I HATE CHRISTMAS
posted on 25 Dec 2008 03:41 by ryo7star in SF
I HATE CHRISTMAS
Paring :shinee
NOTE
:เหตุผลที่ไม่บอกคู๋ง่ายๆ เพราะว่าถ้ารู้จะไม่ลุ้น เอ่อ อันที่จริง.......อ่านเถอะ
นี่ ใครคิดจะออกไปเดินคนเดียวช่วงนี้นะ ขอเตือนนะว่าอย่าคิดจะเสี่ยงไป เพราะคุณอาจจะถูกทำร้ายได้น่ะสิ ทำร้ายยังไงเหรอ ถ้าคุณออกไปเจอใครสักคนที่กำลังเดินจูงมือกันข้ามถนน ต้นคริสต์มาสที่คุณแค่จะออกมายืนมองไฟกระพริบจะเต็มไปด้วยคู่รักยืนเบียดกันเหมือนที่ยืนมันหาไม่ได้บนพื้น หลังจากนั้นพวกเหล่าหญิงชายหรือคู่เกย์ หรือดี้แล้วแต่จะมีในโลกก็จะเข้ามารุมให้คุณขอถ่ายรูปจนหน้ามืด ก่อนที่คุณจะหมดสติไปกับเพลงจิงกระเบลสะเทือนอยู่ในหู
ผมเกลียดคริสต์มาส!
“....จิงเกอเบล..จิงเกอเบล.....”
เสียงริงโทนของลูกค้าในร้านอาหารนั่นเอง อีกคนแล้วที่ตั้งริงโทนเป็นเพลงเกี่ยวกับเทศกาลนี้ ซึ่งผมไม่มีวันที่จะเลียนแบบได้แน่ๆ เพราะผม
เกลียดคริสต์มาส!
...
..
..
ต้องย้ำอีกทีไหม
เกลียดคริสต์มาส!
ไม่เข้าใจความรู้สึกผมหรอก มันไม่ใช่เหตุผลแค่ข้างบนหรอกที่ทำให้ผมเกลียด
มันมากกว่านั้น....
ตอนนั้นผมแค่หงุดหงิดมาก กะอีกแค่เค้าจุดพลุ และมีเทศกาลซานต้าเดินแจกของขวัญผม ทำไมต้องรุมเข้ามาแย่งกันด้วย ผมพยายามหลบแล้ว พยายามมองหามินโฮที่คลาดหลงกัน แต่ๆ ก็ถูกเบียดจนกระเด็นออกไปจากฝูงคนแล้วล้มหน้ามืดไปเลย หลังจากนั้นก็ตื่นขึ้นมาที่บ้านใครก็ไม่รู้ แล้วที่ตื่นขึ้นมาน่ะในสภาพไหนรู้ไหม นอนแก้ผ้า ในห้องใครไม่รู้ ผมล่ะหาอะไรใส่ได้ก็หยิบเป้ตัวเองที่วางไว้ แล้วก็วิ่งๆ ออกมาจากห้องนั้นเลย
ตอนนั้นมัวแต่ตกใจเลยจำทิศทางไม่ได้เลย พอรู้ตัวอีกทีก็กลับมาอยู่ที่ห้องตัวเอง สำรวจเนื้อตัวว่าไม่ได้เสียหายอะไรตรงไหน โล่ง....แต่ที่ผมติดใจจริงๆ ก็คือเจ้าของห้องที่ผมไปฟื้นขึ้นมา เป็นผู้ชาย ผมจำได้ดีถึงกลิ่นที่นอน กลิ่นน้ำหอมที่เขาใช้ หรือจะเสื้อผ้าที่แขวนไว้หน้าตู้ รองเท้าผู้ชายที่วางหน้าประตู เขาเข้าห้องน้ำอยู่ ผมได้ยินเสียงฝักบัว และผมก็หนีออกมาก่อน
ผมกลัว....โชคดีใช่ไหมที่ผมตื่นก่อน โชคดีใช่ไหมที่ผมหนีออกมาก่อน มันโชคดีมากใช่ไหม.....
เพราะแบบนี้ไง ผมถึงได้เกลียดคริสต์มาส
.
.
ดนตรีหวานแว่วบรรเลงเพลงคริสต์มาส แต่เท่าที่ผมจะรู้สึกได้ตอนนี้คือ ขนลุกเกรียว มันทำให้ผมนึกถึงความทรงจำปีก่อนที่แสนเลวร้าย ถึงแม้จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็ตาม ลองคิดดูสิว่าตื่นขึ้นมาบนเตียงใครก็ไม่รู้ แล้วยังเป็นผู้ชาย ไม่ใช่ผู้หญิง ผมคิดไปก็ขนลุกไป
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ผมล้วงกระเป๋าตัวเอง แอบเดินออกไปโทรศัพท์หลังร้าน ไม่ใช่ใคร มินโฮน่ะเองที่โทรมาหา พร้อมกับรบเร้าให้ผมไปคริสต์มาสปาร์ตี้กับเพื่อนโรงเรียนเก่าด้วยกัน...
ไม่เอาอ่ะ ไม่เอาเด็ดขาด ผม...อยากกลับบ้าน ไม่อยากไปฉลองที่ไหนในวันนี้
“มาหน่อยเหอะนะ ทุกคนเค้าอยากเจอนายนะ แชมินที่นายเคยชอบก็มาด้วยนะ”
ผมสะดุดกับชื่อนั้น ยังไม่เคยลืมเลือนความหวานเมื่อยังอยู่สมัยมัธยมปลาย ผมกับแชมินที่เคยเป็นแฟนกัน ผมอยากเจอเธอ....อีกสักครั้ง
ผมกดวางสายโทรศัพท์ เข้าไปในร้านสวนทางกับแทมินและจงฮยอนที่เดินเอาขยะออกมาไว้หลังร้าน
“วันนี้นายไปฉลองที่ไหนเปล่าเนี่ย” ผมถามพร้อมกับมองหน้าทั้งสองคน แทมินหันมายิ้มสดใสให้ผม รอยยิ้มที่เหมือนเด็กๆ นั้นดูแล้วสดชื่น...ส่วนจงฮยอนก็ยิ้มร่าเริง พร้อมกับบอกว่า
“ก็ไปฉลองกับเพื่อนๆ ในร้านนี่น่ะแหละ นายล่ะ ไปด้วยกันดิ”
ผมสั่นหัวปฏิเสธ
“ฉันมีที่ไปแล้วล่ะ” ผมบอกจงฮยอนหมอนั่นพยักหน้ารับรู้แล้วเดินเอาขยะไปทิ้งก่อน ส่วนแทมินก็ยืนตอบคำถามของผม...
“คืนนี้ฉันก็คงอยู่กับแฟน”
“ฮ้า..จริงดิ ฉันไม่รู้เลยนะว่านายมีแฟนกับเขาด้วย”
แทมินแค่ยิ้มบางๆ โดยไม่พูดอะไร แล้วก็เอาขยะออกไปทิ้งนอกร้าน ส่วนผมก็กลับเข้าไปทำงานในร้าน จัดเก็บจานจากโต๊ะที่ว่าง จนเวลาล่วงเลยไปจนถึงเวลาปิดร้าน
“คีย์ ” ผู้จัดการร้านอนยูเดินเข้ามาหาผม ยิ้มกว้างมาให้ ผมยิ้มตอบเขา เขาเป็นคนใจดีมากคนหนึ่ง ผมเลยสบายใจกับงานในร้านมาก
“คืนนี้...ไปไหนรึเปล่า”
“ครับ..ไปกับเพื่อน”
“น่าเสียดายจัง วันนี้ร้านเราไปดื่มกันนะ”
“ครับ..ผมรู้แล้วล่ะ” แต่ผมก็ปฏิเสธไปก่อน...........
หลังจากนั้นผมล่ำลาเพื่อนในร้านแล้วก็เปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อไปหามินโฮที่นัดกันไว้ ผมตั้งใจว่าแค่จะไปเจอแชมิน ทักทายคนอื่นนิดหน่อยแล้วก็กลับ
.
.
“กว่าจะมาได้”
มินโฮน่ะเองที่เข้ามาทักทาย มือโอบไหล่ผมให้เข้าไปในร้าน แค่มินโฮถูกตัวผม กลิ่นน้ำหอมทำให้ผม...ขนลุกเกรียว กลิ่นนี้มัน...คุ้นๆ เหมือนเคยสูดจากที่ไหนสักแห่ง
“เปลี่ยนกลิ่นน้ำหอมเหรอมินโฮ” ผมหยุดเดินเมื่อมินโฮเอามือผลักประตูร้านยังไม่ทันได้เดินเข้าไป
“อื้อ หอมไหม กลิ่นนี้ฉันชอบมากเลย”
ผมหน้าซีด เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าควรจะรีบกลับเลยดีไหม ความรู้สึกขนลุกกราวแบบนี้รู้สึกไม่ดีเลย แค่มินโฮซึ่งเป็นเพื่อนผมใช้น้ำหอมกลิ่นนั่นทำให้ผมหวาดผวาได้ขนาดนี้
“คีย์...เป็นอะไรหรือเปล่า” มินโฮจับไหล่ผมที่สั่นผวา มือผมยกปิดหน้าเพราะกลิ่นน้ำหอมที่ตัวมินโฮมันกำลังทำให้ผมหมดแรง เข่าอ่อน ความทรงจำในวันนั้นย้อมกลับคืนมา อ้อมกอดของผู้ชาย...รู้สึกถึงใบหน้าที่กำลังซุกไซร้อยู่กับซอกคอ แผ่นอก ก่อนจะเลื่อนขึ้นมามอบจูบเร่าร้อน มือทั้งคู่ลากผ่านกลางลำตัว เหนี่ยวขาผมอ้าออก ร่างกายกระตุกเกร็งสั่น เสียววาบที่ช่องท้อง ก่อนจะเจ็บร้าวไปทั้งตัว ความรู้สึกของสิ่งแปลกปลอมที่สอดแทรกเข้ามาในร่างกาย...
อยากจะอาเจียน.....
ผมก็แค่โกหกตัวเองว่าไม่เคยเกิดอะไรขึ้น ทั้งที่จริงแล้วความรู้สึกนั้นมันตามหลอกหลอนแม้ยามตื่น
มินโฮดูท่าจะตกใจมากที่เห็นผมเข่าอ่อน ทรุดตัวลงกับพื้น หมอนั่นช่วนประคองผมขึ้นมา
“เฮ้ย คีย์ เป็นไรไปวะ” มินโฮเอามือเกี่ยวเอวผมไว้กับตัว เอาแขนผมพาดคอเขา โบกมือเรียกแท็กซี่เมื่อเห็นว่าผมจะไม่ไหวอีกต่อไป ผมอยากจะขอบคุณมินโฮมาก แต่กลิ่นน้ำหอมที่ตัวมันทำให้ผมอยากจะอาเจียนออกมาจริงๆ
.
.
ลืมตาตื่นอีกครั้ง...ความรู้สึกแรกคือกลัว เรื่องราวมันจะซ้ำรอยเดียวกับค่ำคืนนั้น ผมตัวสั่นมองไปรอบๆ มองตัวเอง ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับตัวผม ผมลุกจากเตียง ก้าวเท้าออกไปข้างนอกประตูห้องนอนที่เปิดอ้าไว้ ห้องปิดไฟมือ มีแค่เสียงจากหน้าจอทีวีดังกระหึ่มจากเครื่องเล่นสเตอริโอ...ผมจำได้แล้ว ห้องของมินโฮ ผมเองเคยมาบ่อยๆ
คนที่นั่งบนโซฟาหันหน้ามามองผมที่ยืนหน้าประตู
“ตื่นแล้วเหรอ..เป็นไงบ้างน่ะ”
เขาลุกขึ้นมาจากโซฟา ปิดทุกอย่างแล้วเปิดไฟในห้อง
“ตัวก็ไม่ร้อนนะ...ไม่เป็นไรแล้วล่ะมั้ง” เขายิ้มให้แล้วเขาก็ยกมือขึ้น วางมือบนหน้าผากผม ...ส่วนผมก้าวถอยหลัง..ไปเรื่อยๆ แล้วก็วิ่งกลับไปยังห้องนอน ดึงประตูปิดแล้วก็รีบล็อกไว้
“นายเป็นอะไรคีย์”
ผมตัวสั่นด้วยความตกใจ กับกลิ่นน้ำหอมที่คละคลุ้งไปทั่วตัวหมอนั่น ความรู้สึกหนึ่งพวยพุ่งขึ้นมาในอก สัญชาติญาณมันบอกว่าควรจะออกห่างจากหมอนั่น
หมอนั่นเคาะประตูห้องอยู่สองสามครั้ง...
“รู้ตัวแล้วเหรอ...คีย์ ว่าเป็นฉัน ช้าจังนะ...ถ้าฉันไม่เอาน้ำหอมมาใช้ ก็คงนึกไม่ออกไปตลอดเลยสิ”
เมื่อผมไม่เปิด หมอนั่นก็พูดประโยคที่ทำให้ผมต้องหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความโกรธแค้น เสียใจ และกลัว..
“ทำแบบนี้ทำไม”
“...เปิดประตูออกมาคุยกันสิคีย์..”
“ไม่!! ไม่ ออกไป”
“คีย์...ฉันชอบนายนะ ตั้งแต่ก่อนเข้ามาทำงานในร้าน ตั้งแต่ก่อนที่จะได้กอดนาย ฉันมองนายมาตลอด”
“ออกไปให้พ้น!!”
แกร็ก..
ประตูหมุนเปิดเบาๆ กุญแจเขาโยนมันทิ้งลงพื้น
“กลัวอะไร...คีย์ ไม่ต้องกลัว ฉันไม่ทำร้ายนายหรอก”
คีย์ปากคอสั่น ร่างที่นั่งอยู่บนพื้นถอยกรูดไปติดกับขอบเตียง คนที่ก้าวเข้ามายังคงยิ้มแบบนั้น ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน
“ฉันเตรียมของขวัญมาให้นายด้วยแหละ...ดีนะที่วันนี้ฉันไม่รับงานเป็นซานตาครอสเดินแจกของขวัญ ไม่งั้นคงพลาด...ที่จะได้เจอนายที่นี่...ที่จริง ฉันก็กะจะไปปาร์ตี้เดียวกับนายอยู่แล้ว แต่นายก็มาหาฉันก่อน....” เขาล้วงมือลงไปในกระเป๋ากางเกง หยิบบางสิ่งออกมาให้มันคือ....แหวน....
“ของขวัญจากซานตาครอส...รับไปสิคีย์”
ร่างลอยขึ้นจากพื้น เพราะซานตาครอสรูปหล่อกำลังอุ้มเขาขึ้นไปนอนบนเตียง เขารู้แล้วว่าปีที่แล้วใครกันที่เป็นคนช่วยเขาที่หน้ามืด
โทรศัพท์ข้างนอกนอกห้องดังเข้ามาหลายครั้งจนตัดเข้าระบบฝากข้อความอัติโนมัติ แว่วๆ ให้ได้ยินว่า
...... “แทมิน ดูแลคีย์ดีๆ นะ คีย์นายก็อยู่กับแทมินไปก่อนนะ เดี๋ยวฉันกลับไปเช้าๆ น่ะ พอดีว่า...ฉันน่ะ อยากเจอเพื่อนของแชมินมากเลย ก็เลยไม่อยากพลาดงานคืนนี้ เดี๋ยวตอนเช้าเจอกันนะ”.....
ความกลัวเข้าเกาะกุมจิตใจ ไม่มีแรงแม้แต่จะต่อต้านแรงของแทมินที่กำลังตรึงเขาไว้ใต้ร่างได้เลย
ของขวัญจากซานต้า....อยู่บนนิ้วของผม
End
TalK: แอบจิตนิดหน่อย แต่เนื้อเรื่องก็ยังคงความใสเอาไว้ เพราะเทศกาลนี้ต้อง ใส คู่เดาง่ายนิดเดียว แต่ก็อยากให้ลุ้น เพราะมันสนุกดีว่าไหม กับการทายว่าใคร
เข้าใจไหมว่าทำไมมินโฮถึงมีกลิ่นน้ำหอม แน่นอนว่าเอาของเพื่อนไปใช้นั่นเอง แทมินน่ะ มาพักกับมินโฮ ก็เพื่อนกันน่ะค่ะ เป็นเพื่อนกันตอนไหนเหรอ? ก็ไม่นานหรอก เพราะเพิ่งมาตีสนิทกับมินโฮ
เพื่อ?
คนบนเตียงไงคะ
คืนนี้รุ้งแค่วางฉากเพื่อให้ความจริงกระจ่าง เพราะแทมินไม่รีบร้อน ทำให้รุ้งต้องช่วย ๕๕
สุขสันต์วันคริสต์มาส รออ่านฟิค วันนี้ของทุกๆ คนที่เอามาลงค่ะ ^^

MERRY X'mas
นี่ ใครคิดจะออกไปเดินคนเดียวช่วงนี้นะ ขอเตือนนะว่าอย่าคิดจะเสี่ยงไป เพราะคุณอาจจะถูกทำร้ายได้น่ะสิ ทำร้ายยังไงเหรอ ถ้าคุณออกไปเจอใครสักคนที่กำลังเดินจูงมือกันข้ามถนน ต้นคริสต์มาสที่คุณแค่จะออกมายืนมองไฟกระพริบจะเต็มไปด้วยคู่รักยืนเบียดกันเหมือนที่ยืนมันหาไม่ได้บนพื้น หลังจากนั้นพวกเหล่าหญิงชายหรือคู่เกย์ หรือดี้แล้วแต่จะมีในโลกก็จะเข้ามารุมให้คุณขอถ่ายรูปจนหน้ามืด ก่อนที่คุณจะหมดสติไปกับเพลงจิงกระเบลสะเทือนอยู่ในหู
ผมเกลียดคริสต์มาส!
“....จิงเกอเบล..จิงเกอเบล.....”
เสียงริงโทนของลูกค้าในร้านอาหารนั่นเอง อีกคนแล้วที่ตั้งริงโทนเป็นเพลงเกี่ยวกับเทศกาลนี้ ซึ่งผมไม่มีวันที่จะเลียนแบบได้แน่ๆ เพราะผม
เกลียดคริสต์มาส!
...
..
..
ต้องย้ำอีกทีไหม
เกลียดคริสต์มาส!
ไม่เข้าใจความรู้สึกผมหรอก มันไม่ใช่เหตุผลแค่ข้างบนหรอกที่ทำให้ผมเกลียด
มันมากกว่านั้น....
ตอนนั้นผมแค่หงุดหงิดมาก กะอีกแค่เค้าจุดพลุ และมีเทศกาลซานต้าเดินแจกของขวัญผม ทำไมต้องรุมเข้ามาแย่งกันด้วย ผมพยายามหลบแล้ว พยายามมองหามินโฮที่คลาดหลงกัน แต่ๆ ก็ถูกเบียดจนกระเด็นออกไปจากฝูงคนแล้วล้มหน้ามืดไปเลย หลังจากนั้นก็ตื่นขึ้นมาที่บ้านใครก็ไม่รู้ แล้วที่ตื่นขึ้นมาน่ะในสภาพไหนรู้ไหม นอนแก้ผ้า ในห้องใครไม่รู้ ผมล่ะหาอะไรใส่ได้ก็หยิบเป้ตัวเองที่วางไว้ แล้วก็วิ่งๆ ออกมาจากห้องนั้นเลย
ตอนนั้นมัวแต่ตกใจเลยจำทิศทางไม่ได้เลย พอรู้ตัวอีกทีก็กลับมาอยู่ที่ห้องตัวเอง สำรวจเนื้อตัวว่าไม่ได้เสียหายอะไรตรงไหน โล่ง....แต่ที่ผมติดใจจริงๆ ก็คือเจ้าของห้องที่ผมไปฟื้นขึ้นมา เป็นผู้ชาย ผมจำได้ดีถึงกลิ่นที่นอน กลิ่นน้ำหอมที่เขาใช้ หรือจะเสื้อผ้าที่แขวนไว้หน้าตู้ รองเท้าผู้ชายที่วางหน้าประตู เขาเข้าห้องน้ำอยู่ ผมได้ยินเสียงฝักบัว และผมก็หนีออกมาก่อน
ผมกลัว....โชคดีใช่ไหมที่ผมตื่นก่อน โชคดีใช่ไหมที่ผมหนีออกมาก่อน มันโชคดีมากใช่ไหม.....
เพราะแบบนี้ไง ผมถึงได้เกลียดคริสต์มาส
.
.
ดนตรีหวานแว่วบรรเลงเพลงคริสต์มาส แต่เท่าที่ผมจะรู้สึกได้ตอนนี้คือ ขนลุกเกรียว มันทำให้ผมนึกถึงความทรงจำปีก่อนที่แสนเลวร้าย ถึงแม้จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็ตาม ลองคิดดูสิว่าตื่นขึ้นมาบนเตียงใครก็ไม่รู้ แล้วยังเป็นผู้ชาย ไม่ใช่ผู้หญิง ผมคิดไปก็ขนลุกไป
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ผมล้วงกระเป๋าตัวเอง แอบเดินออกไปโทรศัพท์หลังร้าน ไม่ใช่ใคร มินโฮน่ะเองที่โทรมาหา พร้อมกับรบเร้าให้ผมไปคริสต์มาสปาร์ตี้กับเพื่อนโรงเรียนเก่าด้วยกัน...
ไม่เอาอ่ะ ไม่เอาเด็ดขาด ผม...อยากกลับบ้าน ไม่อยากไปฉลองที่ไหนในวันนี้
“มาหน่อยเหอะนะ ทุกคนเค้าอยากเจอนายนะ แชมินที่นายเคยชอบก็มาด้วยนะ”
ผมสะดุดกับชื่อนั้น ยังไม่เคยลืมเลือนความหวานเมื่อยังอยู่สมัยมัธยมปลาย ผมกับแชมินที่เคยเป็นแฟนกัน ผมอยากเจอเธอ....อีกสักครั้ง
ผมกดวางสายโทรศัพท์ เข้าไปในร้านสวนทางกับแทมินและจงฮยอนที่เดินเอาขยะออกมาไว้หลังร้าน
“วันนี้นายไปฉลองที่ไหนเปล่าเนี่ย” ผมถามพร้อมกับมองหน้าทั้งสองคน แทมินหันมายิ้มสดใสให้ผม รอยยิ้มที่เหมือนเด็กๆ นั้นดูแล้วสดชื่น...ส่วนจงฮยอนก็ยิ้มร่าเริง พร้อมกับบอกว่า
“ก็ไปฉลองกับเพื่อนๆ ในร้านนี่น่ะแหละ นายล่ะ ไปด้วยกันดิ”
ผมสั่นหัวปฏิเสธ
“ฉันมีที่ไปแล้วล่ะ” ผมบอกจงฮยอนหมอนั่นพยักหน้ารับรู้แล้วเดินเอาขยะไปทิ้งก่อน ส่วนแทมินก็ยืนตอบคำถามของผม...
“คืนนี้ฉันก็คงอยู่กับแฟน”
“ฮ้า..จริงดิ ฉันไม่รู้เลยนะว่านายมีแฟนกับเขาด้วย”
แทมินแค่ยิ้มบางๆ โดยไม่พูดอะไร แล้วก็เอาขยะออกไปทิ้งนอกร้าน ส่วนผมก็กลับเข้าไปทำงานในร้าน จัดเก็บจานจากโต๊ะที่ว่าง จนเวลาล่วงเลยไปจนถึงเวลาปิดร้าน
“คีย์ ” ผู้จัดการร้านอนยูเดินเข้ามาหาผม ยิ้มกว้างมาให้ ผมยิ้มตอบเขา เขาเป็นคนใจดีมากคนหนึ่ง ผมเลยสบายใจกับงานในร้านมาก
“คืนนี้...ไปไหนรึเปล่า”
“ครับ..ไปกับเพื่อน”
“น่าเสียดายจัง วันนี้ร้านเราไปดื่มกันนะ”
“ครับ..ผมรู้แล้วล่ะ” แต่ผมก็ปฏิเสธไปก่อน...........
หลังจากนั้นผมล่ำลาเพื่อนในร้านแล้วก็เปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อไปหามินโฮที่นัดกันไว้ ผมตั้งใจว่าแค่จะไปเจอแชมิน ทักทายคนอื่นนิดหน่อยแล้วก็กลับ
.
.
“กว่าจะมาได้”
มินโฮน่ะเองที่เข้ามาทักทาย มือโอบไหล่ผมให้เข้าไปในร้าน แค่มินโฮถูกตัวผม กลิ่นน้ำหอมทำให้ผม...ขนลุกเกรียว กลิ่นนี้มัน...คุ้นๆ เหมือนเคยสูดจากที่ไหนสักแห่ง
“เปลี่ยนกลิ่นน้ำหอมเหรอมินโฮ” ผมหยุดเดินเมื่อมินโฮเอามือผลักประตูร้านยังไม่ทันได้เดินเข้าไป
“อื้อ หอมไหม กลิ่นนี้ฉันชอบมากเลย”
ผมหน้าซีด เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าควรจะรีบกลับเลยดีไหม ความรู้สึกขนลุกกราวแบบนี้รู้สึกไม่ดีเลย แค่มินโฮซึ่งเป็นเพื่อนผมใช้น้ำหอมกลิ่นนั่นทำให้ผมหวาดผวาได้ขนาดนี้
“คีย์...เป็นอะไรหรือเปล่า” มินโฮจับไหล่ผมที่สั่นผวา มือผมยกปิดหน้าเพราะกลิ่นน้ำหอมที่ตัวมินโฮมันกำลังทำให้ผมหมดแรง เข่าอ่อน ความทรงจำในวันนั้นย้อมกลับคืนมา อ้อมกอดของผู้ชาย...รู้สึกถึงใบหน้าที่กำลังซุกไซร้อยู่กับซอกคอ แผ่นอก ก่อนจะเลื่อนขึ้นมามอบจูบเร่าร้อน มือทั้งคู่ลากผ่านกลางลำตัว เหนี่ยวขาผมอ้าออก ร่างกายกระตุกเกร็งสั่น เสียววาบที่ช่องท้อง ก่อนจะเจ็บร้าวไปทั้งตัว ความรู้สึกของสิ่งแปลกปลอมที่สอดแทรกเข้ามาในร่างกาย...
อยากจะอาเจียน.....
ผมก็แค่โกหกตัวเองว่าไม่เคยเกิดอะไรขึ้น ทั้งที่จริงแล้วความรู้สึกนั้นมันตามหลอกหลอนแม้ยามตื่น
มินโฮดูท่าจะตกใจมากที่เห็นผมเข่าอ่อน ทรุดตัวลงกับพื้น หมอนั่นช่วนประคองผมขึ้นมา
“เฮ้ย คีย์ เป็นไรไปวะ” มินโฮเอามือเกี่ยวเอวผมไว้กับตัว เอาแขนผมพาดคอเขา โบกมือเรียกแท็กซี่เมื่อเห็นว่าผมจะไม่ไหวอีกต่อไป ผมอยากจะขอบคุณมินโฮมาก แต่กลิ่นน้ำหอมที่ตัวมันทำให้ผมอยากจะอาเจียนออกมาจริงๆ
.
.
ลืมตาตื่นอีกครั้ง...ความรู้สึกแรกคือกลัว เรื่องราวมันจะซ้ำรอยเดียวกับค่ำคืนนั้น ผมตัวสั่นมองไปรอบๆ มองตัวเอง ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับตัวผม ผมลุกจากเตียง ก้าวเท้าออกไปข้างนอกประตูห้องนอนที่เปิดอ้าไว้ ห้องปิดไฟมือ มีแค่เสียงจากหน้าจอทีวีดังกระหึ่มจากเครื่องเล่นสเตอริโอ...ผมจำได้แล้ว ห้องของมินโฮ ผมเองเคยมาบ่อยๆ
คนที่นั่งบนโซฟาหันหน้ามามองผมที่ยืนหน้าประตู
“ตื่นแล้วเหรอ..เป็นไงบ้างน่ะ”
เขาลุกขึ้นมาจากโซฟา ปิดทุกอย่างแล้วเปิดไฟในห้อง
“ตัวก็ไม่ร้อนนะ...ไม่เป็นไรแล้วล่ะมั้ง” เขายิ้มให้แล้วเขาก็ยกมือขึ้น วางมือบนหน้าผากผม ...ส่วนผมก้าวถอยหลัง..ไปเรื่อยๆ แล้วก็วิ่งกลับไปยังห้องนอน ดึงประตูปิดแล้วก็รีบล็อกไว้
“นายเป็นอะไรคีย์”
ผมตัวสั่นด้วยความตกใจ กับกลิ่นน้ำหอมที่คละคลุ้งไปทั่วตัวหมอนั่น ความรู้สึกหนึ่งพวยพุ่งขึ้นมาในอก สัญชาติญาณมันบอกว่าควรจะออกห่างจากหมอนั่น
หมอนั่นเคาะประตูห้องอยู่สองสามครั้ง...
“รู้ตัวแล้วเหรอ...คีย์ ว่าเป็นฉัน ช้าจังนะ...ถ้าฉันไม่เอาน้ำหอมมาใช้ ก็คงนึกไม่ออกไปตลอดเลยสิ”
เมื่อผมไม่เปิด หมอนั่นก็พูดประโยคที่ทำให้ผมต้องหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความโกรธแค้น เสียใจ และกลัว..
“ทำแบบนี้ทำไม”
“...เปิดประตูออกมาคุยกันสิคีย์..”
“ไม่!! ไม่ ออกไป”
“คีย์...ฉันชอบนายนะ ตั้งแต่ก่อนเข้ามาทำงานในร้าน ตั้งแต่ก่อนที่จะได้กอดนาย ฉันมองนายมาตลอด”
“ออกไปให้พ้น!!”
แกร็ก..
ประตูหมุนเปิดเบาๆ กุญแจเขาโยนมันทิ้งลงพื้น
“กลัวอะไร...คีย์ ไม่ต้องกลัว ฉันไม่ทำร้ายนายหรอก”
คีย์ปากคอสั่น ร่างที่นั่งอยู่บนพื้นถอยกรูดไปติดกับขอบเตียง คนที่ก้าวเข้ามายังคงยิ้มแบบนั้น ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน
“ฉันเตรียมของขวัญมาให้นายด้วยแหละ...ดีนะที่วันนี้ฉันไม่รับงานเป็นซานตาครอสเดินแจกของขวัญ ไม่งั้นคงพลาด...ที่จะได้เจอนายที่นี่...ที่จริง ฉันก็กะจะไปปาร์ตี้เดียวกับนายอยู่แล้ว แต่นายก็มาหาฉันก่อน....” เขาล้วงมือลงไปในกระเป๋ากางเกง หยิบบางสิ่งออกมาให้มันคือ....แหวน....
“ของขวัญจากซานตาครอส...รับไปสิคีย์”
ร่างลอยขึ้นจากพื้น เพราะซานตาครอสรูปหล่อกำลังอุ้มเขาขึ้นไปนอนบนเตียง เขารู้แล้วว่าปีที่แล้วใครกันที่เป็นคนช่วยเขาที่หน้ามืด
โทรศัพท์ข้างนอกนอกห้องดังเข้ามาหลายครั้งจนตัดเข้าระบบฝากข้อความอัติโนมัติ แว่วๆ ให้ได้ยินว่า
...... “แทมิน ดูแลคีย์ดีๆ นะ คีย์นายก็อยู่กับแทมินไปก่อนนะ เดี๋ยวฉันกลับไปเช้าๆ น่ะ พอดีว่า...ฉันน่ะ อยากเจอเพื่อนของแชมินมากเลย ก็เลยไม่อยากพลาดงานคืนนี้ เดี๋ยวตอนเช้าเจอกันนะ”.....
ความกลัวเข้าเกาะกุมจิตใจ ไม่มีแรงแม้แต่จะต่อต้านแรงของแทมินที่กำลังตรึงเขาไว้ใต้ร่างได้เลย
ของขวัญจากซานต้า....อยู่บนนิ้วของผม
End
TalK: แอบจิตนิดหน่อย แต่เนื้อเรื่องก็ยังคงความใสเอาไว้ เพราะเทศกาลนี้ต้อง ใส คู่เดาง่ายนิดเดียว แต่ก็อยากให้ลุ้น เพราะมันสนุกดีว่าไหม กับการทายว่าใคร
เข้าใจไหมว่าทำไมมินโฮถึงมีกลิ่นน้ำหอม แน่นอนว่าเอาของเพื่อนไปใช้นั่นเอง แทมินน่ะ มาพักกับมินโฮ ก็เพื่อนกันน่ะค่ะ เป็นเพื่อนกันตอนไหนเหรอ? ก็ไม่นานหรอก เพราะเพิ่งมาตีสนิทกับมินโฮ
เพื่อ?
คนบนเตียงไงคะ
คืนนี้รุ้งแค่วางฉากเพื่อให้ความจริงกระจ่าง เพราะแทมินไม่รีบร้อน ทำให้รุ้งต้องช่วย ๕๕
สุขสันต์วันคริสต์มาส รออ่านฟิค วันนี้ของทุกๆ คนที่เอามาลงค่ะ ^^

MERRY X'mas
edit @ 25 Dec 2008 04:21:18 by มิลฮี~เรียวยอก
Tags: i hate christmas, sf, shinee6 Comments



ค่ะ
พี่สาว : 3
#1 By Koy•Ky ♥ on 2008-12-25 16:55