2008/Jul/24

 

 

NOTE::ชอบจัง เรื่องนี้

 




ต้องทำยังไง ถึงจะใกล้กันมากกว่าที่เป็นอยู่







มือขวาหอบหนังสือ มือซ้ายก็ยังคงเป็นตำราเล่มหนา คยูฮยอนสำนึกแล้วล่ะว่า เวลาเพื่อนเชี่ยทั้งหลายหนีหายหัวไปเที่ยวกันหมด เขาไม่มีใครช่วยถือของเลย รู้แล้วว่าแบกคนเดียวมันหนักโครต!

ห้องแสนสุขของโจวหมี่กับเฮนรี่ เขาใช้กุญแจสำรองไขเข้าไปแล้วก็ต้องรีบหันหลัง ปากุญแจสำรองลงพื้น กระแทกประตูปิดใส่แล้วหนีกลับมายืนใจสั่นถึงที่ห้อง สภาพเปลือยเปล่าของทั้งคู่ แค่นี้ก็จิ้นไปได้นักต่อนักแล้วว่าเมื่อคืนพวกมันสองคนทำเชี่ยอะไรกัน

ทีหลังก็ตื่นเองก็แล้วกัน!

ส่วนทงเฮก็หายหัวไปทั้งคืน จนเช้ามันก็ยังไม่กลับมา ถ้าถูกลากไปปู้ยี้ปู้ยำที่ไหน จะไม่ตามไปช่วย! โทรศัพท์ก็ปิดเครื่อง อะไรกันเนี่ย ไหนบอกว่าวันนี้จะมาหอสมุดกัน พอถึงเวลาก็หายหัวไปหมด

โจ คยูฮยอนกระแทกหนังสือลงบนโต๊ะหินอ่อน ปวดแขนเกินกว่าจะหิ้วไปจนถึงหอสมุดของคณะ วางแขนเท้าลงกับพื้นโต๊ะเย็น เกยคางลงกับข้อมือ เหลือบสายตามองหน้าปัดนาฬิกาของตัวเอง เขาจะตื่นเร็วไปถึงไหน ต้องมานั่งรอให้หอสมุดเปิดไปทำไมเนี่ย...

คยูฮยอนมองรอบตัว ผู้คนในวันหยุดบางตากว่าที่คิด ยิ่งเช้าๆ แบบนี้ด้วยแล้ว บรรยากาศของมหาวิทยาลัยก็คล้ายๆ กับกำลังนอนหลับใหลไปด้วย คยูฮยอนปิดตาลง สักพักตัวเริ่มไหลไปตามแรงโน้มถ่วง นอนฟุบอยู่กับโต๊ะไปแล้ว

เมื่อคืนนอนดึกไปหน่อย

หัวเราะมากไปหน่อย…

เรียวปากสวยแย้มออกน้อยๆ ..กำลังนึกถึงรอยยิ้มสวยๆ ของผู้ชายคนนั้น เวลาที่ผสานสายตากัน ตาเขาจะหยุดคิด ปากเขาจะหยุดพูด และมองมาที่เขาอย่างจริงจังและก็คลี่ยิ้มให้

คยูฮยอนยิ้มแล้วหัวเราะกับตัวเอง นึกถึงตอนที่ตัวเขายิ้มเจ้าเล่ห์ตอบไป ฝ่ายนั้นก็ก้มหน้าลงแล้วยกมือขึ้นป้องปากอย่างขำๆ เขาเขินรึเปล่าที่ผมยิ้มแบบนั้นให้ คงไม่รังเกียจผมหรอกใช่ไหม ก็คุณเป็นฝ่ายมาหาผมที่ห้องก่อนนี่

คุณชอบผู้ชายไหมนะ หรือคุณชอบแต่ผู้หญิง อยากรู้...ถ้าเจออีกทีผมจะหลอกถามให้ได้เลย.....

ชเว...ซีวอน






คยูฮยอนยืดตัวขึ้น ยกแขนสูงบิดไปมา หอสมุดคงเปิดแล้วล่ะ วันนี้เขาแค่เอาหนังสือมาคืนให้แทนพวกคุณเพื่อนรักทั้งหลาย ไม่ได้ตั้งใจมายืม รีบคืนแล้วก็รีบกลับดีกว่า กลับไปนอนเอาแรง เย็นนี้จะได้มีแรงสำหรับเที่ยวให้เต็มอิ่ม

คยูฮยอนรวบหนังสือขึ้นจากโต๊ะ ลุกออกมาจากม้านั่งไม่ทันไร พอหันกลับไปมองทางเดิมเพราะเหมือนได้ยินเสียงคนเรียกชื่อตัวเอง เขารู้สึกน้ำหนักหนังสือที่มือเบาโหวงในทันที

“คุณ..”

“โอ้โห คุณขยันจังนะ ในมือผมทั้งหมดกี่กิโลเนี่ย”

คยูฮยอนฉีกยิ้มเมื่อคนตรงหน้าทำหน้าแหย ทำมือเอียงไปเอียงมาเหมือนจะถือไม่ไหว
กล้ามคุณเยอะขนาดนั้น...แค่นี้ก็หนักเหรอไงครับ

“คุณตื่นเช้าจัง”

“คุณก็เหมือนกันนั่นแหละ” คยูฮยอนย้อนโดยไว เอ๋...ตื่นเช้าเหมือนเขา หรือว่ามาดักรอเขารึเปล่า..

“ผมมีนัดน่ะครับ”

“อ้อ..งั้นคุณก็เอาหนังสือมาเถอะ ผมถือไปเองได้”

“ไม่เป็นไร แค่นี้เอง ผมถือให้”

ซีวอนเอี้ยวตัวหลบเมื่อเขาเอื้อมมือไปคว้า แล้วเดินนำไปยังหอสมุดทันที เขาต้องเร่งเท้าวิ่งตามให้ทัน ซีวอนเอี้ยวตัวหันกลับมายิ้ม กระโดดขึ้นบันไดหน้าตึกทีละสองขั้นเมื่อเห็นเขารีบวิ่งตามมา ยิ้มเมื่อเห็นว่าแกล้งเขาได้ ตายล่ะ คุณคิดไปเองแล้วล่ะ เห็นผมเป็นแบบนี้ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะอ่อนแอนุ่มนิ่มแบบภายนอกหรอกนะ

คยูฮยอนถือว่าตัวเองมือว่างกระโดดก้าวเท้ายาวๆ ได้ ไม่กี่จังหวะก็ทันซีวอน ซีวอนเลิกตาขึ้นพร้อมกับหันมามองแล้วยิ้ม ผมยิ้มตอบ ลืมคิดว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ เสียจังหวะการทรงตัว ตัวเอนลงไปทางข้างหลัง ผมใจหายวาบ แต่เพราะมีแรงดึงจากข้างหน้า มือเขาที่เอื้อมมาคว้าไว้ ทำให้ไม่ตกบันไดไปเสียก่อน

คยูฮยอนจะหมดท่าก็คราวนี้แหละ

“หายใจได้แล้วนะ…” คยูฮยอนรู้สึกถึงน้ำเสียงข้างใบหู ลมหายใจผ่อนแรงๆ รดอยู่ใกล้กัน

“ไม่เป็นไรแล้ว...คยูฮยอน”

น้ำหนักมือที่ลูบอยู่ที่แผ่นหลัง และอีกมือกำลังจับมือเขาอยู่ คยูฮยอนนั่งหมดแรงกองอยู่กับทางขึ้น โดยที่ซีวอนกำลังปลอบให้หายตกใจ

เปล่าเขาไม่ได้กอด ตอนแรกก็เหมือนจะกอด แต่พอรู้ตัวก็ดันตัวผมออก แค่ลูบหลังให้เฉยๆ

“เราเล่นอะไรกันแต่เช้าเนี่ย” เขาพูดขึ้นเมื่อดึงมือผมให้ลุกขึ้นยืน แล้วเดินไปเก็บหนังสือที่ตกระเนระนาดอยู่รอบตัว

“...........”

“คุณไหวรึเปล่า..”

เขาถามขึ้นเมื่อผมยังคงเงียบ ผมไม่รู้จะพูดอะไร พูดอะไรไม่ออก...ก็แค่สับสนกับตัวเองขั้นจริงจังเรื่องคุณ




“ขอบคุณ...” คยูฮยอนตอบแผ่วๆ เมื่อหนังสือทั้งหมดวางกองอยู่ที่เคาท์เตอร์ ซีวอนทำสายตาแปลกใจที่จู่ๆ เขาก็เงียบไปเฉยๆ

“ไม่เป็นอะไรแน่นะ”

คยูฮยอนพยักหน้าตอบไป เขามองมาด้วยายตาเป็นห่วงและกังวล คยูฮยอนต้องย้ำว่าไม่เป็นไรก่อนจะเดินหนีไปหลบอยู่หลังตู้หนังสือ

เมื่อซีวอนออกไปจากหอสมุดแล้ว คยูฮยอนถึงได้ออกไปบ้าง หยิบโทรศัพท์ของตัวเองได้ก็กดโทรออกเบอร์คิบอมทันใด เดินออกมานั่งแหมะอยู่ตรงบันไดเจ้าปัญหาที่ทำให้หัวใจหล่นอยู่แถวนั้น

“คิบอม”

“อือ”

“อยู่ไหน”

“คอนโดฮยอกแจ บอกไปแล้วไง”

“กลับมาเมื่อไหร่”

“ถามเนี่ย..เหงาหรือไง”

“งื้อ กลับมาเมื่อไหร่”

“จะให้กลับเลยไหมล่ะ”

“เปล่าๆ แค่ถามเฉยๆ” คยูฮยอนตอบเสียงหงอยๆ เขาไม่อยากเห็นแก่ตัว ดึงคิบอมออกมาจากแฟนตอนนี้หรอกนะ แค่ตอนนี้กำลังเสียเซลฟ์มากๆ อยากจะพล่ามให้ใครสักคนฟัง

“อีกหนึ่งชั่วโมง รออยู่ที่ห้องละกัน”

“คิบอมไม่ต้องกลับมาหรอก ฉันไม่ได้...” คยูฮยอนหยุดคำพูดเพียงแค่นั้น เมื่อได้ยินเสียงปลายสายวางไปเฉยๆ เลย

คิบอม บอกว่าไม่ต้องกลับมาไงเล่า!!!






คยูฮยอนนั่งก้มหน้าเมื่อทนมองสายตาจับผิดของคิบอมไม่ไหว กลับมาถึงก็จะเค้นเอาให้ได้ว่าเป็นอะไร คยูฮยอนเดินหลบไปอาบน้ำ ออกมานั่งเช็ดผมที่เปียกจากการสระแล้ว คิบอมก็ยังนั่งอยู่ที่เตียงเขา เขาได้ยินเสียงคิบอมคุยโทรศัพท์เสียงหวานกับฮยอกแจ แต่พอเห็นเขาเดินออกมาจากห้องน้ำ ตาหวานๆ หน้ายิ้มๆ ก็เปลี่ยนเป็นดุโดยฉับพลัน

พ่อคุณจะเลี่ยนกับแฟนไปถึงไหนกัน กับเพื่อนเนี่ยโหดตลอด

“คยูฮยอน..”

“..งื้อ..”

คยูฮยอนที่นั่งอยู่กับพื้นหันหลังหนีไปแล้ว

“คยูฮยอน...ถ้าไม่เล่า เดี๋ยวจะจับปล้ำ”

น้ำเสียงข่มขู่น่ากลัวตายล่ะ!

“คุณพ่อครับ คือผมไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ”

คยูฮยอนกวนได้โล่! คิบอมกระตุกยิ้มลุกขึ้นไปคว้าเอวบางลอยไปโยนลงกับเตียง หน้าคยูฮยอนเหวอด้วยความตกใจ คิบอมรู้ว่าคยูฮยอนมือไว จับแขนสองข้างกดติดไว้กับเตียงเฉยๆ ท่อนขาที่คิดจะเตะเขาก็ใช้น้ำหนักตัวกดทับเอาไว้

“หนัก” คยูฮยอนหน้าบึ้งตึงเพราะตัวคิบอมหนัก ไม่ใช่อะไร คยูฮยอนรู้ว่าคิบอมล้อเล่น คิบอมไม่มีทางหรอกที่จะทำอะไรอย่างนั้นน่ะ

“ก็บอกมาเซ่ จะให้ปล้ำก่อนรึไงถึงจะเล่าเนี่ย”

“ก็ลองปล้ำสิ...อยากปล้ำก็ปล้ำสิ ฉัน..จะได้โทรหาฮยอกแจ จะได้ให้ฮยอกแจฟัง Sex phone สดๆ เลยไง”

กวนประสาทจริงๆ นะคยูฮยอน...

ใบหน้ายิ้มพราว กว้างเมื่อนึกถึงเรื่องสนุกๆ พิเรนท์ๆ ที่ตัวเองคิดไว้ คิบอมล่ะอยากจะจับตีก้นซะให้เข็ดจริงๆ


“เชี่ยคิบอม!! ทำอะไรลูกกู”

คิบอมหันพร้อมกับกระโดดลงจากเตียงโดยไว หลบทงเฮที่หมายจะถีบเขาให้กระเด็นทันควัน

“เปล่าครับคุณแม่ ผมไม่กล้าหรอก”

“ตอแหล กูเห็นอยู่”

“ผมจะทำอะไรลูกแม่ได้ล่ะครับ ถามจริงๆ” คิบอมเบี่ยงหลบเท้าของทงเฮที่ตามวิ่งไล่เตะรอบห้อง คุณแม่ที่แสนจะตัวเล็กกว่าเขาที่เป็นพ่อ และคยูฮยอนที่เป็นลูก จะแมนไปไหนครับ

“ทงเฮ..กลับมาสักที” ทงเฮหยุดเมื่อเจอเสียงคยูฮยอนเรียก ชี้นิ้วใส่เขาดุๆ แล้วก็เดินไปนั่งที่เตียงคยูฮยอน

“อะไร...ห่างกันแค่คืนเดียวทำเป็นคิดถึง”

อี ทงเฮตบไหล่คยูฮยอน แล้วเอนตัวซุกตักอย่างออดอ้อน คิม คิบอมกลับมานั่งที่เตียงตนเองแล้วสั่นหัว จำที่ทงเฮเคยพูดไว้ได้ดีหรอก คุณแม่นั่นแหละ อยากจะกดลูกล่ะสิไม่ว่า


‘ถ้าฉันสูงกว่าและแมนกว่าคยูฮยอนเมื่อไหร่ล่ะก็คิบอม....ฉันจะ.....’


อี ทงเฮผู้ที่เชื่อว่าตัวเองเกิดมาเป็นเซเมะอย่างจริงจัง วางแผนอะไรไว้เนี่ย...






กลิ่นน้ำหอมตลบอบอวลไปทั่วห้อง ต่างคนก็ต่างยี่ห้อ เยซองเข้ามาในห้องแล้วต้องผงะ นี่พวกแกฉีดหรืออาบกันแน่วะ

“พวกแก๊ใช้ยี่ห้อเดียวกันสิฟระ แมร่ง ทุกกลิ่นตีจมูกกูจนจะอ้วก” เยซองเหวี่ยงกระเป๋าเป้ขึ้นไปไว้บนโต๊ะ ก่อนจะเดินไปที่เตียงที่อยู่ในสุด

“น้ำหอม...ต่างคนก็ต่างกลิ่น ใช่ว่าเราจะเลือกใช้ น้ำหอมมันก็เลือกคนใช้เว้ย” อี ทงเฮที่ยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่หันมาท้าวสะเอวก่อนจะสาธยายใส่เยซอง

“งั้นน้ำหอมก็คงไม่เลือกกูว่ะ กูได้กลิ่นแล้วจะอ้วก” เยซองทิ้งตัวลงนอน ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปงหนีกันเลย

“อะไรของมึง ปกติมึงก็ใช้นี่”

“ก็วันนี้กูไม่ใช้” เยซองตอบกลับมาแบบนั้นทำให้ทุกคนที่กำลังสาละวนอยู่กับการแต่งตัวเที่ยวหยุดนิ่ง รู้สึกได้ละว่ามันแปลกไปจากทุกวัน คยูฮยอนเดินมาที่ข้างเตียง ย่อตัวนั่งลงกับพื้นห้อง

“เยซอง...เป็นอะไรรึเปล่า”

ทงเฮเดินมาดึงผ้าห่มออก แต่คนบนเตียงก็ยื้อไว้ ดึงกันไปดึงกันมา กลายเป็นสงครามแย่งผ้าห่มของสองคนนี้ไปแล้ว

“ทงเฮ ปล่อยเหอะ”

“มึงเป็นอะไร มึงก็บอกกูมาเลย อย่ามาเงียบแบบนี้” ทงเฮดึงจนสุดแรง แต่เยซองก็ยังยื้อไว้

“กูไม่ได้เป็นอะไร มึงจะไปเที่ยวไหนก็ไป”

“กูไม่เชื่อ” ทงเฮงับผ้าห่มด้วยฟันแล้วกระชากเต็มแรง ทั้งมือทั้งปาก ผ้าห่มหลุดออกมาตัวเยซองจนได้

ทงเฮจะขำแต่ก็ขำไม่ออกเมื่อเห็นสองแก้มของเยซองเปียกไปด้วยน้ำตา นี่กู...ไม่ได้แกล้งมึงจนมึงร้องไห้ใช่ไหม

“มึงอยากเห็นกูร้องไห้ มึงก็ได้เห็นแล้วไง มึงจะไปไหนกันก็ไป”

“เยซอง มีอะไรก็บอกมาเถอะนะ” คยูฮยอนจับแขนของเยซองด้วยความเป็นห่วง ถึงขนาดร้องไห้นี่..คงไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แล้ว

เสียงเคาะประตูห้องโครมๆ คิบอมไม่สนใจ แต่เมื่อได้ยินเสียงคนที่ตะโกนโหวกเหวกหน้าห้อง ก็เดินไปเปิดให้ โจวหมี่ยืนยิ้มแฉ่งอยู่หน้าห้อง

“ไปกันยังวะ…เฮ้ย เยซอง นี่มึงร้องไห้เหรอเนี่ย เมียทิ้งหรือไง”


“พ่อกูตาย”




“……………………………………………………..”





“เฮี้ย!!! พวกมึงจะร้องไห้กันทำไม”


“กูไม่ได้ร้อง!!” เสียงทงเฮตะโกนโหวกเหวกขึ้นมาคนเดียว ก่อนที่เจ้าตัวจะหันไปเห็นคยูฮยอนกำลังบ่อน้ำตาแตก ไหลไม่หยุด เยซองตกใจจนเผลอหยุดร้องไห้ไป ลุกขึ้นมากอดคยูฮยอนปลอบแทน


“อย่าแตะลูกกู!!!!!!”







สุดท้ายก็ไม่มีใครได้ไปเที่ยวไหน เยซองกลับมาเอาบางสิ่งที่อยู่ที่ห้องตัดสินใจว่าจะไปวันพรุ่งนี้กัน ต่างคนต่างไม่ได้นอน ไม่มีกระจิตกระใจจะหลับกัน ถ้าหากเยซองไม่หลับ แล้วคนอื่นๆ จะหลับกันลงได้ไง โจวหมี่กับเฮนรี่ก็ย้ายมานั่งๆ นอนๆ ที่ห้อง

“เตียงสี่เตียงสำหรับคนหกคน ไม่พอหรอกนะ....คิบอม โจวหมี่ นอนพื้นละกัน”

“ครับ...รู้แล้วครับ” คิบอมขานรับ โยนผ้าห่มโยนหมอนลงไปที่พื้น ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนอย่างว่าง่าย

“กูไม่อยากนอนพื้น”

“งั้นมึงก็ไม่ต้องนอน” ทงเฮตัดบทสรุปรวบรัดทันควัน

“เดี๋ยวกูนอนให้” เยซองพูดขึ้นพร้อมกับลุกขึ้นมานั่ง

“เฮ้ยๆๆๆ มึงนอนลงไปเลย” ทงเฮดันตัวเยซองให้กลับไปนอนอย่างเดิม ตัวเองเอนหลังลงนอนข้าง ๆ ส่วนอีกด้านเป็นคยูฮยอนที่นอนอยู่ด้วย ถัดไปก็เป็นเฮนรี่

โจวหมี่ยังไม่วายดึงมือเฮนรี่ลงไปกุมไว้....

กูจะอ้วก!!!!

“พวกมึงเลิกคิดมาก นอนๆ กันได้แล้ว กูจะนอนแล้ว ง่วง” เยซองพูดขึ้นพร้อมกับเอาผ้าห่มคุมโปงทันควัน

“เออ มึงหลับให้จริงเหอะ” ทงเฮตอบ ตะแคงหันมาหาคยูฮยอน....

“หลับกันเถอะนะ..” ทงเฮพูดเสียงเบา...คิบอมได้ยินก็เฉยๆ ล่ะนะ แต่ก็อดเห็นใจทงเฮไม่ได้ ถ้ายอมลดฐิธิตัวเองลงหน่อยล่ะก็...ป่านนี้สมหวังไปแล้ว

“คยูฮยอน แล้วตกลงมีเรื่องอะไรกันแน่” ทงเฮพูดขึ้น คยูฮยอนกลอกตาไปมาด้วยความงุนงง ทงเฮพูดเหมือนกับรู้

“คิบอมเล่าให้ฉันฟังแล้ว...”

“ไม่มีอะไรหรอก...” คยูฮยอนปิดตาลง เทียบกับเรื่องเยซองแล้ว คิดได้ว่าความสับสนในใจตัวเองมันก็แค่เรื่องเล็กๆ


คยูฮยอนสับสน...
ทำไมซีวอนเข้ามาในใจได้รวดเร็วขนาดนี้



เร็วจนเขากลัว....กลัวหัวใจตัวเอง




T-B-C

ชอบ...กี้จัง ออกแนวแต่งเองเพ้อเอง 55+

 

edit @ 24 Jul 2008 17:30:55 by มิลฮี~เรียวยอก

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
เพ้อแล้วพี่รุ้ง
คยูกี้ลัลล้าไปกับซีวอนไปแล้วเนี่ย~
ตกลงฟิกเรื่องนี้
มันเป็นอะไรที่แหวกดีเนอะ
ทงเฮอยากกดคยูกี้
คิบอมจะกดคยูกี้
อะไรๆก็กี้ของเค้า > <//

ทงเฮแม้นแมนนนน
อ่านแล้วแปลกๆดี
สงสัยติดอ่านฟิกทงเฮเป็นเคะมากไปหน่อย

เยเย่เป็นไรนั่น
ถึงขึ้นร้องไห้เนี่ย

แต่ไอคู่หมี่-รี่อ่ะ
มากไปไหม
OwO!!
โตะใจ
ได้ประเดิมอ่านฟิกของคู่นี้จากฟิกพี่รุ้งเลย
(ปกติไม่เคยอ่านฟิกนะ อ่านของพี่รุ้งเนี่ย ตอนนี้เลย)
#1  by  씨 Ïn ßlooÐ ~ † At 2008-08-01 00:35, 

<< Home