Coffee prince snow*….01
posted on 05 Jan 2009 03:10 by ryo7star in SF
[SF]….Coffee prince snow*….01, Merry x' Mas ด๊องมิน 2 ตอนจบ (มั้ง

.
.
.
ใช่ ว่าเพียงเคล็ดลับและวิธีชง จะเพียงพอในการทำให้ผลลัพธ์ของกาแฟออกมาน่าชื่นใจเสียทุกครั้งไป บางครั้งกาแฟหอมอร่อยสักถ้วยอาจมาจากการชงที่แตกต่างกัน หรือบางทีเพียงแค่หาแก้วกาแฟถูกใจสักแก้ว เลือกชนิดกาแฟที่ต้องการใส่ลงในแก้ว เทน้ำร้อนลงไปประมาณสี่ถึงห้านาที เติมน้ำและน้ำตาลตามใจชอบ
แค่นี้ก็จะได้กาแฟ หอมกรุ่นอร่อยถ้วยหนึ่ง โดยไม่ต้องมีเคล็ดลับให้ยุ่งยาก เพียงแค่ใช้*ใจ*
รสชาติอยากให้เป็นแบบไหน ก็สรรสร้างค์มันขึ้นมาเอง
กาแฟในภาษาญี่ปุ่น.........koohii
กาแฟในภาษาฟิลแลนด์...kahvi
กาแฟในภาษาฟิลิปปินส์.........kape
ทุกชาติต่างมีกาแฟเป็นภาษาของตัวเอง.........แล้วมีใครเคยคิดกาแฟเป็นภาษาของตัวเองบ้างไหม
กาแฟในภาษาของผมมันชื่อว่า......cafemasbdh
ผมแย่งมาจากภาษาฝรั่งเศส..อียิปต์ และก็ความรู้สึกของผมที่มีต่อชื่อย่อคนข้างหลัง
ทั้งหมดนี้ผมได้เรียนรู้มาจากผู้ชายคนนึง....ที่ผม...รู้สึกปลื้มจนไม่อยากจะเป็น..แค่เด็กในสายตาเขา
….….Coffee prince snow*….
เป็น ธรรมดาที่จะได้เห็นใครคนนึงยืนอยู่ที่เคาท์เตอร์ มุ่งมั่นกับการชงๆ และก็ชงกาแฟตามที่ลูกค้าสั่ง ใบหน้านั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มสดใสยามได้สบตา ใครคนนั้นเป็นเหมือนเจ้าชายของร้านเจ้าชายกาแฟนี่ ผมได้เป็นผู้เชียวชาญด้านกาแฟ เพียงแต่ตอนนี้ผมก็แค่พนักงานธรรมดา ที่ไม่มีฝีมืออะไรนอกจากล้างจานและเก็บจานเท่านั้นแหละ
ส่วนคนที่กำลังชงกาแฟอยู่นั้นคือ...ทงเฮ...รุ่นพี่ผมที่ทำงานอยู่ในร้านมานานกว่าผมมากแล้ว
ผมไม่ได้อยากเป็นเหมือนเขา....
ผมน่ะอยากจะอยู่ใกล้ๆ เขา...
*เพล้ง*
แก้ว และจานมีราคาลงไปนอนกองเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย กระจัดกระจายอยู่บนพื้น ทงเฮคนนึงที่หันมามอง ผมอีกคนนึงที่มองไปยังจุดเกิดเหตุ คยูฮยอน ซีวอนและ พี่อีทึกพร้อมใจกันเหลียวมอง ที่แทมินได้ทำพลาด ทำของตกแตก
คยู ฮยอน อีทึกเดินเข้าไปช่วยเก็บกวาด ส่วนทงเฮนั้นเมื่อแทมินทำหน้าตาสำนึกผิดปากเรียวก็ยิ้มบอกว่าไม่เป็นไร พร้อมกับลูบศีรษะเป็นการปลอบ
..ถ้าเปรียบคนเป็นเหมือนกาแฟต่างรสชาติ
..ลี แทมินคือรสชาติที่ทงเฮชอบ
….….Coffee prince snow*….
“ช่วง หน้าเทศกาลนี้แหละที่ร้านเราต้องทำเค้กกับกาแฟเป็นเซตเข้ากับเทศกาล” ผู้จัดการร้านแจ้งให้ทุกคนรับทราบ ทุกคนต่างแยกย้ายไปทำตามหน้าที่ตัวเอง คยูฮยอนกับแทมินทำเค้ก อีทึกทำเมนูอาหาร ซีวอนคอยเดินเสริฟ กับเขาที่มีหน้าที่เก็บเช็ดล้าง ส่วนทงเฮก็ยังคงยืนอยู่อยู่ที่ตำแหน่งเดิม คอยเสกสรรกาแฟหอมกรุ่นรสเลิศออกมา ซองมินหล่ะเป็นปลื้ม เมื่อเห็นแก้วกาแฟแก้วนึงถูกบรรจงแต่งหน้าโดยวิปครีมเป็นรูปหัวใจ...ตรงที่ จับก็มีริบบิ้นสีแดงน่ารัก ซองมินชอบ...น่าดื่มจังเลยครับทงเฮ คนที่ดื่มก็คงได้รับความสุขแน่นอนครับ
อี ซองมินหยิบถาดที่ทงเฮวางแก้วไว้บนนั้นยกขึ้นไปเสริฟ ผมยิ้มค้างตั้งแต่รับถ้วยนั้นมาจากทงเฮ เดินฮึมฮัมเพลงจิงเกอเบลที่เปิดคลออยู่ร้าน เดินผ่านต้นคริสต์มาสขนาดต้นยักส์ที่เมื่อคืนเขาอยู่ตกแต่งนานพอสมควร พอเอี้ยวตัวไปยังอีกฝั่งของต้นคริสต์มาส เท่านั้นแหละ แทมินโผล่มาจากไหนไม่รู้ เซมาถูกแขนเขา ถาดและแก้วในมือลอยละลิ่วลงสู่พื้นเบื้องหน้า
“ขอโทษครับ...ขอโทษ จริงๆ ครับ” แทมินเอ่ยซ้ำไปซ้ำมา หน้าตาสำนึกผิดของแทมิน ไม่ว่าใครเห็นก็ต้องใจอ่อนไปทุกครั้ง แต่ไม่ใช่คราวนี้ ไม่ใช่
“ที หลังก็หัดเดินดูทางมั่งสิ รู้ไหมว่ากาแฟแก้วนี้ทงเฮตั้งใจทำมัน” ผมไม่ได้โวยวายไม่ได้เสียงดัง ก็แค่บอกเขาไปเฉยๆ อาจจะเป็นด้วยอารมณ์โกรธของผมทำให้เสียงผมค่อยข้างจะห้วน คนฟังเลยหน้าซีด ก้มลงเก็บแก้วที่แตกเป็นชิ้นๆ อย่างรีบร้อน
“โอ๊ย” แทมินร้อง ชักมือกลับเมื่อแก้วกาแฟที่แตกบาดนิ้ว
“เป็นอะไรไหมแทมิน” ทงเฮนั่นเองที่เข้ามาหา เอามือแทมินไปดู ซับเลือดด้วยปากให้อย่างเป็นห่วงเป็นใย ไม่ได้หันมามองผมเลยสักนิด
“พี่ ทงเฮพาแทมินไปทำแผล เดี๋ยวผมเก็บเศษแก้วให้เอง” ซีวอนพูดพร้อมกับเดินเข้ามา ในมือมีไม้กวาดและที่โกยเตรียมจัดการเก็บกวาดให้เรียบร้อย ส่วนผมก็เดินไปข้างหลังร้าน ล้างจานตามหน้าที่ กี่จานต่อกี่จาน แก้วต่อหลายแก้วที่ซีวอนยกมาเก็บ ผมก้มหน้าก้มตาล้างโดยไม่ขยับไปไหนอีก ไม่ได้ออกไปช่วยซีวอนเสริฟเหมือนทุกที อันที่จริงจะบอกว่าไปไหนไม่ได้ซะมากกว่า พอจะออกไปมองกระจกที่แขวนข้างผนัง เห็นสภาพหน้าตาผมแดงกล่ำด้วยน้ำตา จะออกไปให้ใครเห็นสภาพนี้ ดูไม่ได้เอาซะเลย
“ซองมิน...”
“ครับ” ผมขานรับคนที่มาเรียกชื่อ เขายืนอยู่ข้างหลัง ผมไม่อยากหันไปมองหน้าเขา
“ดื่มกาแฟไหม...”
“ขอบคุณครับ..แต่วันนี้ผมไม่อยากกิน”
เขา เดินออกไปโดยไม่พูดอะไร ผมได้แต่ด่าตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าโง่นัก จะอะไรนักหนากะอีกแค่เรื่องที่เขาพาแทมินไปทำแผล โดยไม่สนใจอีกคนที่ยืนใจสลายได้แค่มองตาม
“มาอีกแล้วครับ พี่ซองมินหลบ” ซีวอนบอก ผมที่มัวแต่ยืนนิ่งก็ขยับตัวออก ให้ซีวอนวางถาดใส่จานไว้
“พี่ ซองมินเป็นอะไรครับ...ใครทำอะไรพี่ ร้องไห้ทำไมครับ” ซีวอนถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง ผมได้แต่ส่ายหน้าปฏิเสธ มันไม่มีใครทำอะไรฉันหรอก ก็แค่ฉันน่ะแหละ ที่เอาใจไปให้เขาทำเอง
“มีอะไรบอกผมได้นะ”
“พี่ชอบเราน่ะ”
“หา!!” หมอนั่นตาเหลือกขึ้น ถอยหลังผงะ ตกใจกับที่ผมพูดจริงจัง ผมแอบขำสีหน้าซีวอนตอนนั้นมาก
“ผม มีแฟนแล้วครับพี่ซองมิน ผมขอโทษครับ” ตอบปฏิเสธรวดเร็ว ที่จริงผมก็ไม่ได้จะคาดคั้นซีวอน แต่คงจะรู้สึกผิดมาก เอาแต่ก้มหัวขอโทษผมไม่หยุด
“พี่ล้อเล่นน่ะ ล้อเล่น”
ซีวอนทำหน้างงนานก่อนที่จะเข้าใจ ถอนหายใจโล่งอก มือจับไหล่ผมแล้วพูดอีกว่า
“พี่เกือบทำผมหัวใจวาย...ดีแล้วล่ะครับที่ล้อเล่น ผมแอบจริงจังนะครับ ผมคบใครไม่ได้อีกแล้วล่ะ เดี๋ยวถูกคยูฮยอนด่า”
ซีวอนคงไม่รู้ตัวว่าได้สร้างความอิจฉาเล็กๆ ก่อนออกไป ปฏิเสธผมแล้วบอกเสร็จสรรพเลยว่าแฟนตัวเองน่ะใคร
คิด ดีๆ แล้วถ้าผมสังเกตให้ดีกว่านี้ก็คงจะรู้นาน เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่ได้เปิดเผยของสองคนนี้ก็มีให้เห็นอยู่บ้าง เช่นว่าถ้าหากมีอุบัติเหตุในห้องครัวอะไรเกิดขึ้น ซีวอนนี่แหละที่ดูจะกระวนกระวายและออกอาการมากที่สุด
เพราะไม่เคยใส่ใจ ถึงไม่เคยรู้สินะ
ถ้า เทียบแล้วผมน่ะ รู้เรื่องของทงเฮทุกเรื่อง เพราะผมใส่หัวใจไปให้พี่เขามาก ทุ่มความรู้สึกไปให้เขาคนเดียว จนไม่มีเวลาเผื่อให้เรื่องใคร แม้กระทั่งเรื่องของตัวเอง
....ผมยังไม่มีใคร...
...คิดจะมีอยู่ทุกวัน...
...แต่ไอคุณพี่บ้ายังไม่เคยรู้เลย....
เพลงคริสต์มาสของร้านแว่วหวาน...เนื้อหากินใจซองมินเหลือเกิน อยากให้คนฟังอย่างไอคุณพี่รู้ตัวบ้างว่าผมน่ะคิดยังไงด้วย
.
.
.
I don't want a lot for Christmas
There's just one thing I need
I don't care about the presents
Underneath the Christmas tree
I just want you for my own
More than you could ever know
Make my wish come true
All I want for Christmas is...
You
.
.
….….Coffee prince snow*….
“เมอรี่ คริสต์มาส”
เสียง ที่ซีวอนตะโกนขึ้น พร้อมกับในมือชูแก้วเบียร์ขึ้นซดจนหมดแก้ว คยูฮยอนเองก็นั่งจิบเบียร์ไปเรื่อยไม่ได้สนใจอะไร พี่อีทึกมัวแต่คุยโทรศัพท์กับแฟนยังไม่ได้มาร่วมโต๊ะเปิดปาร์ตี้ฉลองคริตส์ มาสกันหน้าร้าน ส่วนผมผมก็นั่งท้าวคางอยู่กับโต๊ะ มองดาวบนฟ้า ในมือถือแก้วเบียร์ มองดาวไปจิบเบียร์ไปในค่ำคืนแบบนี้ก็โรแมนติกดี
เอ่อ จะให้ดีมากถ้าหากไอคุณพี่ทงเฮหยุดสนใจตรงเคาท์เตอร์ แล้วออกมานั่งดื่ม เก้าอี้ข้างๆ ผมยังไม่ที่ว่างให้พี่ได้นั่ง ส่วนคุณน้องแทมินก็เลิกทำเป็น ‘ผมช่วยครับ’ อยู่ข้างๆ พี่เขาสักทีเถอะ รู้ไหมว่าพี่เขารำคาญ อยากจะไล่นายออกไปห่างๆ จะแย่แล้วน่ะ
“สุขสันต์วันคริสต์มาส พี่ไปแล้วนะ” พี่อีทึกที่หายไปเปลี่ยนชุดเมทออกเดินมาบอก ก่อนจะเดินตัวปลิวออกไปหาเจ้าของมอเตอร์ไซค์รูปหล่อที่มาจอดอยู่หน้าร้าน พี่อีกทึกก็มีแฟนให้ไปฉลองด้วยแล้ว เหลือผม..พี่ทงเฮ แล้วก็แทมิน
ไม่เอาได้ไหม เหลือแทมินคนเดียวแต่ผมกับพี่ทงเฮน่ะ กำลังจะวางแผนไปฉลองค่ำคืนแห่งความสุขกันสองคน
นั่ง คิดฟุ้งซ่านอยู่ไม่นาน แทมินก็ยกถาดเค้กมาวางไว้บนโต๊ะ ผมนับแล้วมีเค้กเกินมาหนึ่งชิ้น ของพี่อีทึกนั่นเอง ประเดี๋ยวพี่ทงเฮก็ตามออกมาพร้อมกลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟ ผมนับแล้ว..แก้วกาแฟมีห้าแก้ว อันที่จริงมันจะว่าพอดีก็ใช่
แล้ว แก้วกาแฟก็ทยอยส่งมาจนถึงผมจนได้ ดีที่ซีวอนนั่งข้างๆ ผม ถัดไปเป็นคยูฮยอน ทงเฮแล้วก็แทมิน...ข้างๆ ผมเป็นเก้าอี้ว่าง...ดีแล้วล่ะที่พี่ทงเฮไม่มานั่งข้างๆ ผม ไม่ต้องเห็นสายตากึ่งๆ จะคาดโทษอะไรสักอย่างใกล้ๆ พี่ทงเฮยิ้มให้ผม แต่แววตาไม่ได้ยิ้มตามด้วยสิ
เพราะว่าผมปฏิเสธกาแฟของพี่...พี่อีทึกออกไปกับแฟนแล้ว แก้วนั้นมันก็เลยตกมาเป็นของผมใช่ไหม
แท มินเป็นคนเอาเค้กแจก แทมินหยิบให้ผมพร้อมกล่าวคำว่าขอโทษเบาๆ มันดูเหมือนผมเป็นคนยังไง ที่ไปว่าน้องเขา ผมก็แค่โกรธที่กาแฟแก้วนั้นมันควรที่ลูกค้าจะได้กิน ผมโกรธที่ความตั้งใจของพี่ทงเฮถูกแทมินที่ไม่ทันระวังทำมันตกแตก ผมจึงไม่ตอบอะไรแทมิน แน่นอนว่าทงเฮมองอยู่ เหมือนจะทำตาดุ ผมเสมองไปทางอื่นเป็นอันจบเรื่อง
ก็ไม่ได้หวังว่าใครจะมาเข้าใจ ก็แค่คิดว่าแทมินควรจะระวังมากกว่านี้ ถึงใครจะไม่คิดอะไร ก็แค่ผมคนเดียวที่คิด เป็นเรื่องเล็กน้อยอีกเรื่องที่ผมใส่ใจ นำมาโมโหอยู่คนเดียว เหมือนคนบ้า
แทมินคงจะไม่คิดอะไร เมื่อผมไม่ตอบก็หันกลับไปสนใจแก้วกาแฟหอม สลับกับการกินเค้กทีละนิด
“เค้กอร่อยไหมครับ” แทมินถามขึ้น
“อร่อย มาก” ซีวอนคนนึงแหละที่ตอบเสียงดัง ส่วนคยูฮยอนก็ยิ้มเป็นคำตอบ ทงเฮน่ะเหรอตักเค้กใส่ปากไม่หยุดเลย แทมินดูจะเป็นปลื้มมากที่ทงเฮทานอย่างเอร็ดอร่อย แล้วเมื่อน้องมองมาที่ผม ทำหน้าคาดหวังว่าผมจะกิน แต่ผมยังคงถือแก้วเบียร์ ไม่ได้แตะเค้กเลยสักนิด
ผมสบตากับพี่ทงเฮ คนมองทำตาดุ ผมยั้งใจที่จะไม่ลุกหนีไป
“กินสิ อร่อยนะ มามะ อ้าปาก ฉันป้อน” ซีวอนที่นั่งอยู่ข้างๆ ตักเค้กในจานผม ผมตกใจก็เลยเผลออ้าปากรับเค้กชิ้นนั้นเข้าไป
ความ หวานนุ่มของเค้กนั้นแผ่ซ่านไปทั่วลิ้น หวานซึมซาบไปทั่วปาก จนผมต้องก้มมองเจ้าเค้ก หน้าตามันเหมือนปีกขนนกที่ถูกแต่งแต้มอยู่บนขนมปังฟูฟ่อง อร่อยมาก ปฏิเสธไม่ได้เลย
“อร่อยไหมครับพี่ซองมิน”
“อร่อย” ผมตอบ ตามองพี่ทงเฮที่กำลังยิ้มให้กับแทมิน ก่อนจะหันมามองผมแล้วหุบยิ้ม
ขอบใจ ไม่ต้องแสดงออกมาตรงๆ อย่างนั้นก็ได้นะ โตแล้วหัดเก็บอารมณ์กันมั่ง
ผม เข้าไปยังห้องแต่งตัวหลังจากเก็บล้างจานจนเรียบร้อย ซีวอน คยูฮยอนกลับไปแล้ว เหลือก็แต่ผมกับพี่ทงเฮที่เดินปิดหน้าต่างร้านชั้นบน ผมเปิดตู้ของตัวเองออก หยิบเสื้อผ้าออกมาเปลี่ยน ผมซึ่งกำลังถอดเสื้อออกมาไม่ได้คิดอะไร แม้พี่ทงเฮจะเปิดประตูห้องเข้ามาเปลี่ยนชุด อายบ้างที่ถูกเห็นตอนเปลือย แต่พี่เขาไม่ได้คิดอะไร มีแต่ผมน่ะคิดเองเออเองคนเดียว ทุกครั้งที่เขาบังเอิญเข้ามาตอนผมเปลี่ยนชุด ผมก็มักจะพยายามเฉยๆ ไม่สติแตกให้เขารู้ตัว
“ปิดหน้าต่างเสร็จแล้วเหรอครับ”
“อื้อ”
“แทมินล่ะครับ”
“กลับไปแล้ว”
เริ่ม เข้าสู่โหมดพูดคำตอบคำ ถ้าหากบรรยากาศเป็นแบบนี้ผมมักจะหลีกเลี่ยงบทสนทนากับเขา ถ้าเขาไม่อยู่ในอารมณ์ที่อยากคุยกับผม ผมก็จะไม่คุย คนใจดีบางครั้งก็เย็นชากับคนอย่างผมเสียจริงๆ
“ซองมิน”
“ครับ...”
“หายโกรธน้องรึยัง”
ผม ไม่ได้ตอบอะไร ก็ผมยังไม่หายโกรธนี่ ผมไม่อยากเสแสร้ง ไม่อยากฝืนยิ้มกับน้องแทมิน อยากให้น้องเขาคิดที่ปรับความซุ่มซ่ามของตัวเองให้ลดลงสักนิดนึง ปล่อยให้รู้ตัวว่าผมโกรธเขาเรื่องนี้ก็ดีแล้ว
เขาถอดเสื้อออก หยิบอีกตัวขึ้นมาใส่ ผมเองก็สวมเสื้อแขนยาวไปแล้ว เสื้อกันหนาว หมวกและถุงมือสีเขียวตุ่น
“แล้วโกรธอะไรพี่เหรอ”
.....
..
...
ถอนหายใจไปสองสามเฮือก ผมส่ายหน้าเป็นคำตอบ
“ไม่ยอมบอกอีก”
“เรื่องของผมนี่ครับ”
“ซองมิน”
“อะไร”
“บอกพี่มาสิ”
“ไม่มีอะไรครับ”
“ซองมิน”
“ครับ....”
“ไม่ บอกก็ตามใจ งั้นพี่กลับแล้วนะ” อี ทงเฮปิดตู้ของตัวเอง โบกมือลาแล้วเดินออกไปที่ประตู ซองมินยืนค้างอยู่พักหนึ่งก่อนจะวิ่งตามออกไป
“พี่ทงเฮ...รอก่อน”
“อะไร” คนเย็นชาหันกลับมาตอบ มือหยิบมาเปิดสวิทต์กุญแจรถยนต์ พร้อมที่จะกระโดดขึ้นรถขับออกไปได้ทุกเมื่อ เจ้าชายของผมนอกจากจะเก่งเรื่องทำกาแฟแล้ว ยังเก่งเรื่องทำร้ายหัวใจผมอีก ถ้าผมไม่รั้งไว้ คงคิดจะกลับไปเลยใช่ไหม
...
...
….Coffee prince snow*….
“พี่จะกลับบ้านเลยรึเปล่า”
“อื้อ กลับเลย”
“บ้านพี่มีใครนอกจากพี่อีกรึเปล่าครับ”
“พี่ไม่ได้กลับไปบ้านใหญ่ แค่กลับคอนโดน่ะ จะมีใครได้ไง”
“แล้วพี่อยากจะมีใครสักคน.....ไปอยู่เป็นเพื่อนไหม......”
ทงเฮ
ไม่ตอบ แค่หันมามองให้ผมใจเสีย เดินขึ้นรถสตาร์ทเครื่องเสียงดังกระหึ่ม
จะถอยรถออกไปแล้วมั้งถ้าไม่เห็นน้ำตาผมที่มันอดทนไว้ไม่ไหว
ไหลออกมาก่อนที่เขาจะไป ทงเฮทำหน้างุนงง
เดินลงมาจากรถจูงมือผมขึ้นไปนั่งเคียงข้าง หน้าตาซีเรียสขึ้นมาทันใด
“เมื่อกี้คิดว่าถูกแกล้งซะอีก”
ผม
ปาดน้ำตา ไม่เข้าใจคนพูดที่ถอยรถออกไปยังถนนตอนนี้เลย บ้าบอที่สุด
เรื่องหน้าด้านแบบนี้ใครเขาจะล้อเล่นกันเล่า
เสนอตัวไปนอนค้างด้วยขนาดนี้แล้ว
“บ้านอยู่ไหน”
“จะไปส่งผมเหรอ”
“อือ”
“ไม่ได้ยินที่ผมบอกเหรอ ผมจะไปค้างด้วย”
ไอ
คุณพี่ทงเฮเงียบ ไม่พูดอะไรอีก
แต่ก็ไม่ได้ถามต่อว่าบ้านของผมอยู่ไหน...ก่อนรถจะหักเลี้ยวเข้าคอนโดทงเฮ
เขาหันมามองผมราวกับจะถามว่าแน่ใจเหรอ...
….Coffee prince snow*….
เป็น
ครั้งแรกที่ผมมายังคอนโดของพี่ทงเฮ จะบอกยังไงดีมันทั้งตื่นเต้น
ทั้งทำอะไรไม่ถูก ถ้าไม่ถูกจับนั่งที่ระเบียงระหว่างรอที่พี่ทงเฮอาบน้ำ
ผมอาจจะยืนทื่ออยู่กลางห้องอีกนานเลยก็ได้ ที่ระเบียงมีเก้าอี้นอนตัวเดียว
ผมนอนลงไป สมมุติว่าตัวเองเป็นพี่ทงเฮ
นอนมองวิวจากตรงนี้..ก็ไม่มีอะไรจะทำนี่นา
“ตาเราอาบแล้วซองมิน”
“พี่ทงเฮ หิมะ”
คน
ที่เดินมาหยุดเช็ดผมอยู่ข้างเก้าอี้แหงนหน้ามองท้องฟ้าตามที่ผมบอก
เกล็ดหิมะที่โปรยปรายมาในยามค่ำคืนสะท้อนแสงไฟนีออนให้ได้เห็น
หิมะตกลงมาบนหน้าผม ความรู้สึกเย็นๆ ยามสัมผัสโดน
แต่ในใจกลับอบอุ่นอย่างประหลาด นี่ละมั้งที่เรียกว่า....มีความสุขล้น
พี่ทงเฮยืนพิงกับราวระเบียง หัวเราะด้วยเสียงต่ำๆ ยืนอยู่ตรงนั้นแล้วส่งยิ้มมาให้ผม
“อยากกินกาแฟไหม..ซองมิน”
คราวนี้ผมไม่ปฏิเสธแน่นอน....
“อยาก..แต่เอาไว้พรุ่งนี้ละกันนะครับ”
“ทำไมล่ะ”
ซอง
มินหน้าแดงระเรื่อลุกขึ้นจากเก้าอี้นอน เดินเข้าไปหาทงเฮ
ยื่นมือออกไปหาอย่างกล้าๆ กลัว
ยิ่งถูกตาคมจับจ้องมือไม้ที่หวังจะโอบเอวเขาเข้ามากอดมันกลับหนักอึ้ง
ซองมินชักมือกลับ สบตากันนานๆ มองมากไปก็ไม่กล้า
“คือ.....”
“อะไร”
พี่ทงเฮยิ้มแต่ก็ยังทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ใส่ผม ผมรู้ว่าพี่รู้แล้ว...
“พี่ชอบใครอยู่รึเปล่า”
คำถามแบบนี้ไม่ได้คำตอบมาง่ายๆ ก็รู้ เพราะพี่ทงเฮไม่ตอบผม ยืนตากหิมะกันสองคน ผมเริ่มจะหนาว...
“เข้าไปคุยกันข้างใน” พี่ทงเฮบอกแล้วก็จูงมือผมเข้าไปนั่งเล่นหน้าทีวี เปิดหาอะไรดู ไหนว่าจะคุยไงล่ะ
“พี่ทงเฮ”
คนถูกเรียกหันมามองตอบแล้วก็กลับไปสนใจหน้าทีวีอีกเหมือนเดิม
“พี่ชอบแทมินใช่ไหมครับ”
“ก็รู้นี่..”
ผม
จำไม่ได้ว่ากว่าจะถามประโยคนี้ออกไปต้องใช้ความกล้ามากมายแค่ไหน
แล้วตอนนี้ ต้องกลั้นน้ำตาตัวเองไว้ ยิ่งต้องใช้ความอดทนมากเป็นพิเศษ
เคยทนไหวเหรอเวลาดวงตาหนักอึ้งเพราะต้องกลั้นน้ำตาไว้
ไม่ใช่คนร้องไห้บ่อยๆ ถึงขนาดจะควบคุมน้ำตาตัวเองได้สักหน่อย
“แต่ผม
ชอบพี่” ผมโพล่งออกไปอย่างหน้ามืดตามัว ไม่รู้อะไรเป็นอะไรแล้ว
แค่อยากจะบอกความรู้สึกตัวเองที่เก็บไว้มานานออกไป น้ำตาไหลพราก
เข้าใจแล้วว่าตัวเองรู้สึกยังไงถึงได้ไม่ลังเล ไม่เสียใจที่ปากไวบอกออกไปแล้ว
พี่ทงเฮยังไม่ใจร้ายเกินไปนัก อย่างน้อยตอนนี้ก็ถูกดึงเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดอุ่นของพี่
...ความรักของผมเหมือนรสกาแฟ มันขมตอนชง...
...แต่ถ้าเติมน้ำตาลให้มันก็จะหวาน...
Cafemashdh…ผมอยากจะให้มันหวาน...เหมือนพี่
To b con
ด๊องมินเรื่องแรกที่เ็ป็นด๊องมิน
มาลงฟิคแก้ขัดปีแรกของ 2009
คู่นี้น่ากินที่สุด!!!!



น่ารักมั่กๆๆ
รอตอนต่อไปอยู่น้า
ขอบคุณค่ะ
จุ๊บๆ
#1 By NinJa (203.155.40.6) on 2009-01-05 08:31