Title :: Summer Chance
Couple :: WonKyu , BumHyuk
Author :: RyoHyuk
Note :: ฟิคซัมเมอร์...อ่านคลายร้อนซะหน่อย เรื่องนี้เกิดจากความบ้า บ้าบอ และบ้าบอสุดฤทธิ์ และเรื่องทั้งหมดเป็นแค่ Fiction ค่ะ อย่าจริงจังมากเลย
-1-
………..…………………………..………………………………………………
ภาพท้องทะเลสีฟ้าครามสด ระยิบระยับสะท้อนขึ้นสู่เฟรม นิ้วแทบไม่ละจากปุ่มชัตเตอร์ ภายในกรอบสี่เหลี่ยมแคบ แสงแดดกระทบลงบนผิวคลื่นที่กำลังแตกกระเซ็น..นิ่มนวล แม้จะลดกล้องลง ประกายสีเหลืองทองระยิบระยับจับตาก็ยังคงซี้งตรึงใจ จะหาที่ไหนที่ดูสวยได้เท่าที่นี่อีก
คิม คิบอมหยิบภาพแต่ละแผ่นที่ซ้อนๆกันในมือออกทีละแผ่น ทิวทัศน์ที่สวยงามราวกับความฝัน ตั้งใจไว้แล้วว่า จะกลับไปอีกครั้งนึง ตั๋วเครื่องบินสำหรับสองที่วางอยู่บนโต๊ะ ใบหนึ่งของเขา ส่วนอีกใบ ก็ตั้งใจจะพา ‘คนพิเศษ’ ไปด้วยกัน ตอนนี้ตั๋วใบนี้คงจะเสียใจ ถ้ารู้ว่าคนที่ถูกชวนตอบปฏิเสธไป หาเวลาปลีกมาช่วงนั้นไม่ได้ คราวนี้ ก็ไปคนเดียวสินะ...
ตาเหม่อลอยมองผ่านกระจกขาวขุ่นออกไปยังนอกร้านอาหาร แอร์เย็นฉ่ำจนเกิดฝ้า แต่ก็ยังเห็นคนที่กำลังเดินมาทางนี้ ฝ่ายนั้นมองเข้ามา สายตาหยุดลงที่เขา พร้อมด้วยแววตาดีใจระคนตื่นเต้น
‘เพื่อน’ ตั้งแต่สมัยเรียนผลักบานประตูร้านเข้ามา และกำลังเดินมาที่โต๊ะ คิบอมมองตั๋วเครื่องบินในมือแล้วก็หลุดยิ้มออกมาไม่รู้ตัว บังเอิญเจอเพื่อนขาลุยแบบซีวอนได้ถูกเวลาจริงๆ....
เรื่องบังเอิญที่นำความว้าวุ่นมาให้ต้องปวดหัว....
………..…………………………..………………………………………………
“โธ่เอ๊ยคิบอม เสียดายว่ะ ช่วงนั้นฉันทำงานน่ะ ไปกับนายไม่ได้หรอก” คำปฏิเสธที่หลุดออกมาจากปากชเว ซีวอนได้ยังไง ทั้งที่ค่อนข้างจะมั่นอกมั่นใจว่าเพื่อนเขาต้องตกลงโดยเร็วแท้ๆ
“น่าเสียดาย ทั้งที่ชั้นคิดว่า ถ้านายไปได้ก็คงดี แต่นายก็ไปไม่ได้” คิบอมพูดเปรยด้วยความเสียดายเล็กน้อย งั้นเขาคงต้องไปคนเดียวซะแล้วล่ะ
“ไม่ได้เจอนายนานตั้งแต่เรียนจบ แต่พอเจอปุ๊บก็ชวนเที่ยวปั๊บ” ซีวอนพูดแล้วก็ยิ่งทำให้นึกถึงความหลัง มองหน้าเพื่อนที่ยกยิ้มให้ แล้วมองออกไปนอกกระจกขุ่น ไม่ได้เจอนาน....จนคิบอมเปลี่ยนไปมาก ท่าทีเลือดร้อนพอๆ กับเขา นิสัยของขาลุย ถึงไหนถึงกันของคิบอมนั้น เหมือนจะถูกโอบล้อมด้วยไอเย็นๆ สุขุมขึ้น..
หรือว่าเป็นเพราะอาชีพ ที่ทำให้คิบอมเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้...ช่างภาพ
“แต่ที่ไปนี่มันก็เรื่องงานเหมือนกันนะ”
“งานอะไร?”
“เก็บภาพในงานประกวดภาพถ่ายว่ะ”
“งั้นก็ไปตั้งใจทำงานเหอะว่ะ เรื่องเที่ยวไว้ทีหลัง ตอนนี้ต้องรีบปั๊มเงิน”
คิบอมคลี่ยิ้มแยกเขี้ยว..ซีวอนก็เปลี่ยนไปพอตัวอยู่ จากที่เคยเที่ยวลืมวันลืมคืน ตอนนี้ก็กลายมาเป็นคนจริงจังกับงานไปได้
“เออ เดี๋ยวฉันไปแล้วว่ะ แฟนรอนานแล้วเดี๋ยวเคือง นั่น...รออยู่ในรถนานแล้วว่ะ” ซีวอนชี้ไปที่รถคันเก่ง ออดี้สีบรอนซ์สวย แต่คนข้างใน อาจจะพิเศษกว่า ก็ไม่แปลก..
“ฝากหวัดดีแฟนนายด้วยละกัน”
“ไม่ได้ คนนี้ฉันหวง”
คิบอมยิ้มขำ
“เดี๋ยวนี้แกเป็นทาสแฟนแล้วเหรอ”
“ช่างเว้ย คนนี้กูยอมหมด”
“เฮ้ย เปลี่ยนใจไปด้วยกันก็โทรหาฉันละกัน”
“ของมันแน่”
………..…………………………..………………………………………………
“กลับมาแล้วจ้า” ซีวอนปิดประตูรถเข้ามา พร้อมยิ้มให้หน้าหวาน ที่เงยหน้าขึ้นจากหนังสือในมือ ฝ่ายนั้นก็ส่งยิ้มกลับคืนมา รอยยิ้มหวานชุ่มชื่นหัวใจซีวอนดีนักแล
“งั้นไปกันเถอะ” อีฮยอกแจปิดหนังสือเล่มที่อ่านค้างไว้ รวบเก็บไว้บนตัก ที่ซีวอนเหมาว่า ‘แฟน’ คนนี้จะมีเคือง ถ้าหากนั่งรอเขานานกว่านี้ ที่คิดไว้...ไม่ผิดนักหรอก
มีอย่างที่ไหน เจอเพื่อนแล้วก็รีบวิ่งโร่เข้าไปหาเลย ทิ้งเขาให้นั่งตากแอร์รออยู่คนเดียว...น่าเบื่อ
แต่ฮยอกแจก็ไม่แสดงอาการเบื่อออกมาให้ซีวอนได้รู้หรอกนะ อย่างที่ว่าน้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก ฉะนั้น ซีวอนไม่เคยจะเห็นหรอก น้ำขุ่น...ที่อยู่ข้างใน
“จ้ะ” ซีวอนตกปากรับคำอย่างว่าง่าย แล้วเหยียบคันเร่งออกไปยังจุดหมายปลายทางที่ตั้งใจไว้ เอาใจและตามใจสุดๆ คนน่ารักแบบนี้...
ถ้าไม่เบื่อไปซะก่อน เขาก็ยังคงเสมอต้นเสมอปลายเสมอแหละ
ที่ซีวอนปฏิเสธคิบอมไปน่ะ เพราะจำเป็นหรอก เขามีนัดอยู่ก่อนหน้าแล้ว แค่เอาเรื่องงานมาบังหน้าเท่านั้นแหละ เขาวางแผนลาหยุดยาวเป็นอาทิตย์ๆ วางแผนเที่ยวมาเป็นเดือนๆ เพื่อทริปหวานฉ่ำนี้โดยเฉพาะ อีกไม่กี่วัน..อดใจรออีกนิด
………..…………………………..………………………………………………
“ฝันดีนะครับ” ร่างบางแนบจมูกลงกับโหนกแก้มของร่างสูงแล้วผละออก ยืนมองตาหวานแฉ่งส่งซีวอนที่หน้าประตู ลมหายใจอุ่นที่เพิ่งฉาบผิวแก้มไป ซีวอนลูบผิวแก้มอย่างเสียดาย น่าจะมีมากกว่านี้สักหน่อย จริงไหม...ว่าแล้วก็เบียดตัวเข้าไปในห้องชุด ดึงประตูให้ปิดตามลงอย่างเชื่องช้า ส่วนเจ้าของห้องตกอยู่ในอ้อมกอดเขาเรียบร้อยแล้ว
“ถ้ายอมให้ค้าง ผมคงจะฝันดีทั้งคืนแน่ๆ” ซีวอนอ้อนด้วยการก้มหน้าลงไปจนชิด ปลายจมูกแนบกัน ก่อนจะปัดลงมาที่ผิวแก้ม
“แพงนะ...ค่าห้องนี้น่ะ” เสียงหวานเย้ายั่ว มือเรียวโอบไปรอบคอ ปากอุ่นแนบลงไปที่ผิวแก้มอีกฝ่าย จูบปลอบประโลมให้ร่างสูงผ่อนคลายลง
“เอาไว้..เราไปเที่ยวกันก่อนนะ”
เสียงหวานเป็นประกาศิตให้ต้องปล่อยมืออย่างเสียดาย อีกครั้งแล้วที่ฮยอกแจปฏิเสธเขา เอาสิ รอได้อยู่แล้วล่ะ แค่นี้เอง แค่คิดถึงผิวขาวใต้ร่มผ้า ที่จะได้แตะต้องอีกไม่กี่วัน ก็คึกคักได้ขนาดนี้
แต่แล้วสวรรค์ก็ไม่เห็นใจเอาซะเลย ยิ่งพอใกล้ถึงวันนัด ฮยอกแจยิ่งโทรหา ยิ่งไม่ค่อยจะรับสายเขา
เกิดอะไรขึ้นวะ รู้สึกว่าครั้งสุดท้ายที่คุยด้วย เหมือนฮยอกแจจะบอกว่า มีงานแต่งของญาติสนิท แล้วก็เงียบหายไปเลย
อุตส่าห์ลางานมาเป็นอาทิตย์ๆ นี่เขาต้องปล่อยให้มันเสียเปล่าเหรอวะเนี่ย
หน้าคิบอมแว่บเข้ามาในหัว สิ่งที่เขาควรจะทำต่อไปคือหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วกดโทรออกโดยด่วน
………..…………………………..………………………………………………
อากาศเมืองร้อนเข้าทักทายตั้งแต่ย่างก้าวแรกที่โผล่หน้าพ้นออกจากตัวเครื่องบิน
“เฮ้ย ดูทำหน้า จะเป็นลมเหรอไง?” คิบอมเอ่ยแซว ซีวอนที่เบลอจัดเพราะอากาศร้อน ยิ่งอยากจะกระโดดคิกใส่คิบอมสักทีด้วยความหงุดหงิด
“เออ ฉันไม่ถึกเหมือนแกนี่หว่า แล้วทำไมที่นี่มันร้อนนักวะ” คิ้วคมขมวดเป็นปม แต่ก็หยุดบ่นได้เมื่อก้าวเข้าตัวตึกที่มีแต่แอร์เย็นเฉียบ มองคิบอมกวาดสายตาหาคนที่มารอรับ จากเท่าที่ซีวอนนั่งฟังคิบอมสาธยายมาจากบนเครื่อง ก็ได้ความว่า คนๆ นี้เป็นลูกพี่ลูกน้อง ที่ย้ายมาเรียน มาทำงานที่นี่ตั้งแต่เด็กๆ เวลาที่คิบอมมาที่นี่ ก็จะติดต่อหาลูกพี่ลูกน้องคนนี้ตลอด
“คิบอม!” เสียงเรียกที่ทำให้ทั้งคิบอมและซีวอนต้องหันไปหา ผู้ชายผอมบางในชุดฮู้ดขาวแขนยาว เดินกึ่งวิ่งเข้ามาหา
“น่ารัก...”
คิบอมได้ยินดังนั้นเลยสวนเข้าให้
“ไหนมึงบอกกูว่ามีแฟนแล้วไง?” พออยู่ด้วยกันนานๆ เข้า ประโยคสนทนาระดับพื้นบ้าน ยิ่งหลุดออกมาจากทั้งสองฝ่ายได้ง่ายดายขึ้น
“เออ กูบอกว่ามีแฟนแล้ว แต่ก็แค่ที่เกาหลี แต่ที่นี่ กูยังไม่มี”
“ไอ้ สาด”
ซีวอนแก้ตัวน้ำขุ่นขลั่กไปแล้วก็ลอยหน้าลอยตาส่งยิ้มหวานทักทายลูกพี่ลูกน้องคิบอมอย่างสุภาพและดูดีที่สุด ฝ่ายลูกพี่ลูกน้องคิบอมก็ยิ้มตอบ ยามที่เรียวปากอิ่มแดงคลี่ออกกว้าง แววตาสดใสก็เป็นประกาย มองแล้วสดชื่นหัวใจดีจริงๆ..
………..…………………………..………………………………………………
“ชื่อทงเฮเหรอครับ ส่วนพี่ เรียกซีวอนเฉยๆ ก็ได้ครับ”
คิบอมนั่งดูซีวอนปั้นหม้อใส่น้องชายของตนเองมาตลอดทาง ตั้งแต่ทงเฮขับรถออกจากสนามบิน จนมาถึงสถานที่ๆ เขาต้องการ มองออกไปจากในตัวรถ เส้นขอบฟ้าที่แบ่งระหว่างน้ำกับท้องฟ้า แม้จะไกล แต่ความสวยของมันไม่ได้ลดลงตามไปเลย
คิบอมลดกระจกลง...สายลมร้อนเข้ามาแทนที่แอร์เย็นในรถ ซีวอนหันมาทำตาขวางใส่ แต่พอทงเฮทำแบบเดียวกับเขา ซีวอนกลับเอาใจ ลดกระจกของตัวเองลงมั่ง
โครตจะสร้างภาพเลยเพื่อน!!
………..…………………………..………………………………………………
“ทะเล...โครตสวยเลยว่ะ”
หาดทรายแผ่ยาวออกไปสุดสายตา เม็ดทรายละเอียดนุ่ม เวลาย่ำเท้าลงไป ข้อเท้าจมลงไปในผืนทราย สร้างความตื่นเต้นให้กับชอย ซีวอนอย่างเหลือเชื่อ
“แน่ล่ะ ฉันชอบที่นี่มากเลย”
“น่าเสียดาย ทงเฮรีบกลับไปก่อน ที่จริงน่าจะค้างด้วยกันสักคืน”
“ฝัน..ฝัน ถึงค้างทงเฮก็ต้องนอนห้องฉันว่ะ”
“นี่มึงไม่ไว้ใจกูเหรอวะ”
“เออ”
………..…………………………..………………………………………………
แสงจันทร์นวลผ่องตา นั่งมองจนแทบจะเคลิ้มหลับไป เสียงเพลงหวานฉ่ำดังคลอออกมาจากอีกฝั่งของชายหาด บ้านพักริมหาดที่ค่อนข้างเงียบสงบจึงได้ยินเสียงเพลงจากฝั่งนั้นชัดเจน ซีวอนเงี่ยหูฟังอย่างสนอกสนใจ ต่างจากคิบอมที่นั่งเช็ดกล้องคู่ใจ พร้อมกับดึงภาพที่ถ่ายที่ตั้งใจถ่ายมาทั้งวันลงโน้ตบุค
“เฮ้ย เดี๋ยวฉันมานะ”
“เออ แต่ขอเตือนไว้ ห้ามพาใครกลับมาเด็ดขาด”
ไอ้เชี่ย รู้ทันจริงๆ..
ซีวอนค่อนขอดคิบอมไว้ในใจ เออ ถ้าหาได้ กูไม่กลับมาหรอก!!!
………..…………………………..………………………………………………
เสียงระทึกของเครื่องดนตรีดังขึ้นทุกอย่างก้าวเดิน ซีวอนเดินย่ำหาดทรายนุ่มเข้าไปจนเห็นชัดพอว่างานที่เปิดเพลงดัง ยั่วให้เขาเดินมาจนถึงนี่น่ะมัน งานแต่ง!
เหย...งานแต่ง อะไรจะบังเอิญขนาดนั้น
กลิ่นหอมเรื่อจมูกของดอกไม้สีขาวที่ประดับประดาอยู่รอบๆ งาน หอมเย็น..สดชื่น แสงเทียนจำนวนมาก ที่เจ้าของวานแต่งทุ่มปริมาณ รอบงานจึงค่อนข้างสว่างไสว แม้จะมีแค่แสงเทียน งานเป็นแบบบุฟเฟต์...อย่างนี้ก็สวยดิ แฝงตัวเข้าไปเลย
โรแมนติก...สุดยอด อดคิดถึงงานแต่งงานของตัวเองขึ้นมาบ้าง มันจะเป็นแบบไหนนะ เจ้าสาวของเขาในชุดสีขาวสะอาดตา ยืนอยู่ท่ามกลางแสงเทียนสีนวลตา เรือนผมสีดำคลับ กรอบหน้าเรียวขาวใสกระจ่าง รอยยิ้มหวาน ที่มีให้แค่เขาคนเดียว
มโนภาพซ้อนทับกับความเป็นจริง ร่างโปร่งบางเดินเข้ามาในระยะสายตา เข้ามาแทนที่จินตนากรเพ้อฝันของเขา รอยยิ้มพิมพ์ใจ ถูกส่งไปให้ใครสักคนแถวนั้น นานเท่าไหร่ไม่รู้ที่สายตามองตามไปอย่างไม่รู้เบื่อ หน้านวลกระจ่างท่ามกลางแสงเทียน ราวกับถูกมนต์สะกดให้เคลิ้มไปกับท่วงทำนองเพลงรัก
แย่...แล้ว
………..…………………………..………………………………………………
ห่าเอ๊ย..
รู้สึกเหมือนพวกโรคจิตที่กำลังแอบสะกดรอยร่างบางหน้าแฉล้ม ขณะที่เดินกลับไปยังที่พักของฝ่ายนั้น แต่เขาก็ไม่ใช่พวกโรคจิตจริงๆ สักหน่อย เพราะสุดท้ายเขาก็ไม่ได้ จับร่างบางๆ นี่...ขืนใจ
บังกะโลนี่ไม่ห่างไปจากบ้านเขาเท่าไหร่เลย เอาไว้เดี๋ยวแวะมาหานะจ๊ะ
ซีวอนเดินกลับไปยังทางเดินอย่างอารมณ์ดี งานแต่งริมหาดยังคงไม่เลิกแต่อย่างใด ซีวอนทอดสายมองเรื่อยเปื่อย พลันก็สะดุดเข้ากับด้านหลังของคนๆ หนึ่ง ทั้งทรงผม ทั้งหุ่น เหมือนจนต้องเหลียวกลับไปมองซ้ำอีกรอบ แต่ร่างนั้นก็กลืนหายไปกับคนในงาน
หวังว่า...คงไม่ใช่ ฮยอกแจหรอกนะ
อะไรจะบังเอิญขนาดนั้น ไม่ใช่หรอกมั้ง ฮยอกแจบอกว่าไปงานแต่ง แต่ไม่ได้บอกสักคำว่ามาที่นี่ คงไม่บังเอิญจะซวยขนาดนั้นใช่ไหม...
ร่างบางหน้าแฉล้ม ตรึงตา ต้องใจ อยากทำความรู้จัก ให้ตายสิ...
ไม่อยากมีเมียมาคุม!!
………..…………………………..………………………………………………
ชายหาด...แสงแดด...
สายลม.....และสองเรา
ซีวอนตาพราวระยับ วันนี้สวรรค์เป็นใจสุดๆ แค่โผล่หน้ามาหาหนุ่มน้อยน่าแฉล้ม ก็ เจอแจ๊กพ็อตก้อนเบอเร้อ ผิวขาว หน้าใสๆ กำลังว่ายน้ำเล่นอยู่อยู่ในทะเลคนเดียว
วันนี้...เรามาทำความรู้จักกันดีกว่า
ซีวอนถอดเสื้อโยนไว้บนหาด ลงน้ำไปใกล้ๆ กับที่ร่างบางกำลังแหวกว่าย อย่างสบายอกสบายใจ ซีวอนว่ายเข้าไปหา ไม่อยากให้ดูจงใจเกินไป ต้องว่ายวนไปมาอยู่หลายรอบ กว่าจะตัดสินใจ เฉียดเข้าไปตรงๆ เลย
“โอ๊ะ!” ทำเป็นว่ายไม่ลืมหูลืมตา มือที่แหวกว่ายอยู่จึงไปโดนตัวฝ่ายนั้นจนต้องชะงักหยุด
เอวบางเชี้ยๆ...
ไม่บอกก็พอจะเดาได้ไหม ว่าบังเอิญยังไง บังเอิญ แบบมารยาสาไถสุดๆ
มือปัดป่ายลงมาที่เอวและสะโพกนิ่ม ก่อนจะผุดหน้าขึ้นจากน้ำ และทำเป็นฉงนใจที่ว่ายชนหลังฝ่ายนั้น
“คือผม ว่ายเพลินไปหน่อย” ซีวอนพยุงตัวลอยอยู่เหนือน้ำ แม้จะอยู่ในทะเล ก็ไม่เป็นอุปสรรค ของความรักโดยแท้ ร่างบางพยุงตัวตาม หยุดว่ายแล้วคุยกับเขาแทน
“ไม่เป็นไร”
ดูท่าจะว่ายน้ำไม่แข็ง ร่างที่พยายามถีบน้ำให้ตัวลอยถึงไม่ค่อยทะมัดทะแมงเท่าไหร่ คอโผล่พ้นน้ำได้ไม่นาน ต้องยืดขาออก เพื่อให้นอนแผ่กับผิวน้ำแทน ร่างบางเสียหลักในน้ำ มือเผลอคว้าแขนเขาไว้ทันควัน
“กลับเข้าฝั่งไหม?” เอ่ยถามไป เมื่อร่างบางพยักหน้าสุภาพบุรุษอย่างเขาเลยต้องช่วยประคองตัวบางๆ ให้กลับเข้าฝั่ง มายังที่ๆ เท้าพอจะก้าวถึง
การประคอง ก็มารยาสาไถแบบฉบับชอย ซีวอน แม่นแล้ว!
ปล่อยให้เขายึดแขนเราไว้เป็นที่เพิ่ง แขนว่างๆ อีกข้างก็โอบตระคองเอว เหมือนช่วยดึงตัวให้กลับเข้าฝั่งได้เร็วขึ้น แล้วนี่..ในทะเล คิดว่าคลื่นยักษ์จะซัดมาสักกี่ลูก ที่พอจะทำให้ร่างบางเซเข้ามาในอ้อมแขนเข้าได้จังๆ
ก็แค่ช่วยประคองล่ะน่า
“คุณว่ายน้ำเก่งจัง”
“ก็พอว่ายได้ ไม่เก่งหรอกครับ”
ถ่อมตัวไว้ก่อน...มีแต่ผู้ชายโง่ๆ เท่านั้นแหละ ที่จะว่ายน้ำไม่เป็น ไม่งั้นโอกาสดีๆ แบบนี้ จะหาได้ที่ไหน
“สอนผมมั่งสิ”
ได้เลย!! เอาตอนนี้เลยไหมล่ะ ยินดีนะครับเนี่ย..
“ได้สิ”
“ตอนนี้เลยนะ” เสียงหวานตอบมาเป็นใจเหลือเกิน
ย่อมได้!! จัดให้
ชายหาด...แสงแดด...สายลม.....และสองเรา
อารมณ์แบบนี้เลย!!
ซีวอนช่วยสอนหนุ่มน้อยน่าแฉล้มว่ายน้ำไปตลอดช่วงเช้า พอเลิกสอนก็เดินไปหาอะไรกินในร้านอาหารกลางแจ้ง นอนอาบแดดคุยกันตามประสาคนคุ้นเคย?
“แล้วคุณชื่อ...?”
“ผม โจ คยูฮยอนครับ”
………..…………………………..………………………………………………
แดดเริ่มจะหมดแล้ว...
หลังจากที่คิบอมตระเวนถ่ายรูปริมชายหาดจนเต็มอิ่มไปอีกวันหนึ่ง คิบอมเก็บกล้องใส่กระเป๋าสะพาย ทอดสายตามองพระอาทิตย์ตกไปอีกวัน กะเที่ยวให้ชุ่มปอด ก่อนจะกลับไปลุยงานหนักต่อที่เกาหลี
“นี่คุณ ถ่ายรูปให้ผมหน่อยสิครับ” แม้จะรู้สึกถึงการออดอ้อน แต่มันก็แค่น้อยนิด น้ำเสียงวางอำนาจยังกับสั่ง ยิ่งหันกลับไปเห็นหน้าค่าตาคนพูด ยิ่งเกิดอคติ สไตล์ที่เห็นแค่เพียงชั่วอึดใจ บอกได้เลยว่าเป็นแบบที่ไม่ชอบ
พวกหยิ่งและทระนงตัวเกินเหตุ
เมื่อไม่ใส่ใจจะต่อปากต่อคำ ก็เดินเลียบชายหาดกลับไปยังบ้านเลย แต่แทบจะหันกลับมาทันทีทันใดเมื่อรู้สึกถึงน้ำกระเซ็นมาโดนตัว ถ้าเป็นเพราะคลื่นจะไม่ใส่ใจ แต่นี่เขายืนห่างจากจุดที่น้ำทะเลซัดกลับเข้าฝั่งขนาดนี้ น้ำทะเลยังกระเซ็นขึ้นมาเปียกได้
เพราะใคร...จุ้นจริงๆ
คนทำกอดอกหันหลังมองออกไปทางทะเล เตะน้ำเล่นดูท่าทางสบายอกสบายใจ ที่หาเรื่องให้เขาสนใจได้สำเร็จ
“เด็ก..”
แถมยังหูไวอีกต่างหาก หันควับมาทันใด หน้าตาเหมือนโกรธกันมาสักร้อยชาติ
“อยากให้ถ่ายรูปให้ ก็ขอกันดีๆ สิ ไม่ใช่มาเล่นเป็นเด็กๆ ไปได้”
“ผมคิดว่า...ผมขอคุณดีๆ แล้วนะ”
ผมคิดว่า...แหม ก็คิดเอาเองน่ะสิ
“อยากจะรู้ไหม ว่าตัวเองทำหน้าขอคนอื่นเขายังไง เขาถึงไม่ให้น่ะ”
ร่างบางเดินหนี เมื่อเขาทำท่าจะเริ่มเทศนานิสัย...เสีย ของตัวเองให้ฟัง
ทนฟังไม่ได้ เรื่องจริงน่ะ..
คิบอมเปิดกระเป๋า หยิบกล้องออกมาบันทึกภาพคนที่เดินหนีไปอย่างนึกขัน เสียงชัตเตอร์ดังไล่หลังฝ่ายนั้นไป เจ้าของร่างรู้ตัวก็หันมาทำหน้ามุ่ยใส่ แล้วก็สะบัดเชิดกลับ ไม่ปรานีปราศรัยคนมองเล้ย ว่าจะรู้สึกยังไง
น่าตี...
………..…………………………..………………………………………………
กลิ่นหอมฉุยจากในห้องครัวทำให้คิบอมนึกฉงนใจกับเพื่อนตัวเองนัก วันดีคืนดีหรือไง ลุกขึ้นมาทำครัวแบบนี้น่ะ คิบอมเดินเข้าไป กลิ่นหอมที่ว่าก็คือปลาที่กำลังถูกทอดอยู่ในกระทะร้อนๆ ซีวอนหันมายิ้มแฉ่ง แต่ที่ทำให้คิบอมตกใจน่ะก็
สีผิว! มันเข้มขึ้น เพียงแค่ข้ามวัน
“ไปทำอะไรมา จับปลา?”
“บ้า ซื้อมาเว้ย ปลาน่ะ”
“แล้วทำไมผิว?”
“ความลับ...” ซีวอนยิ้มไปก็กลั้นขำไป ปากบอกว่าเป็นความลับ แต่ก็อยากเล่าเต็มแก่ละวะ
“เอ่อ แบบว่า กู...ตกหลุมรักคนๆ นึงเข้าแล้วว่ะ วันนี้กูก็เลยไปหาเขา”
แค่สองวัน..ก็ตกหลุมรักซะแล้ว อะไรจะใจง่ายขนาดนี้วะซีวอน
คิบอมส่ายหน้า ย้อนคิดถึงเรื่องของตน ตั้งชื่อเรื่องใหม่ได้เลยว่า...กว่าจะรัก
ความรัก..มันต้องใช้เวลาเรียนรู้กันและกัน ให้นาน เท่าที่จะนานที่สุดสิวะ
แต่ถ้าเล่นๆ น่ะ เมื่อไหร่ก็มีได้
“แล้วคุยกันรู้เรื่องเหรอวะ?”
“กูยังไม่ได้คุย แต่คาดว่ารู้เรื่อง
ก็คนเกาหลีเหมือนกันแหละว่ะ...ชื่อน้องเขาก็คือ คยูกี้ของซีวอนนี่”
คยู....งั้นเหรอ ชื่ออะไรจะเหมือนกันขนาดนี้ แต่ก็คงแค่ชื่อเหมือน
คิบอมคิดถึงแฟนของตน ป่านนี้คงอยู่ที่บาหลีแล้วล่ะมั้ง เห็นว่าไปงานแต่งงานของเพื่อนนี่นา...น่าเสียดาย ที่ไม่ได้มาด้วยกันจัง คยูฮยอน...
………..………………………..………………………………………………
แดดที่นี่มันแรงจริงๆ พอตกกลางคืน ก็รู้สึกแสบร้อนตัวไปหมด ซีวอนนอนแผ่อย่างเจ็บปวดใจทั้งคืน เช้าวันต่อมาก็เลยต้องใส่เสื้อแขนยาว หมวก เป็นการป้องกันสักหน่อย ไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นโรคแพ้แดดที่นี่ไปได้
ซีวอนจะเดินไปหาคยูกี้แล้ว เดินออกมาชานข้างนอก เห็นแว่นดำคิบอมวางโชว์ความเท่อยู่บนโต๊ะ ก็หยิบออกมาสวมเล่น
เหมาะเลย เอาไปใส่ด้วยดีกว่า
“แพ้แดดเหรอ”
“อื้อ แสบไปทั้งตัวเลย”
“แดดที่นี่แรง ครีมกันแดดธรรมดาๆ กันได้ไม่ดีหรอก เอาของผมไปใช้ไหม เดี๋ยวผมไปหยิบให้นะ” ว่าแล้วคยูก็หายตัวเข้าไปในห้อง เขานั่งพิงไม้รอให้คยูออกมา
ซีวอนหันไปที่บันไดเมื่อได้ยินเสียงเท้าที่ก้าวเดินขึ้นมา ลมหายใจจะหยุดเอาดื้อๆ จี้รูปปลาโลมาห้อยคอสีดำ ผมสั้นเลยติ่งหูขึ้นไป แม้ว่าฮยอกแจจะผมยาวกว่านี้ และไม่มีโลมา แต่คนตรงหน้า เหมือนฮยอกแจเดี๊ยๆ ยังกับถอดมาจากพิมพ์เดียวกัน
หรือว่าจะแค่คนหน้าเหมือน ฮยอกแจผิวขาวมาก แทบจะซีดเซียว แต่คนตรงหน้าดูสีอมน้ำผึ้งซะมากกว่า
“เอ่อ คยูไม่อยู่เหรอฮะ?” คนตรงหน้าเอ่ยถามเขา เขาดันแว่นให้ปิดตาพอดีก่อนตอบ
“เดี๋ยวก็ออกมา รอเดี๋ยวนะ” ซีวอนตอบเกร็ง...เหมือนจะดัดเสียงตัวเองให้เพี้ยนๆ ไปจากความเป็นจริงนิดๆ
เสียงก็ยังเหมือนฮยอกแจเลยว่ะ! เสียว
คยูออกมาจากห้อง พร้อมครีมกันแดดที่เอาออกมาให้เขา ซีวอนดูแล้ว คนๆนี้ดูเหมือนจะมีธุระกับคยู เขาต้องกลับก่อนล่ะสินะ
“งั้นฉัน ไปแล้วนะ”
“บ๊ายบาย แล้วเจอกัน”
“อื้ม” ซีวอนเดินลงมาจากบันไดบังกะโล แค่นึกว่ามีสายตาที่เหมือนฮยอกแจมองตามก็เสียวสันหลังวาบๆ เหมือนกำลังนอกใจแฟนมาหากิ๊กเลยว่ะ
“นี่ นาย คืนนี้ไปเล่นน้ำกันไหม” คยูตะโกนถามมาจากบนบังกะโล โชคดีที่เขายังเดินไปไม่ไกล
“เล่นน้ำอะไรเหรอ”
“เทศกาลของที่นี่น่ะ เขาจะเล่นสาดน้ำกัน”
“อ๋อ...” เหมือนจะเคยได้ยินเหมือนกัน ว่าที่นี่มีประเพณีนี้อยู่ ไม่คิดว่าจะมาตรงเทศกาลนะเนี่ย
สาดน้ำเหรอ...แบบนี้ ก็ได้เห็นคยูในชุดวาบหวิวอีกแล้วสิ
to b con
หน้านี้อยากขอบคุณคนอ่านค่ะ ^^
อย่ากตามวอนด๊องง่า!!!!!
ต้องรีบแต่งให้จบ จะได้เขียนฟิคเรทงามๆ สักเรื่อง ใน SJM โฮะๆๆๆๆๆ
edit @ 14 Apr 2008 00:58:47 by เรียว~ฮยอก
ยิงๆๆๆๆๆ
