยนไปใช้มืออีกข้างรับล้วงไปหยิบโทรศัพท์รับสายที่โทรเข้ามาแทน
“อื้อ อยู่ที่ร้านแล้ว อยู่ไหนล่ะ ไม่มาแล้วเหรอ...............อ๋อ อืมๆ แล้วจะบอกให้” จบบทสนทนาเพียงแค่นั้น พี่ทงเฮวางสายแล้วก็ยืนนิ่ง ไม่พูดไม่จาอะไร คงจะแปลกใจที่ผมจับมือพี่เขาแน่นขึ้นอีก
นี่ล่ะมั้งที่ต้องการ ไม่อยากเลยที่ปล่อยมือคู่นี้ไป
ผม เอาแต่ก้มหน้า พี่ทงเฮเลยเหนี่ยวคางผมให้เงยหน้ามองพี่เขา แม้ผมจะหลบตาก็ไม่ช่วยอะไร เพราะสุดท้ายก็ทนไม่ได้ อยากจะสบตาด้วย อยากบอกความรู้สึกผ่านทางสายตา อยากบอกให้รู้ว่าผมจริงจัง ที่จริงแล้วไม่ได้อยากตัดใจเลย แต่ถ้าทงเฮไม่รู้สึกเหมือนกัน ผมก็คงฝืนใจทงเฮไม่ได้
“พี่...ทงเฮ พี่...ซองมิน”
ซอง มินมองไปยังต้นเสียง น้องแทมินอยู่ในอาการตกตะลึงกับภาพที่เห็น งุนงงอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะก้าวถอยห่างไปทีละก้าว แล้ววิ่งออกไปจากหน้าร้าน
“แท มิน” ทงเฮหลุดชื่อนั้นออกมาเสียงแผ่วหายไปในลำคอ มือที่เชยคางผมตกลงข้างตัว ส่วนมือที่ผมยึดไว้เป็นของตนนั้น ทงเฮบีบตอบผมแรงขึ้น...แรงขึ้น จนผมทนไม่ไหว
“ผมเจ็บ”
“ไม่ได้มีแค่เราที่เจ็บหรอกนะ”
“ผม...ผมไม่ได้อยากให้พี่ ไม่ได้อยากให้น้องเจ็บเพราะผม ผมขอโทษ”
ผมแกะมือพี่เขาออก
“ซองมิน”
“ปล่อย ผม ปล่อย” เมื่อพี่ทงเฮไม่ยอมคลายมือออก ซองมินต้องสะบัดมือออกอย่างแรงถึงจะหลุด ก็ในเมื่อทำให้ลำบากใจ ทำให้ทุกคนเจ็บปวด ผมไปก็ได้
“ไปตามแทมินของพี่สิครับ ไม่ต้องมายุ่งกับผม”
ทงเฮจ้องผม คิ้วขมวดมุ่นติดกัน โกรธที่ผมพูดแบบนี้...แล้วยังไงล่ะ
ทงเฮ หันหลังให้ เดินตามแทมินออกไปดั่งที่ผมคาดไว้...ก็แล้วยังไงล่ะ พี่ห่วงน้อง พี่รักน้อง ผมรู้ดีอยู่แล้ว สุดท้ายคนที่พี่จะเลือกก็ไม่ใช่ผม
...ขอบคุณสำหรับความใจดีของพี่...
...อ้อมกอด ฝ่ามือ สายตาห่วงใย...
...ขอบคุณกาแฟแก้วนั้นที่ทำให้ผมได้บอกความรู้สึกของผม...
...ผมแช่ง แช่งให้พี่อกหักจากน้องได้ไหม...
to b con
สรุปว่าเรื่องนี้ไม่จงง่ายๆ ดีไหมอ่ะ จบยากน่ะดีแล้วเนอะ เพราะว่าเนื้อเรื่องมันยังยืดได้อีก
ขอบ คุณหนังสือ coffeemania ที่ทำให้เกิดอารมณ์จินตนาการเพริดพริ้งเรื่องกาแฟ บาริสต้าสุดหล่อ เด็กล้างจาน และ ฟิคเรื่องนี้ ข้อความดีๆ บางส่วนยกมาจากในหนังสือ ลองหาอ่านได้ ^^
ขอบคุณมากๆ นะค้า
^^
EDIT::
Kaffee เยอรมณี
Coffea อิตาลี
Koohii ญี่ปุ่น
Gehve อิหร่าน
Coffee อังกฤษ
Kaffe เดนมาร์ก
Café ฝรั่งเศษ
Koffie เนเธอร์แลนด์
Kawa โปแลนด์
Kaffee
Coffea
Koohii
Gehve
Coffee
Kafe
Caf้
Gehve
Koffie
Kawa
..
.
cafemasbdh…
กาแฟน้ำที่เพิ่งถูกชงจะร้อน ทะเล่อทะล่าดื่มมีแต่จะลวกปาก
เป่าให้หายร้อน รอจนอุ่นลิ้น ค่อยละเลียดรสชาติของน้ำสีดำข้นซึมซับรสชาติเข้าไปข้างใน
บางครั้งก็นึกเกลียด...กาแฟ แม้รสชาติจะถูกปากแต่สีน้ำกาแฟข้นมันเหมือนใจคน
พี่ทงเฮเป็นกาแฟรสขม......สีน้ำกาแฟดำเหมือนใจทงเฮ
ชอบเข้าไปได้ยังไง
….….Coffee prince snow*….
เท น้ำเชื่อมช็อกโกแลตรองที่ก้นถ้วย ตามด้วยน้ำอุ่นร้อนของเอสเพรสโซ่กับนมสดลงไปในแก้ว แต่งหน้าด้วยวิปครีมเป็นรูป ขั้นสุดท้ายโรยผงช็อกโกแลตบางๆ ลงไป ได้แล้วสินะ...
รอยยิ้มผุดน้อยที่ริมฝีปาก เวลาที่ได้มองไปนานๆ เข้า ก็จะจำรายละเอียดของทุกขั้นตอนได้เอง ทงเฮที่ตั้งใจทำงาน ไม่อยากจะละสายตา
แต่ คราวนี้ซองมินทำได้แค่มองดูอยู่ห่างๆ ไม่ได้เป็นคนไปรับถาดกาแฟจากทงเฮไปเสริฟ ร่างเพรียวบางของลี แทมินต่างหากที่เดินออกจากเคาท์เตอร์ไปเสริฟที่โต๊ะ ซองมินแค่อยู่ในช่วงพัก เดินห่างออกมาจากซิงค์ล้างจานแล้วมาทันได้เห็นทุกรายละเอียดพอดิบพอดี ได้เห็นรอยยิ้มที่เขาส่งให้กัน สายตาที่พี่ทงเฮมองแทมิน พิเศษไปอีกขั้นนึงแล้ว ทงเฮชอบน้องแทมินมากอีกขั้นนึง อ่านออกจากทางสายตาของทงเฮที่มองตามหลังแทมินไป ก่อนที่จะหันมาหาผม เมื่อรู้ว่าถูกมองอยู่ ทงเฮชะงักชั่วครู่
ช้าเกินไป ครั้งนี้พี่ทงเฮยิ้มให้เขาช้าเกินไป คำถามในใจว่าทำไม ได้คำตอบทันท่วงทีอีกเหมือนกัน ใจผมตอบตัวเองได้เลย เพราะผมพูดออกไป พี่เลยวางตัวไม่ถูกสินะ
ซองมินหันหลังมองไปยังคนที่อยู่ใกล้ตัวที่ สุดตอนนี้ คยูฮยอน...พี่อีทึก ในห้องครัว ซองมินกำลังหิว ในเมื่อจะมาหาอะไรกินที่เคาท์เตอร์ไม่ได้ก็ขอเข้าไปสิงในห้องครัวดีกว่า ซองมินไม่ได้ยิ้มตอบ หน้าตาตัวเองตอนนี้รู้ได้เลยว่ามันกำลังบึ้งตึงมากแค่ไหน พยายามแล้วที่จะยกริมฝีปากตัวเองขึ้น เรื่องง่ายๆ ครั้งนี้มันก็ยาก
ผิดๆ ผิดเองทั้งนั้นแหละซองมิน ทำไมไม่รู้จักควบคุมอารมณ์ตัวเองให้ได้อย่างที่ต้องการบ้าง
“พี่อีกทึก คยูฮยอน มีอะไรเหลือบ้างไหมอ่ะ” หิวถึงขั้นสามารถกวาดของคาวในจานที่ตั้งเรียงไว้สามจานหมดได้ในคราเดียวกันเลยนะ
“พี่ ซองมินอยากกินอะไรล่ะ” คยูฮยอนหันมาตอบ ส่วนพี่อีกทึกแค่หันมายิ้มแล้วหันกลับไปตั้งอกตั้งใจทำอาหารตามออเดอร์ชุด สุดท้ายของช่วงเช้า
“จะทำให้พี่เหรอ”
“อื้ม” เพราะงานในครัวน้อยลงบ้างแล้ว คยูฮยอนมีเวลาเหลือเฟือ แค่อาหานจานนึงของผม คยูฮยอนในดีคิดจะทำให้ ซองมินรู้สึกขอบคุณความใจดีของคยูฮยอนที่เผื่อแผ่ให้เขาตอนนี้ ตอนที่หัวใจกำลังเหนื่อยล้า จากความรักของตัวเอง เหนื่อยจากความคาดหวังที่สร้างขึ้นเอง โดยไม่สนว่าความจริงแล้วคนที่ถูกรักต้องการหรือไม่
รักไปแล้วนี่ ให้ใจไปแล้ว ถ้าหากจะหยุดรัก ก็มีแต่ต้องเอาใจคืนมาเท่านั้น ทำได้เหรอซองมิน
อา หารที่คยูฮยอนทำให้หอมจนอยากสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อซัมซับความหอมนั้นไว้ก่อนจะจางหาย คยูฮยอนวางจานลงบทเคาร์เตอร์ ยังไม่ทันได้กินก็รู้สึกอิ่มไปทั้งใจแล้ว
“อ้าว พี่ซองมิน” เสียงซีวอนที่ดังมาจากด้านหลัง ซีวอนยิ้มให้เมื่อเขาหันไปมอง แล้วก็เดินอ้อมเคาท์เตอร์เข้าประตูครัวเข้าไปหาคนข้างใน ซองมินตั้งอกตั้งใจกินมากไปหน่อยเลยไม่ได้สนใจกับที่สองคนนั้นพูดกัน รู้แค่ว่ามีชื่อทงเฮหลุดออกมาเท่านั้นล่ะ อย่างอื่นไม่รู้เลย
“พี่ซองมินครับ”
“หืม” ซองมินเงยหน้าขึ้นมองคนเรียก ร่างสูงที่มีใบหน้าหล่อเหลาเป็นจุดขาย แต่นิสัยออกจะทื่อนิดๆ ต่างกับคนที่ยืนข้างๆ นอกจากจะเป็นเสือยิ้มยากแล้วยังค่อนข้างไม่พูดกับคนไม่สนิทสักเท่าไหร่ แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด แต่พออยู่ด้วยกันแล้ว จะเห็นรอยยิ้มที่มีให้แก่กันและกันแบบน่ารักน่าอิจฉา
“คือว่า.......”
….….Coffee prince snow*….
ซอง มินเดินข้ามฝั่งกลับมายังซิงค์ล้างจาน แค่กำแพงกั้นกับห้องครัว มาจัดการกับการล้างจานกองย่อม พอได้รู้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็รู้สึกว่าตัวเองก็ตาไวขึ้น คนที่เขาชอบพอกันมันดูไม่ยาก เวลาที่สองคนนั้นยิ้มให้กัน ผมมองมากจนรู้สึกเขินแทน...
เมื่อกี้...ก็ไม่ได้มีอะไรสำคัญนักหรอก ก็แค่ซีวอนกับคยูฮยอนชวนไปเที่ยวด้วยกัน พีอีทึกไปไม่ได้เพราะมีเดทกับแฟนแล้ว ก็เหลือแค่คนอื่นในร้าน ครั้งแรกปากมันจะบอกปฏิเสธ เป็นวิธีการหลีกเลี่ยงความเจ็บปวดยามที่ต้องพบเจอทงเฮ แทมินอยู่ใกล้กัน ความจริงที่ต้องเจอ เจ็บปวดลึกทรมานข้างในอกไม่น้อยเลย มันเจ็บมากขึ้นทุกที
สู้ไม่รู้อะไรเลยดีกว่า ถ้าแกล้งทำเป็นลืมน้ำเสียงของทงเฮที่บอกให้รู้ว่าตัวผมคิดถูกว่าทงเฮชอบใคร ได้ล่ะนะ อยู่เฉยๆ แต่แรกก็ดีแล้วซองมิน
คิดแบบนี้แล้วทำได้ไหม คำตอบคือไม่ ผมได้ตอบตกลงกับการนัดสังสรรค์ในวันหยุดที่จะถึงนี้....ใจหนึ่งก็รอคอย ความรู้สึกขัดแย้งของใจนั้นควบคุมได้ที่ไหน ไม่อยากเห็นให้เจ็บแต่ใครกันนะที่เรียกร้องเต็มอกว่าอยากเจอหน้า และที่สำคัญ ไม่อยากจะสมน้ำหน้าตัวเอง ถ้าหากการที่ผมไม่ไปนั้นไปสร้างโอกาสให้พี่ทงเฮได้อยู่กับน้องแทมินสองต่อ สอง
แต่ก่อนผมจะไม่เอาแต่คิดมากอย่างนี้ ทงเฮผิดที่ทำให้ผมรู้ว่าพี่มีใจให้น้องแทมิน
ผมรักพี่ ผมมีสิทธ์จะหึงบ้างได้ไหม
….….Coffee prince snow*….
อย่างที่คิด...คนชอบกันน่ะดูออกง่าย แล้วยิ่งผมได้มารับรู้เพิ่มอีกว่าพี่ทงเฮชอบน้อง...ได้ยินจากปากเจ้าตัวเอง
อีก แล้ว...อยู่ด้วยกันอีกแล้ว แค่เดินออกมาจากด้านหลัง ก็เจอพี่กำลังยืนคุยกับน้องอยู่ที่เคาท์เตอร์ รอยยิ้มสดใสบนใบหน้าหรี่ให้ตาคมหยีลง คนมองอย่างผมได้แต่ขุ่นข้องใจ แค่ได้คุยกับน้องทำให้พี่ยิ้มได้มากขนาดนี้เชียวเหรอ ริมฝีปากคลี่ออกกว้าง มากกว่าตอนอยู่กับผม อะไรบางอย่างที่แทมินกำลังพูดนั้นดึงดูดไม่ให้พี่ทงเฮละสายตา
แทมิ นยิ่งแล้วใหญ่ สายตาชื่นชมพี่ทงเฮเปิดเผยมาแต่ไหนแต่ไร แก้มใสเจือสีชมพูระเรื่อทุกครั้งที่อยู่กับพี่ทงเฮ ตาวาวใสเป็นประกาย แบบเดียวกับที่ผมมอง น้องแทมินมองพี่ทงเฮอย่างที่ผมมอง แต่มีเพียงน้องเท่านั้นที่พี่ทงเฮมองตอบ
...สองคนนี้ใจตรงกัน....
...ผมจะทำอย่างไรดี....
...ถึงจะตัดใจจากความสัมพันธ์แบบคนรัก...
...ถึงอย่างนั้น ใจมันก็ยังคงรักพี่...
สรุปว่าวันนี้ทั้งวันผมหลีกเลี่ยงการที่จะพบเจอกับพี่ทงเฮตรงๆ ทั้งวัน
จะ ได้ไม่ต้องเอาแต่คิดมาก ไม่ให้ตัวเองฟุ้งซ่าน เอาแต่คิดถึงอ้อมกอดปลอบใจของพี่ยามกอดผม ความรู้สึกอุ่นซ่านหัวใจตอนนั้นมันทำให้หัวใจผมอ่อนยวบ อยากจะเป็นเจ้าของอ้อมกอดนั้นจังเลย
….….Coffee prince snow*….
ช่วง ปลายปีไปจนถึงต้นปีหน้าร้านจะมีคนเยอะเป็นพิเศษ เพราะฉะนั้นวันหยุดวันเดียวอย่างวันนี้จะหาไม่ได้ง่ายๆ วันเกิดคยูฮยอน..ที่ซีวอนวางแผนพาไปเลี้ยงเสียดิบดี แต่เช้าตรู่เลยต้องมานั่งรออยู่หน้าร้านที่มีป้าย close แขวนไว้ ผมนั่งแกร่วคนเดียวอยู่มาพักนึง ไม่ได้มาเร็วไปแต่คนอื่นน่ะมาช้าเอง เจ้าของนัดก็ช้า คนอื่นๆ ก็ช้า เล่นเกมส์ในโทรศัพท์ไประหว่างนั่งรอให้ทุกคนมาให้ครบ
“มาเร็วนะ” เสียงใสเสียงหนึ่งดังขึ้น ซองมินไม่เงยหน้ามองก็รู้ว่าใครที่ยืนอยู่ตรงหน้า คนที่ยืนนั่งลงข้างๆ แอบชะโงกหน้ามองเกมส์ที่เขากำลังเล่น ผมไม่ตอบอะไร พอไม่ได้คุยนานก็เริ่มประโยคสนทนาไม่ถูกไปแล้ว
“โกรธพี่อยู่อีกเหรอ”
ผม เงียบ พี่ทงเฮก็เงียบ ในเมื่อต่างคนต่างเงียบ อันที่จริงอย่างที่บอก ผมไม่ได้ตั้งใจจะไม่พูดด้วย แต่เคืองกับคำถามนี้จัง ถ้ารู้ว่าผมโกรธแล้วเพิ่งจะมาง้อเอาวันนี้งั้นเหรอ ใจร้ายจังนะ..
“ซองมิน พี่ขอโทษ”
มือที่กดปุ่มหยุดไปเฉยๆ ลมหายใจจะหยุดตาม ไม่นะ...
ไม่นะ…พี่จะพูดอะไร คำว่าขอโทษนำหน้าประโยคแบบนี้ มันลางร้ายที่สุด ไม่เอาคำนี้ ไม่ต้องมาขอโทษ
“ถ้า พี่จะขอโทษเรื่องที่พี่ชอบน้อง ไม่ได้...ชอบผมล่ะก็ ไม่ต้อง ผมไม่ได้อ้อนวอนให้พี่มาสนใจผม” โกหก..ซองมินกำลังหลอกไอคุณพี่ให้เข้าใจว่าที่จริงแล้วไม่ได้แคร์สักนิด เก่งนักล่ะซองมินเก่งเหลือเกินกำการทำบางสิ่งบางอย่างที่แสนโง่เง่า ซองมินเก่งเป็นที่สุด
ซองมินหยุดเล่น กำโทรศัพท์ไว้ในมือแน่น ไอคุณพี่เอาแต่จ้องหน้าผม พอผมหันหน้าหนีไปอีกทางก็ถอนหายใจให้ได้ยิน หมายความว่าไง ผมหันกลับไปถามเขาก็ปรากฎว่คนถามยื่นหน้าเข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว สันปลายจมูกชนกัน ก็แค่นั้นเพราะผมเอนตัวไปข้างหลังด้วยความตกใจกับหน้าพี่ทงเฮที่เข้ามาใกล้ ผมเอนตัวถอยหลังเมื่อรู้สึกถึงระยะห่างที่มันน้อยลงๆ แก้มร้อนจนหน้าจะไหม้เป็นไฟ ใกล้จนลมหายใจของพี่ทงเฮเป่ารดใบหน้า
“งี่เง่า” ทำสายตายียวนปากยื่น จิ้มจมูกให้ผมหน้าหงาย ก่อนจะกลับไปนั่งท่าเดิมให้ผมยัวะเล่น
“พี่น่ะแหละงี่เง่า”
“ยังไง”
ซองมินกัดริมฝีปาก มองจ้องหน้าคนงี่เง่ากร่นด่าข้างในใจ เพราะเป็นแบบนี้ไงถึงงี่เง่า
“ถามอะไรก็ไม่ยอมตอบดีๆ เรื่องที่พี่ไม่ได้ถามแหละพูดดีนัก”
อะไร นะ พี่พูดอะไรเนี่ย ซองมินคิดใคร่ครวญย้อนหลัง สิ่งที่พี่ถาม กับเรื่องที่ผมไม่ได้ตอบ คืออะไร อ้อ เข้าใจแล้ว สิ่งที่ถามคือเรื่องแทมิน ส่วนเรื่องที่ผมเอาแต่พูดๆ พูดแล้วก็พูดคือเรื่องของผม ความรู้สึกของผม มันคนละประเด็น มันไม่เกี่ยวข้อง เทียบกันไม่ได้เลยสักนิด
“ผมโกรธ.. โกรธแทมินที่น้องทำแก้วกาแฟที่พี่ชงตกแตก ผมรักกาแฟของพี่ ผมรักแก้วใบที่พี่ชง ผมรักพี่! ผมอิจฉาน้องที่ได้รับความรักจากพี่ ความใจดีจากพี่” มันงี่เง่าที่ต้องพูดประโยคเดิมซ้ำสอง บอกรักซ้ำสอง และสิ่งที่ได้กลับคืนมาก็คือคนงี่เง่าที่เหมือนจะไม่เข้าใจอะไรเลย
ทำสายตาสงสัย...สงสัยอะไรเหรอ ทั้งๆ ที่บอกชัดเจนแบบนี้ พี่ยังจะเคลือบแคลงใจเรื่องอะไรอีก
ซอง มินลุกขึ้นยืนหากอยู่ต่อนานกว่านี้อีกนิดเดียว ต่อมเจ้าน้ำตามันจะทำงานอีกแล้ว คงเป็นอะไรที่โง่มากหากจะต้องทำอะไรอย่างเดิมซ้ำซ้อน ให้เค้าเห็นความอ่อนแอของตัวเองอีกทำไมกัน ก็รู้ดีอยู่แล้ว อย่างดีที่สุดเขาก็แค่กอดปลอบ ได่เพียงแค่ไออุ่นชั่วคราว ส่วนหัวใจพีเก็บไว้ให้คนดีของพี่
“ฝากอวยพรวันเกิด..ให้คยูฮยอนด้วย..” เสียงมันสั่นไม่ไหวแล้ว รู้ไหมพี่ทงเฮว่าการกลั้นน้ำตามันเหนื่อยแค่ไหน
“จะไปไหน”
“กลับบ้าน”
“ไม่ ให้กลับ” พี่บอกแล้วก็เอื้อมมาจับมือผมไว้ ผมหันกลับไปมองมือคู่นั้นที่จับผม มองใบหน้าพี่ทงเฮที่ตกใจกับน้ำตาที่ตอนนี้มันเอ่อมารวมกันที่กระบอกตา พร้อมจะไหลได้ทุกเมื่อ ผมสะบัดมือพี่ออก
“จะต้องให้ผมบอกอีกกี่ ครั้ง ไม่ต้องมายุ่ง ไม่ต้องมาใจดี ไปอยู่กับแทมินของพี่ ไม่ต้องมายุ่งกับผม ผมจะกลับบ้าน ผมไม่อยากไป ไม่อยากเห็นพี่ใจดีกับน้อง” ม่านน้ำตาพังทำนบ สุดจะอดกลั้น ยิ่งพูดยิ่งโกรธตัวเอง...โกรธที่มัวแต่โง่งมจมอยู่กับความรู้สึกแย่ๆ แบบนี้ แต่พี่ก็ผิด...พี่ผิดที่เป็นส่วนหนึ่งให้ผมเป็นแบบนี้
“ผม เกลียดพี่ทงเฮ เกลียดรอยยิ้มของพี่ทงเฮ เกลียดเสียงหัวเราะของพี่ เกลียดความใจดีของพี่ เกลียดทุกสิ่งทุกอย่างที่พี่ทำให้แทมิน เข้าใจสักทีว่าผมรักพี่” ผมร้องไห้ สะอื้นออกมา ตาพร่ามัวแต่ก็รู้ว่าพี่กำลังมองมาด้วยสีหน้าลำบากใจ ผมรู้ว่าพี่รู้สึกยังไง เบื่อผม...รำคาญผมใช่ไหมล่ะ
“...เข้าใจแล้ว..”
“พี่.....เข้าใจอะไร”
ผม ถาม พี่ไม่ตอบแต่กลับลุกขึ้นยืน จับขวามือผมไว้ ส่วนอีกมือนั้นใช้มันเกลี่ยรอยน้ำตาบนแก้ม ตาฉ่ำน้ำตาจนพร่ามัวค่อยๆ ชัดขึ้น เมื่อน้ำตาไหลออกไปจนสามารถมองเห็นแววตาของคนตรงหน้า กำลังรู้สึกผิดที่ทำให้ผมเป็นแบบนี้
“เข้าใจแล้วว่าเรารักพี่ ขอบใจนะ”
ทำแบบนี้อีกทำไม เพื่ออะไร หยุดได้แล้ว ยังจะมาใจดีกับผมอีก...แล้วผมจะหยุดหัวใจออกมาห่างพี่ได้ยังไง
“แค่นี้เหรอครับ”
“ทำไมล่ะ”
“พี่ บอกมาสิครับ พี่ชอบแทมินและไม่ได้ชอบผม บอกให้ผมตัดใจจากพี่ ผมจะได้หยุดรักพี่สักที...ผมเจ็บ ผมเหนื่อย เหนื่อยที่ต้องเป็นอย่างนี้”
...ไม่เอาก็ได้ความรัก...
...ไม่ต้องรักผมก็ได้...
ริ งโทนหวานบาดหูดังมาจากโทรศัพท์ของพี่ พี่ล้วงกางเกงหยิบขึ้นมารับ มือที่จับมือผมปล่อยออกแล้ว ตอนนั้นคือรู้สึกว่าใจกระตุกแรงมาก ต้องหาที่ยึดเหนี่ยวด้วยการรีบคว้ามือพี่ทงเฮไว้ นิ้วมือเลื่อนไปเกี่ยวกระหวัดกับนิ้วพี่ ทั้งๆ ที่ยืนร้องไห้แบบนั้นน่ะ
“พี่ แค่ จะรับโทรศัพท์” พี่ทงเฮบอกผม ปลอบผมให้รู้ว่าไม่ได้คิดจะปล่อยมือผมไป เปลี่ยนไปใช้มืออีกข้างรับล้วงไปหยิบโทรศัพท์รับสายที่โทรเข้ามาแทน
“อื้อ อยู่ที่ร้านแล้ว อยู่ไหนล่ะ ไม่มาแล้วเหรอ...............อ๋อ อืมๆ แล้วจะบอกให้” จบบทสนทนาเพียงแค่นั้น พี่ทงเฮวางสายแล้วก็ยืนนิ่ง ไม่พูดไม่จาอะไร คงจะแปลกใจที่ผมจับมือพี่เขาแน่นขึ้นอีก
นี่ล่ะมั้งที่ต้องการ ไม่อยากเลยที่ปล่อยมือคู่นี้ไป
ผม เอาแต่ก้มหน้า พี่ทงเฮเลยเหนี่ยวคางผมให้เงยหน้ามองพี่เขา แม้ผมจะหลบตาก็ไม่ช่วยอะไร เพราะสุดท้ายก็ทนไม่ได้ อยากจะสบตาด้วย อยากบอกความรู้สึกผ่านทางสายตา อยากบอกให้รู้ว่าผมจริงจัง ที่จริงแล้วไม่ได้อยากตัดใจเลย แต่ถ้าทงเฮไม่รู้สึกเหมือนกัน ผมก็คงฝืนใจทงเฮไม่ได้
“พี่...ทงเฮ พี่...ซองมิน”
ซอง มินมองไปยังต้นเสียง น้องแทมินอยู่ในอาการตกตะลึงกับภาพที่เห็น งุนงงอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะก้าวถอยห่างไปทีละก้าว แล้ววิ่งออกไปจากหน้าร้าน
“แท มิน” ทงเฮหลุดชื่อนั้นออกมาเสียงแผ่วหายไปในลำคอ มือที่เชยคางผมตกลงข้างตัว ส่วนมือที่ผมยึดไว้เป็นของตนนั้น ทงเฮบีบตอบผมแรงขึ้น...แรงขึ้น จนผมทนไม่ไหว
“ผมเจ็บ”
“ไม่ได้มีแค่เราที่เจ็บหรอกนะ”
“ผม...ผมไม่ได้อยากให้พี่ ไม่ได้อยากให้น้องเจ็บเพราะผม ผมขอโทษ”
ผมแกะมือพี่เขาออก
“ซองมิน”
“ปล่อย ผม ปล่อย” เมื่อพี่ทงเฮไม่ยอมคลายมือออก ซองมินต้องสะบัดมือออกอย่างแรงถึงจะหลุด ก็ในเมื่อทำให้ลำบากใจ ทำให้ทุกคนเจ็บปวด ผมไปก็ได้
“ไปตามแทมินของพี่สิครับ ไม่ต้องมายุ่งกับผม”
ทงเฮจ้องผม คิ้วขมวดมุ่นติดกัน โกรธที่ผมพูดแบบนี้...แล้วยังไงล่ะ
ทงเฮ หันหลังให้ เดินตามแทมินออกไปดั่งที่ผมคาดไว้...ก็แล้วยังไงล่ะ พี่ห่วงน้อง พี่รักน้อง ผมรู้ดีอยู่แล้ว สุดท้ายคนที่พี่จะเลือกก็ไม่ใช่ผม
...ขอบคุณสำหรับความใจดีของพี่...
...อ้อมกอด ฝ่ามือ สายตาห่วงใย...
...ขอบคุณกาแฟแก้วนั้นที่ทำให้ผมได้บอกความรู้สึกของผม...
...ผมแช่ง แช่งให้พี่อกหักจากน้องได้ไหม...
to b con
สรุปว่าเรื่องนี้ไม่จงง่ายๆ ดีไหมอ่ะ จบยากน่ะดีแล้วเนอะ เพราะว่าเนื้อเรื่องมันยังยืดได้อีก
ขอบ คุณหนังสือ coffeemania ที่ทำให้เกิดอารมณ์จินตนาการเพริดพริ้งเรื่องกาแฟ บาริสต้าสุดหล่อ เด็กล้างจาน และ ฟิคเรื่องนี้ ข้อความดีๆ บางส่วนยกมาจากในหนังสือ ลองหาอ่านได้ ^^
ขอบคุณมากๆ นะค้า
^^
EDIT::
Kaffee เยอรมณี
Coffea อิตาลี
Koohii ญี่ปุ่น
Gehve อิหร่าน
Coffee อังกฤษ
Kaffe เดนมาร์ก
Café ฝรั่งเศษ
Koffie เนเธอร์แลนด์
Kawa โปแลนด์
เนตเพิ่งเล่นได้ต่อไเราจะเจอกันบ่อยขึ้นน้าาาาา


แต่ว่า..
สงสารซองมินจิงๆเลย
มินนี่ พี่ทงเฮเค้าไม่รักก้อมานี่มา..หึหึ
มานี่เร้ว (กวักมือเรียกสุดฤทธิ์
เด๋วเค้าซับน้ำตาให้
เค้าสัญญาว่าจาไม่ปล่อยมือตัวเองแบบพี่ทงเฮแน่นอน (ชู3นิ้วกันเลยทีเดียว -*-)
ปล.จาว่าไรมั๊ยถ้าจาบอกว่า..ว่า..ว่า..
อยากอ่าน Merry Christmas อ่า
ชอบอ่ามินน่าร้ากกก คยูก้อน่าร้ากกก หุหุ
#1 By mhoomin (58.9.107.217) on 2009-01-29 01:44