Me me and me (sp*you you and you)

posted on 17 Dec 2008 19:59 by ryo7star  in SF

 

Me me and me (sp*you you and you)

Siwon X KyuHyun

B’coz : ความรักของกู (ไม่ใช่ไรเตอร์นะฮ้า) เรื่องนี้ติดเรทภาษาพ่อขุนรามอันแท้


 



นั่นไงซีวอน เดินหล่อเชิดหน้าลงมาจากบันได้ตึก คยูฮยอนหยุดจ้องใบหน้าคมชั่วขณะหนึ่ง ก่อนที่อีกฝ่ายจะมองเห็นก็เอี้ยวตัวหลบแว่บมาหลังเสาต้นยักษ์ของมหาวิทยาลัย หวังว่ามันจะช่วยซ่อนตัวเขาได้สักพักหนึ่ง คยูฮยอนโผล่หัวออกไปมองอีกที กลุ่มเพื่อนซีวอนที่เดินนำหน้ามาเดินไปอีกทาง...แอบถอนหายใจโล่ง ไม่ต้องเจอ

คยูฮยอนเอี้ยวตัวหลบกลับมายืนสงบจิตใจอยู่ที่เดิม ไม่มีผองเพื่อนฝูงให้เดินเกาะหลบเลี่ยงซีวอน วิชานี้อยู่คนละกลุ่ม เขาก็เลยต้องมาเดินเกร่ออยู่คนเดียว คยูฮยอนรีบเดินออกจากห้องบรรยาย กะว่าตรงกลับห้องเลยต้องหยุดจอดมันหลังต้นเสานี่ก่อน

เอี้ยวตัวกลับไปมองที่เดิม ซีวอนไม่อยู่แล้วแต่ยังยืนอยู่ที่เดิม ไม่ขยับตัวไปไหน เพราะใจที่มันหม่นหมอง แค่หลบเลี่ยงการพบหน้ากัน มันช่วยให้รู้สึกดีขึ้นเป็นครั้งคราว การหนีปัญหาในระยะสั้นจะทนทำได้นานแค่ไหน

คยูฮยอนสะดุ้งเฮือกเมื่อเสียงโทรศัพท์ดัง เจ้าของเบอร์มาตั้งเสียงสเปเชี่ยลเพื่อตัวเองไว้เรียบร้อยแล้ว ริงโทรสื่อความนัยไปไหม เพลงที่มันร้องว่า Somebody wants you Somebody needs you……

ไม่ค่อยจะเปิดเผยเลยไอ้บ้า!


“ทำเฮี้ยอะไรอยู่”

“ไม่ได้ทำอะไร”

“ว่างป่ะ”

“กูไม่ว่าง”

“มึงไม่ว่าง แต่มีเวลามายืนหลบกู...”

คยูฮยอนสะดุ้ง แต่ก็ยังตอกกลับไปได้ว่า

“มึงทำเป็นไม่เห็นก็ได้นะ”

“กูทำได้ทำไปแล้ว xxx”

“มึงด่ากู”

“...........”

“กูโกรธมึง..”

“โกรธที่กูด่ามึงเหรอ”

จะบอกไปแล้วว่าเปล่า โอเคดีที่ยั้งไว้ได้ทัน ใช่ กูโกรธมึง โกรธในหลายเรื่องที่มึงทำ ทำให้กูหวั่นไหว ทำให้กูสับสน แล้วยังกล้าตีหน้าซื่อทำเป็นไม่รู้เรื่องใส่กู คยูฮยอนคิดถึงวันนั้น ที่ไปติดแหงกในตู้โทรศัพท์กันสองคน


“จูบกูทำไม”

“กูเกลียดมึงมั้ง จะให้กูปล้ำมึงก่อนไหม มึงถึงจะเข้าใจ”



หลังจากนั้นกูคงกล้าไปห้องมึงหรอกเนอะ ผมยืนยันที่จะกลับห้อง ไม่ไปห้องมัน หลังจากจูบก็ไม่ได้พูดอะไรกัน มันยังยืนทำหน้ากวนตีน ทำหน้าตาหาเรื่องใส่ผม....ตอนนั้นยังไม่ค่อยเข้าใจอะไร มึนๆ ตั้งแต่อยู่ในตู้จนมันเดินมาส่งที่ห้องหลังฝนหยุด มันถึงได้บอกว่า


“กูขอโทษ...”



ผมไม่ได้พูดอะไรเพราะมันเดินหนีลงลิฟท์ไป มันไม่รอฟังคำพูดผมที่อยากจะบอกมันนักว่ากูไม่โทษมึง เพราะกูยอมให้มึงจูบเอง จะขอโทษเชี่ยไรวะ


ถ้ามึงขอโทษกู ก็จงจมอยู่กับความรู้สึกผิดของมึงซะ xxx!!


คยูฮยอนคิดอย่างนั้นถึงได้ต้องคอยทำหน้าบึ้งเหมือนแบกโลกเวลาเจอกัน บางทีแมร่งเกลียดมันจนไม่อยากเจอ ถึงได้ต้องคอยหลบมันอยู่นี่ คยูฮยอนเอี้ยวตัวออกไปมองหาคนที่คุยโทรศัพท์ด้วยตามทางเดิน ก็ไม่ทราบว่ามันไปหลบอยู่ตรงไหน ถึงได้ไม่เห็น

“มึงอยู่ไหน” ผมถามมันไปแล้วจึงได้คำตอบที่ชวนสงสารมันจริงๆ

“มึงหยุดหลบกูได้ไหม...”

ถ้าผมตอบว่าไม่ได้ มันจะไม่ออกมาหาผมใช่ไหม....มึง...มึง มึงคนเดียว ทำกูสับสนจะตายอยู่แล้ว กูอยากเจอและก็ไม่อยกเจอ...แต่ก็อยากเจอ โอ๊ย

“ที่มึงจูบ กูไม่ได้โกรธ กูแค่ต้องการเวลาคิด”

“...เหรอ ทำไมไม่บอกกูตั้งแต่แรกล่ะ”

เสียงคนพูดมันดังอยู่ข้างหูนี่เอง ที่จริงผมมารู้ทีหลังว่ามันเห็นผมเลยมาแอบอยู่ตรงต้นเสาข้างหลังผมพอมันเห็น ผม คยูฮยอนหันไปก็เจอสายตากวนตีนคู่เดิมที่ไม่ค่อยมีอารมณ์กวนเท่าไหร่ คยูฮยอนหลบตามองต่ำ เสือกมองซะหวาน ไม่ชินเว้ย


“กู...เขิน” คยูฮยอนเขินสุดจะทน พูดคำว่าเขินเนี่ยยิ่งทำให้เขินเพิ่มขึ้นไปอีกสิบร้อยองศา ร้อนหน้าร้อนตา ใจเต้นจังหวะชะชะช่า พอเงยหน้ามองมันเห็นสายตายินดีที่ได้ฟังคำพูดแสนจะห่าม กูบรรยายความรู้สึกตัวเองไม่ถูกแล้วนะมึง จะทำให้กูตึกตักอีกนานไหม ทีหลังกูคงหาเรื่องหลบมึงเพราะเจอมึงทีใจกูจะห่ามไปว่ะ

อย...

ผมขมวดคิ้ว อย..จ แสรดอะไรที่มันพูด จะเข้าใจไหม

อย... อยากจูบ”

แสรดมากซีวอน เห็นสถานที่ไหมว่าอยู่ที่ไหน คนเดินผ่านไปมาคงสงสัยว่ากูกับมึงมายืนกระแซะกันอยู่ตรงต้นเสาทำไม แล้วหน้ากู..แดงมากไหม บ้า

“มีเรียนอีกไหม” ผมรีบเปลี่ยนเรื่องทันทีก่อนที่ไอ้ อย ของมันจะเปลี่ยนเป็น กูรู้ว่ามึงจูบเก่ง แต่ช่วยเลือกสถานที่หน่อยได้ไหม บ้าเอ้ย

“ไม่มี”

“แต่กูมี..”

“โกหกกูให้เนียนหน่อย ตารางสอนมึงกูก็มี”

“เออ กูไม่มีเรียน แต่กูจะกลับห้องแล้ว” ยอมแพ้เมื่อมันดันรู้ดีไปทุกเรื่อง มันเคยบอกผมก่อนนานแล้วว่า ถ้าเป็นเรื่องผม มันอยากรู้ไว้ เผื่อสนิทกัน...

“เดี๋ยวกูไปส่ง”

มันบอกอย่างนั้นแล้วเดินขนาบข้างผมตามไปถึงหอเลย ซึ่งฮยอกแจกับรยออุคยังไม่กลับ รยออุคเป็นเมทอีกคนของผม และเมทสองคนผมยังไม่กลับ แต่มีคนตัวควายๆ เข้ามายึดที่นอนผมไปซะแล้ว

ไหนบอกแค่มาส่ง เตียงมันก็เล็กอยู่แล้ว..แล้วกูจะนอนไหนเนี่ย เออ นอนมันเตียงรยออุคก็ได้วะ คิดงั้นแล้วก็เปลี่ยนชุดแล้วก็นอนมันเตียงกลางน่ะแหละ เผอิญว่าห้องเตียงไม่ได้วางติดกัน เตียงผมอยู่ริมสุดติดผนังคั่นด้วยโต๊ะผม เตียงถัดไปเป็นเตียงรยออุค แน่นอนว่าถัดมาอีกด้านเป็นโต๊ะฮยอกแจและเตียงมัน

“นอนกับกูสิ”

ผมขมวดคิ้วใส่ซีวอน พลิกตัวนอนหันหลังให้มัน

“ไม่เอาเบียด...

“งั้นไปนอนห้องฉันดีกว่าไหม”

“ไม่ไปโว้ย!!”

ผมหลับตา เริ่มนอนอย่างจริงจังเพราะคิดว่าคนพูดมากนอนหลับไปแล้วมั้ง เงียบเสียงไปนาน อันที่จริงผมจะหลับอยู่แล้วนะ ถ้ามันยังไม่กวนตีนโทรเข้าเครื่องผม มันคงอยากฟังเพลงของมันมั้ง เพราะโทรศัพท์ผมก็อยู่ที่มัน



Somebody wants you

Somebody needs you

Somebody dreams about you every single night

Somebody can’t breath without you, it’s lonely

Somebody hopes someday you will see

That somebody’s me

That somebody’s me



รู้....แต่ขอเวลาหน่อยได้ป่ะ


.
.


พอฮยอกแจกับรยออุคกลับห้องมา ผมก็ตื่นและต้องรีบระเห็จกลับไปนอนเตียงเดียวกับซีวอน สองคนนี้กอดคอกันเมากลับโซซัดโซเซมาหลับที่เตียงตัวเอง ผมเลยต้องไปนอนกับซีวอน โชคดีที่มันหลับแล้ว ไม่ต้องเขินกับการดันมันเข้าไปริมๆ และมุดตัวเข้าไปใต้ผ้าห่มข้างๆ มัน ผ้าห่มเดียวกัน อากาศตอนเย็นมันก็หนาว ยิ่งดึกๆ ไม่ต้องคิดเสี่ยงไปอาบน้ำเลย ผมเลยปลุกให้ซีวอนตื่นไปอาบน้ำก่อนมานอนต่อก่อนที่ดึกๆ จะหนาวจนอาบไม่ไหว แต่ติดตรงที่ ไม่มีชุดมัน สงสัยต้องยืมเสื้อผ้าผมไปก่อน

“นี่ๆ..ไปอาบน้ำก่อนแล้วค่อยมานอนต่อ”

ซีวอนตาปรือ โงนเงนลุกขึ้นนั่ง ยอมไปอาบน้ำในห้องน้ำโดยดี ก่อนเข้าไปผมก็ยัดเสื้อผ้าให้มันไปแล้ว กางเกงขาสั้นกับเสื้อตัวใหญ่สุดเท่าที่หาได้แล้ว มันจะติดแขนไหมวะ เสือกกล้ามใหญ่เอง พอมันออกมาจากห้องน้ำ เสื้อตัวหลวมพออยู่บนตัวมันกลับพอดีฟิคเปรี๊ยะ คยูฮยอนฉีกยิ้มเมื่อเห็นขนาดเสื้อหดลงตามตัวคนใส่

“หายง่วงแล้วเนี่ย” มันบอกแล้วก็สบตาผม อยากทำอย่างอื่น หอผมไม่มีอะไรให้ทำ

“อยากเล่นเกมส์ก็เล่นไป” ผมชี้ไปที่ PC บนโต๊ะ แล้วก็ไปนอนขดตัวบนเตียงตัวเองผมก็ไม่สนก็ผมง่วง นอนอยู่ริมขอบเตียง ไม่นอนด้านในเพราะเหลือที่ให้ซีวอนนอน ที่เดิมของมันแต่มันหายง่วงแล้ว อยากทำอะไรก็ทำ ผมจะนอน

“เหยิบไปดิ” ผมขมวดคิ้วอีกที มือชี้ไปที่ว่างด้านใน

“กูดิ้นนะ เดี๋ยวทำมึงตก”

“กูก็นอนดิ้น”

ให้กูนอนข้างใน!! ถ้ามึงเบียดกู กูจะขยับไปไหนได้...

“เออๆ” มันยอมเข้าไปนอนข้างใน คลานขึ้นเตียงมาแล้วล้มตัวนอน ดึงผ้าห่มที่คลุมตัวผมไปห่มตัวมันด้วย หมอนยกให้มัน ผมเอาหมอนเล็กมานอนแก้ขัด ตอนแรกผมก็หันหน้าเข้าหามัน แต่พอลืมตาเจอหน้ามัน ก็พลิกตัวหนี เสือกนอนจ้องหน้า จะให้ผมหลับลงได้ดิ

“กูกอด.. ได้ไหม”

“อึดอัด..” ผมตาปรือก็ยังมีแรงตอบ คำถามมันชวนให้ตาโพลงขึ้นอีกรอบ ถ้าไม่ติดง่วงล่ะก็ ด่าไปแล้ว คราวนี้มันเงียบไปนาน ผมก็ไม่ไหว ง่วง................



แดดจ้า...ฟ้าคงใส กำแพงก็สีสวย

คิดเล่นไปเรื่อยเปื่อยจนได้สติ เฮ้ย! ถลันจะลุกแต่ลุกไม่ขึ้น ติดตรงที่มีมือ..เออ มือมาพาดไว้รอบเอว หนักชิบหาย กอดซะแน่น ผมหันไปมอง ไอ้คนตั้งอกตั้งใจนอนก็ยังคงหลับสนิท เอาผมเป็นหมอนข้างอีก ผมแกะมือมันแล้วเอาออกไปวางข้างตัว ก็ว่าแล้วทำไมตื่นมาเห็นกำแพง ที่แท้ก็ถูกย้ายมานอนข้างในแล้ว ขี้โกงมาแย่งที่นอนผมตอนหลับ ผมถีบมันออกไปห่างๆ ผลก็คือมันตื่นมาทำหน้างงใส่ผม แล้วปิดตานอนต่อแบบไม่รู้สึกรู้สา ผมลุกขึ้นไปแปรงฟันยาสีฟันยังเต็มปากตอนอยู่หน้ากระจก ถึงแปลงฟันอยู่ก็ยังหูดี ได้ยินเสียงงัวเงียของซีวอนบอกผมว่า

“...คยูฮยอน มึงคิดไงกับกู”

เสียงมันคาดหวังว่าผมจะตอบอะไรไป
กูแปรงฟันอยู่ กูตอบมึงไม่ได้เว้ย


บางทีกูก็อยากบอกมึงว่ากูรู้สึกยังไง เหมือนที่มึงแสดงออกให้กูรู้ แต่บางทีกูก็ยังอยากเก็บไว้ ถ้ากูบอกมึงไป กูกลัวว่าระหว่างกูกับมึงจะไม่เหมือนเดิม

กูว่ากูก็รู้สึกดีกับมึงนะ แต่กูขอเวลาหน่อย เพราะกูยังไม่มั่นใจว่ะ มึงคิดว่าระหว่างเราที่เป็นผู้ชายด้วยกัน มันจะไปกันรอดเหรอวะ สู้มึงไปหาผู้หญิงที่เค้าดีกับมึง ไม่ดีกว่าเหรอ

.
.


สามวันผ่านไป ไม่ได้เจอกันมาสามวันแล้ว อ้าว นี่กูถึงกับนับวันห่างมันเลยเหรอเนี่ย จู่ๆ มันก็ไม่โผล่หน้ามาให้เห็น ปกติมันโผล่มาบ่อยจนผมแอบมึนไปว่าซี้กันโครต พอมันหายไป ผมกลับไม่รู้ว่ามันเป็นอะไร เรียนหนัก ธุระเยอะ หรือติดเข้าสังคม ไม่รู้เรื่องมันสักอย่าง ถ้ามันไม่เล่า ผมก็แทบจะไม่เสือกเรื่องของมันหรอก มันจะทำอะไรก็เรื่องของมัน อยากจะบอกผม เดี๋ยวก็เล่าให้ฟังเอง

ในที่สุดผมก็ทนความอยากรู้อยากเห็นไม่ไหว อยากรู้ว่ามันหายไปไหน ต้องโทรหามันเอง

“มึงอยู่ไหน” คำทักทายง่ายๆ ระหว่างผมและมัน คุยทีไรเป็นอันต้องเริ่มต้นกันแบบนี้ตลอดเลย หวานไหม เหอๆ

“กูอยู่ห้อง”

“กูก็อยู่ห้อง”

หลังจากนี้ก็เงียบไปนานมาก ไม่มีใครคิดจะพูดอะไรกันเลยใช่ไหม จะได้วาง

“ออกมาหากูได้ไหม”

“...ที่ไหนล่ะ..” อยากเจอมึงมากเหมือนกัน เออ ยอมออกมาเจอกูแล้วเหรอซีวอน

“พรุ่งนี้หยุด ไปเดินห้างเป็นเพื่อนกูหน่อย”

ตลกดีเนอะแค่มันเลื่อนเป็นพรุ่งนี้ ใจผมก็เหี่ยวแฟบลงทันใด อยากเจอมากขนาดนั้นเลยเหรอ คยูฮยอน

“ก็ได้....” ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงห่อเหี่ยว มันก็ฟังออกถึงได้บอกผมว่า

“กูอยากให้มึงคิด...กูอยากให้มึง มีเวลาคิดเรื่องกู อยากให้มึงตั้งใจคิดดีๆ มึงรู้สึกยังไง มึงก็บอกกูมา กูอยากรู้ กูให้เวลาแล้วนะคยูฮยอน แค่คืนเดียว”


“มึงบังคับกู”


“กูอยากตามใจมึง..กูไม่อยากฝืนใจ แต่มึงน่ะหัวช้า กูอยากทำให้มึงเข้าใจตัวเองไวๆ”

อ๋อเหรอ ขอบใจนะที่บอกว่ากูบื้อน่ะ

“เอาเป็นว่าพรุ่งนี้ค่อยคุยกัน แล้วมึงไม่ต้องโทรมาถามนะว่ากูอยู่กับใคร..”

เออ กูรู้ว่ามึงจะตอบกูว่าไง

ผมแทบจะขว้างโทรศัพท์ทิ้ง ผู้ชายอะไร เข้าใจยากจริงๆ โดยเฉพาะมันน่ะ ผมบื้อมากรู้ แต่ผมก็พยายามเข้าใจมันนะว่ามันเพี้ยนเวลาอยู่กับผม ผมซึ่งเป็นคนปกติพอมาอยู่กับมันก็จะบ้าบอตามมันแล้ว โอ๊ย คืนนี้จะได้นอนไหม จะทวงคำตอบผมพรุ่งนี้ แล้วผมจะได้นอนไหม!

ก็ไม่รู้...ว่าคิดยังไงกับมันกันแน่

รู้สึกดีแต่กูก็กลัวอนาคต ต่อไปถ้ามึงแต่งงาน กูจะทนไหวเหรอ ต่อไปถ้ากูอยู่โดยไม่มีมึงไม่ได้น่ะ มึงจะรับผิดชอบชีวิตกูไหม ไอ้บ้าซีวอน!

.
.

เพลงซัมบอดี้มันดังอยู่เรื่อยๆ เลย ตั้งแต่ผมตื่นสาย วิ่งเข้าห้องน้ำ แต่งตัวให้ทันกับเวลานัดที่มันเลยมาแล้วเกือบชั่วโมง ผมผิดที่ตื่นสาย แต่มันก็ผิดที่ส่งข้อความมาบอกเวลานัดกับสถานที่ แล้วใครจะตื่นมาอ่านได้วะ ยิ่งนอนไม่หลับอยู่ด้วย

“ฮัลโหล จะถึงแล้วๆ อยู่ไหน”

“หน้าห้าง”

“ฉันก็อยู่หน้าห้างเว้ย”

“ตาถั่วอีกแล้ว”


มันว่าผมแล้วโผล่หัวออกมาหาโดยการที่มันกระโดดลงจากบันไดขั้นบนสุดของ หน้าห้างลงมาหาผม ผมตกใจเผลอปล่อยโทรศัพท์ร่วงจากมือ โชคดีที่มันรับไว้ให้

“ขวัญอ่อนจังนะ”

คนขวัญแข็งน่ะโอบมือรอบคอผม แล้วหย่อนโทรศัพท์ลงกระเป๋าหน้าของผม มันชะโงกหน้าเข้ามาใกล้ๆ แล้วถามผมว่า

“ทำไมมาสาย”

“เอ่อ รถติดน่ะ” ผมแก้ตัว ปากมันไปไว ไม่อยากให้มันโกรธ ผิดอ่ะผิดที่มาโอบไหล่ผม เอาหน้ามาใกล้ผมต้องสบตาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มันโครตบังคับผม

“มายังไง”



ผมกล้ำกลืนกับคำถามมัน ก้มหน้าก่อนจะกลั้นใจตอบไปว่า

“...นั่งรถไฟใต้ดินมา”


“...............”


รถติดที่รถไฟใต้ดินได้ด้วยเหรอวะ คยูฮยอน โอ๊ย อย่ามาไล่ต้อนฉันตอนนี้ดิ


“มึงเป็นไรมากไหมคยูฮยอน” มันเอาหัวมาชนหน้าผม แน่นอนว่าผมหลบตา หลบตาๆ มันลูกเดียว ทำผมใจเต้นจะระเบิดอีกแล้ว

“เออๆ กูเป็นมาก เพราะมึงอ่ะ มึงทำให้กูตื่นสาย ปวดหัว นอนไม่หลับ คิดมาก เพราะมึงทั้งนั้นแหละ”

ผมก็แค่โวยวาย แต่มันดันจริงจัง มันหน้าซึมลงไปพอได้ยินแบบนั้น

“กูขอโทษ...นะ”

เวลามันขอโทษผมจะรู้สึกฉุนขึ้นมาทันใด จะขอโทษอะไรนัก
ผมไม่ได้ต้องการคำขอโทษ ไม่อยากให้มันทำหน้าเศร้า อยากให้มันยิ้มแล้วกวนตีนผมมากกว่า

คิดได้ถึงตอนนี้ก็...ได้สติตอนที่มันเดินโอบคอผมเข้ามาในห้าง มาหยุดอยู่ที่หน้าร้านคอฟฟี่ช็อป เค้ก ตุ๊กตา ร้านนี้ขายทุกอย่างพร้อมเลย ถ้าผมเป็นผู้หญิงผมจะอ้อนมันซื้อให้หมดเลย แต่นี่ผมเป็นผู้ชาย มันลำบากใจที่ต้องเดินเข้าร้านแบบนี้กันสองคน ถ้ามันเปลี่ยนจากโอบไหล่มาจูงมือ ผมคงจะต้องต่อยมันสักที โทษฐานกล้าเกินเหตุ

“มึงชอบเค้กไหม”

“ก็ กินได้” ผมตอบแล้วนั่งรอเค้กที่มันสั่งมา...สักพัก เค้กก่อนเล็กปานกลาง ตรงกลางจุดเทียนไว้ ผมเงยหน้ามองหน้ามัน มันยิ้มแล้วพูดว่า

“กูอยากฟังมึงร้องเพลงให้กู”

แล้วผม...ผมที่ไม่ได้รู้มาล่วงหน้าเลยว่าวันนี้วันเกิดมัน รู้สึกน้อยใจเล็กน้อยถึงปานกลางที่มันไม่ยอมบอก แต่ก็ดีใจ ที่มันอยากให้ผมร้องเพลงอวยพรให้ หน้าเค้กมันเขียนว่า

‘กูรักมึง’

ผม...ผมไม่รู้แล้วว่าต้องทำยังไง ปากขยับร้องเพลงวันเกิดให้มัน ตาหนักอึ้ง น้ำในตามันไหลมาท่วมเบ้าตา มันก็ดูตกใจที่เห็นผมทำหน้าจะร้องไห้ไปร้องเพลงไป แต่แล้วมันก็ยิ้มเมื่อผมตอบมันไปว่า


“กูก็รักมึง”



ขออะไรหน่อยได้ไหม...

อย่าเปลี่ยนไปจากที่เคยเป็น
อย่าหายไปจากฉัน อยู่ข้างๆ กัน


..

เอาง่ายๆ อย่าไปจากชีวิตกู...please


End

ปล.เพลงซัมบอดี้มี เพลงเก่า ฟังกันไหม ^^

http://www.imeem.com/arc4b/music/liM0wcUf/..._somebody_s_me/

 

มาลงที่นี่ ^^

ตอนนี้กำลังมีความสุขมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก 5555+

เพราะว่าเจอของดี

 

สุดๆ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

กรี๊ดดดด เราก็เจอของดีเช่นกัน

ฟิคดีๆไงล่ะ ว๊าวววว ชอบคยูกะวอนอารมณ์นี้จัง

แนว เพื่อนกูรักมึงว่ะ ทำนองนั้น

คยูแอบปากแข็งนะนั่น อ่านไปฮาไป

ภาษาที่ใช้ได้อารมณ์ของเพื่อนมากจริงๆ

จะมีสเปอีกสัก 2-3 พาร์ทไหมเนี่ย

#1 By drakyuchi (117.121.208.2) on 2008-12-18 19:59

เจอของดีอยู่เหมือนกัน
ยองเบจียง อ๊าคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคค (แหกปาก) เพ้อ.... เพ้อมาก มาเพ้อกับพีไหมเทอ กำลังจะตายแล้ว เขินหน้ามืด 5555

++++

เอ่อะ! มาเขินต่อกับเรื่องนี้ ที่เขินคือ เขินแทนโจวที่มันโกหกแบบเอาตัวไม่รอด =_=
แต่ว่า ฟิกเรื่องนี้จริงใจดี ชอบ ฮ่าๆๆๆ
กำลังคิดว่า คนเขียนหน้าเค้กคงขำ(ถ้าเชวไม่ได้เขียนเอง) มันคงแบบเออ รักกันฮาร์ดคอร์ดี ฮ่าๆๆๆ

#2 By seungor ❤?! on 2008-12-20 08:24

น่าร๊ากกกกกกกกก
สุดจายยย
แวบมาหากำลังใจดีดี
^^
ชอบอ่ะพี่รุ้ง
น่ารัก
ซึ้งอ่ะ... แม้คำพูดมันจะไม่ค่อยสุภาพสักเท่าไหร่
แต่ใจไปเต็มๆ

ภาคต่อน่ารักกกกว่าภาคแรกอีก
เห็นอีกพาร์ทของคยูฮยอน^^"

ทำไมไม่ตอบออกไปบ้างล่ะที่รัก กีกี้
ให้ไอ้ชายวอนมันพูดคนเดียวได้ไงเนอะ

อารมณ์กี้ก็ประมาณว่า.. เออจะเอาไงดีวะ.. เข้าใจๆ มันหัวช้า 55+ ในบางที
บางทีก็ไม่รู้จะแสดงออกไง
กังวลเรื่อง ช รัก ช
ไปรอดดิ! ระดับนี้แล้ว
มันต้องเป็นไงเป็นกัน^^

ปล เค้กเนี่ย.. น่าเอาไปเขียนมั่งนะ ได้อารมณ์มาก 55 คำนี้ > <,,,
ปล2 ขอบคุณสำหรับฟิคดีดี เพลงเพราะ ค่ะ ชอบบบบบบ

#3 By ★-Ž-E-A彡 on 2009-01-05 17:29

โอ้ยย ซึ้ง แบบเถื่อนๆ 5555++ confused smile

#5 By (61.19.50.9) on 2009-05-18 11:58

จำไมไ่ด้ว่าเหมือนเคยอ่านที่ไหนคุ้นมาก (เคยลงที่บอร์ดมืดป่ะ?)

แบบว่าชอบมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

ไอ้รักแบบเพื่อน กู มึง นี่แหละ ฮร๊ากกกก โดน!

ชอบอ่ะๆๆๆ ชอบที่น้องไม่เคะ จองๆๆ อยากอ่านตอนพิเศษ ฮ่าๆ

#6 By NannY on 2009-07-25 10:33

RainbowTK View my profile