Not Answer
(ภาคต่อ B-with -u อ่านภาคแรกก่อนนะคะ)
หมดความอดทน
หมดความเชื่อใจ
หมดแรง
แต่ไม่เคยหมดใจ
This is love but its not real love.
It’s not real?
โทรศัพท์เครื่องเล็กสั่นไม่หยุดมาตั้งแต่สิบห้านาทีก่อน แม้จะเว้นช่วงไปพักๆ แต่ทุกครั้งที่มันดังขึ้นมาใหม่ คนที่มองก็ยังคงมองอยู่อย่างนั้นโดยไม่คิดจะรับสาย รูปที่โชว์ขึ้นบนหน้าจอมันบอกให้รู้ว่าใครโทรมา ไม่ใช่สิ แค่เสียงริงโทนมันก็ฟ้องอยู่ทนโท่ เจ้าของเพลงคือใบหน้าอ่อนเยาว์ไร้เดียงสา รอยยิ้มซื่อ ไม่ค่อยพูดจา
ยัง..จำได้ครั้งแรกที่เขาส่งยิ้มไปให้ได้ รอยยิ้มตอบกลับมาอย่างเก้อเขิน ไร้การปั้นแต่ง ไร้การเสแสร้งใดๆ แม้ว่ารอยยิ้มที่เป็นอยู่ตอนนี้อาจจะไม่ได้ความรู้สึกเอ็นดูต่อร่างโปร่งบาง แบบในตอนนั้น
เขายิ้มให้คยูฮยอนทุกครั้งที่หันมาเจอตาขี้สงสัย ที่ยังคงมองรอบๆ อย่างระมัดระวัง เวลาที่เขาให้คำแนะนำเล็กๆ น้อยๆ เจ้าตัวยิ้มรับ ปฏิบัติตามอย่างไม่เกี่ยงงอน อย่างคนเป็นรุ่นพี่ที่จะเทคแคร์ต่อรุ่นน้องที่เข้ามาใหม่
ไม่มีทางคิดอะไรเกินเลย ไม่มีทางมองข้ามความเป็นพี่น้องเป็นอย่างอื่น เพราะความบริสุทธิ์ใจ เพราะความรักและเอ็นดูอย่างพี่ชายที่มีต่อน้องชายคนหนึ่ง
ไม่เคยคิดติดใจเวลาเห็นคังอินทำแบบเดียวกัน
จนเมื่อ...
ครั้งที่เขาลืมของไว้ที่คอนโดของสมาชิกในบ้าน ไขประตูเปิดเข้ามา ตั้งใจว่าจะแค่มาหยิบ แล้วก็ออกไป
ในความมืด ภาพเลือนลาง ร่างของสองคนนั้นนอนกอดกันอยู่บนโซฟา หลับสนิททั้งคู่
ความรู้สึกตกวูบลงมาจากเหวเมื่อเพ่งมองจนรู้ว่าใคร จมดิ่งลงไปในห้วงลึก สะกดให้ตัวชา
พี่น้อง..ไม่คิดอะไร
เป็นแค่พี่น้อง ถึงคิดอะไรด้วยไม่ได้
ความสัมพันธ์ที่เป็นความลับของทั้งคู่ ค่อยๆ เปิดเผยให้ทุกคนรู้ในที่สุด
ความลับนั้นกลับเป็นเขาที่ต้องเผชิญและต้องยอมรับมัน ตั้งแต่ก้าวข้ามขั้นพี่ชายไปอยู่ในฐานะคนสนิทข้างกายคยูฮยอน
..ตื้ด...
“ทำไมไม่พูด” เสียงเรียบเหมือนจะเฉย แฝงด้วยความโกรธ จากคำพูดที่ใช้สื่อออกมา
ความเงียบถูกใช้เป็นคำตอบทุกครั้งที่เกิดปัญหาไม่เข้าใจกัน คยูฮยอนก็จะโมโห ความอึดอัดที่มีนอกจากจะทำให้คนโกรธทวีความโกรธยิ่งขึ้นแล้ว คนถูกโกรธก็จะยิ่งปริปากพูดได้ยากขึ้นเป็นเท่าตัว
“งั้นวันนี้ ตกลงว่า..เราจะไม่ออกไปไหนกันใช่ไหมครับ”
“.................”
...ตื้ด!!..
แม้ว่าจะถูกคยูฮยอนตัดสายทิ้ง ซีวอนก็ไม่ได้นึกเคืองคยูฮยอนขึ้นมาแต่อย่างใด เรื่องความเอาแต่ใจที่จะแสดงออกให้เขาเห็นกับอารมณ์ที่ค่อนข้างจะแปรปรวนง่ายของร่างบางน่ะ เขารับรู้ดีอยู่แล้ว ความเอาแต่ใจที่แสดงออกมาให้เขาเห็นแต่เพียงผู้เดียว แต่เวลาอยู่กับคังอินแล้วล่ะก็ จะเป็นเด็กว่าง่าย หัวอ่อน ช่างพูดจา
ร่างสูงนอนแผ่อยู่บนเตียงกว้างแต่เพียงผู้เดียว แม้แต่จะควานหยิบรีโมทหาเครื่องปรับอากาศเพื่อลดความเย็น ยังแทบไม่มีแรง
แล้วแบบนี้ จะให้คนที่เขารักมาเห็นสภาพ...นี้ เนี่ยนะ ตอนนี้แค่โกรธ โกรธได้โกรธไป เขาไม่ยอมให้โกรธนานอยู่แล้ว
แม้ว่าอยากจะเห็นหน้าใจแทบขาด แต่ก็จะอดทนไว้ ไม่อยากให้หัวใจของเขา ต้องมาเสี่ยงกับไข้หวัดตัวร้อนธรรมดาๆ แบบนี้
.
.
คนเราเวลาอ่อนแอ ก็มักจะบ่อน้ำตาตื้น
จมอยู่กับเรื่องราวในอดีต จมอยู่กับห้วงทุกข์ จมอยู่กับความเสียใจ ความผิดพลาด ยิ่งเป็นคนป่วยด้วยแล้ว ความรุนแรงของความเหงาจะเข้าเล่นงานหนักเป็นทวีคูณ
หลายชั่วโมงผ่านไปในห้องเงียบ....กับภาพความหลังที่มีแต่เขากับคยูฮยอน
ตั้งแต่วันแรกที่รู้จักกันจนวันนี้ กับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น
มันคือความรัก ใช่รึเปล่าซีวอน?
.
.
โทรศัพท์ที่วางอยู่ใกล้มือร้องขึ้นมาอีก ซีวอนตาพร่า หยิบขึ้นมาดูพอรู้ว่าคนที่โทรเข้าคือฮยอกแจ ก็ยอมกดรับสาย
“ซีวอน วันนี้นายจะไม่ออกมาเจอกับคยูฮยอน กับฉันเหรอ คยูเขางอนนายใหญ่เลยนะ” นัดของคู่รักที่มีคยูฮยอนติดสอบห้อยตามไปด้วย ถูกยกเลิกตั้งแต่หลายชั่วโมงก่อน ทำให้หน้าคยูฮยอนบึ้งตึงอย่างรู้สึกได้ แม้จะพูดคุยกับทุกคนโดยปกติดีก็ตาม แต่ถ้าหากมีใครสักคนเอ่ยถึงซีวอน คยูฮยอนก็จะกลับมาอยู่ในโหมดมึนตึงทุกครั้งไป
อย่าแสดงออกมากไป ถ้าไม่อยากให้คนอื่นสงสัย...
“ฮื่อ วันนี้ฉันไม่ว่างจริงๆ ฮยอกแจ” ลำคอแห้งผากทำให้เสียงที่พูดออกไปแปร่งกว่าทุกทีจนฮยอกแจจับสังเกตได้
“ซีวอน นายเป็นอะไรหรือเปล่า” ฮยอกแจแม้จะใช้โทรศัพท์ของตัวเองโทรมา แต่ขณะที่คุยมีสายตาหลายคู่จับจ้อง แม้จะอยู่ในสิทธ์ที่จะแสดงความเป็นห่วงเป็นใยซีวอนอย่างออกนอกหน้าได้ เพราะในสายตาคนอื่นๆ เขาอยู่ในฐานะ หัวใจของซีวอน แต่เขาก็ไม่อยากที่จะทำ
ก็ถ้าหนึ่งในสายตาที่เฝ้าจับสังเกตคือ หัวใจของเขา [B]คิบอม [/B]
คือคนที่เขาแคร์ที่สุด ไม่ใช่คนรักหลอกๆ อย่างซีวอน แล้วห้องก็แคบแค่นี้ มีหรือที่คนในห้องจะไม่ได้ยิน
“เดี๋ยวฉันไปหานายนะซีวอน ทีหลังถ้าเป็นอะไรก็อย่าเงียบสิ” ฮยอกแจทำเสียงดุ กดวางสาย ก็เจอแต่สายตาสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับซีวอน
“ซีวอนเป็นอะไรเหรอ ฮยอกแจ” คิบอมเอ่ยถามขึ้น แทบจะพร้อมกับคยูฮยอนที่เอ่ยออกมาในประโยคเดียวกัน
“เอ่อ คือซีวอนเขาไม่สบาย”
คำตอบที่ออกมาจากปากฮยอกแจ เป็นอันรู้กันว่าร่างบางจะต้องไปดูแลทันทีทันใด คนที่อยู่ในฐานะคนรักเท่านั้นนะที่จะไปได้น่ะ
“ฉันไปเป็นเพื่อนก็ได้นะ ฮยอกแจ”
คังอินที่กำลังเดินลงมาจากบันไดถึงกับชะลอฝีเท้าลง สีหน้าที่คนรักของเขาแสดงออกถึงความเป็นห่วงในตัวซีวอนนั้น คังอินจังจ้องไม่วางตา
ฮยอกแจอยากจะยกให้คยูฮยอนไปคนเดียวด้วยซ้ำ แต่คงเป็นไปไม่ได้ ถ้าความลับมันยังต้องเป็นความลับไปอีกโดยไม่รู้ ระยะเวลาที่สิ้นสุดแบบนี้น่ะ
นายอยากให้ความแตกหรือไง คยูฮยอน
ฮยอกแจทำสายตาปราม
อย่าแสดงออกทางสีหน้าขนาดนั้นจะได้ไหม..พี่คังอิน เขามองอยู่ นายจะสังเกตไหม
“นายจะไปกวนคู่นั้นทำไมเล่า” เยซองที่นอนเล่นอยู่บนตักของเรียวอุคค้านขึ้นมา ทำให้คยูฮยอนต้องเงียบ ทำเป็นเข้าใจ ทั้งๆ ที่ร้อนรน อยากจะไปหา....
“งั้นฝากของไปเยี่ยมไข้ซีวอนด้วยนะฮยอกแจ” สมาชิกคนสุดท้ายที่นั่งอยู่ในห้องพูดสรุปขึ้นมา พี่อีทึกลุกขึ้น จัดแจงหาของบำรุงใส่ถุงมายื่นให้ฮยอกแจ
“ถ้าไม่ไหว หรือต้องเข้าโรงพยาบาลจริงๆ รีบโทรมาบอกเลยนะ”
“ครับ” ฮยอกแจรับปากเป็นมั่นเหมาะ ร่างเล็กกระวีกระวาดไปที่ประตูห้อง พลันหัวใจต้องกระตุกวาบเมื่อมีมือของคิบอมมาแย่งเปิดประตูออก แม้ว่าทงเฮจะไม่อยู่ที่ห้องก็ตาม ก็ยังคงกังวลว่าใครจะมาเห็นได้
“ให้ฉันไปส่งนะ”
ฮยอกแจสั่นหัว มองหน้าคิบอมที่ดื้อดึงจะไปส่ง รอยช้ำที่ปากของคิบอมยังคงทิ้งร่องรอยไว้ให้เห็น แรงหมัดของซีวอน เป็นเครื่องย้ำเตือนสติได้ทุกครั้งเมื่อเห็น ให้ระวังให้ดี
“ไม่ไปได้ไหม มันใช่หน้าที่สักที่ไหน”
“ฉันอยู่ในฐานะคนรักของซีวอน...คิบอม”
เหตุผลที่คิบอมต้องยอมฟัง ต้องยอมปล่อยให้ฮยอกแจไปหาซีวอน แม้จะขัดใจสักแค่ไหน เขาก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะห้ามฮยอกแจได้
แก้มใสถูกขโมยหอมอย่างรวดเร็ว คิบอมถึงยอมผละออกจากฮยอกแจกลับเข้าห้องตามเดิม ฮยอกแจยืนหน้าร้อนผ่าว
อยากอยู่ในอ้อมกอดของกันและกัน
ในอ้อมกอดอุ่นของคิบอม มีเขาซุกตัวอยู่ในนั้น
ฉันก็ได้แต่ฝัน....
.
ความรู้สึกเย็นๆ ยามมันถูกประคบลงบนสิ่งร้อน นอกจากความเย็นจะลดลงอย่างรวดเร็ว จนต้องบิดชุบน้ำอีกครั้ง จึงเอาขึ้นมาประคบใหม่ แม้จะทำอยู่หลายรอบ อุณหภูมิในตัวยังไม่มีทีท่าจะลดลง คนบนเตียงเปิดเปลือกตามอง แล้วก็หลับต่อเพราะพิษไข้
“ไข้นายลดลงแล้วล่ะ ซีวอน” ฮยอกแจปล่อยให้ซีวอนหลับสนิท โดยไม่ไปกวนอีก ฮยอกแจออกมานั่งห่างๆ แต่ก็ไม่ไกลจากเตียงมากนัก เขาไม่ใจร้ายพอที่จะปล่อยคนป่วยทิ้งไว้คนเดียว สายตาหยุดอยู่ที่ใบหน้าซีวอน ที่บางครั้งก็เพ้อออกมาเพราะพิษไข้
น้ำอุ่นๆไหลลงมาทางหางตา แม้ว่าจะซับมันด้วยแขนเสื้อจนหมด แต่อีกสักพักก็ต้องทำแบบเดิมอีกเป็นรอบที่สอง
“ฮึก..ฮึก....”
ซีวอนกำมือเข้าหากัน พอมีสติที่จะมารับรู้ว่าเพื่อนที่แสนดีอย่างฮยอกแจ ตอนนี้กำลังจะขาดใจตาย เพราะแรงสะอื้น
ทรมาน...เขารู้ว่ามันทรมาน
เจ็บปวดจนหายใจไม่ออก
ความรู้สึกนี้มันทำให้รู้ตัว ว่าอันที่จริงอาการนี้มันกำเริบเสิบสานขึ้นจนใกล้จวนเจียนจะขาดใจ..ที่หายใจเข้าออกอยู่ได้ทุกวัน ไม่รู้สึกรู้สากับความเป็นจริงที่เชือดเฉือนพื้นที่ที่เหลือของตนนั้น เพราะอะไรล่ะ
โง่ที่ไปรัก..หรือ...รักจนโง่งม
“ฮยอก..แจ..” เสียงสั่นพร่าของซีวอนกำลังเรียก ฮยอกแจลุกเข้าไปหาทั้งๆ ที่น้ำตายังไม่หยุดไหล สองมือยกขึ้นปาดลวกๆ ไม่ใส่ใจ
“มีอะไรเหรอ..”
“นายจะร้องไห้...มากไปแล้ว”
ฮยอกแจทรุดขาลง ตัวกดลงกับเตียง น้ำตาพรั่งพรูออกมาจากหน่วยตาเรียว ร้องไห้จนเจ็บตา ปวดไปหมด ร่างกายที่ฝืนก็ยังตามใจเขา ซื่อตรงต่อหัวใจเหลือเกิน เจ็บทีไร มันก็ไหล..ทุกครั้ง
“ทำยังดี...ซีวอน ฉันทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว” เสียงหวานสั่นพร่า
“งั้น..ก็เลิก..กับคิบอมซะ”
“ซีวอนก็รู้..ฉันทำไม่ได้” ฮยอกแจสั่นหัวน้อยๆ
“ก็แค่ตัดเขาออกไป....นายทำได้...แต่นายไม่คิดจะทำ” ซีวอนข่มเสียงไม่ให้สั่น ......มองฮยอกแจร้องไห้จนเผลอหลับไป
“RR~R”
โทรศัพท์ดังขึ้น คนที่นั่งดูทีวีกึ่งหลับกึ่งตื่นสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันควัน วูบตื่นขึ้นมาเห็นคังอินเดินไปหยิบโทรศัพท์ของเขาที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาชูให้เห็น เขาเลยต้องพยักเพยิดให้คังอินรับสายแทน
“ฮัลโหล..อื้อ ฮยอกแจเหรอ โอเคๆ ได้ เดี๋ยว”
ตอนแรกที่ได้ยินว่าเป็นฮยอกแจ คยูฮยอนอยากจะเปลี่ยนไปรับสายแทนเหลือเกินนัก
คังอินเอาโทรศัพท์ไปไปให้อีทึกที่อยู่ในห้องอย่างเร่งด่วน ก่อนที่หัวหน้าวงอย่างอีทึกจะเดินออกมาบอกทุกคนให้เปลี่ยนชุด เพื่อไปเยี่ยมไข้ซีวอน ที่ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาลแล้ว
คยูฮยอนหันไปสบตากับคิบอมที่เดินเข้าไปเปลี่ยนชุด กับทงเฮ ฝ่ายนั้นทำสีหน้าไม่เชิงจะต่อว่าซะทีเดียว
อิจฉาล่ะสิที่ซีวอนมีฮยอกแจคอยประคบประหงมอยู่ แล้วคิดว่าตัวเองอิจฉาเป็นคนเดียวรึไง
“ไปกันเถอะคยู” คังอินเรียก หลังจากเขาหลบมาเปลี่ยนชุดเสร็จเรียบร้อยแล้ว
“ครับ..ฮยอง”
“ซีวอน ถึกๆ อย่างนายเนี่ย ยังป่วยได้ แล้วผอมแห้งแบบฉัน คงไม่รอดสินะ” ทงเฮมาถึงก็เข้าไปกระเซ้าเย้าแหย่คนบนเตียงที่นอนหน้าซีดขาว เรียกรอยยิ้มให้กับคนอื่นๆ ได้นักล่ะ ฮยอกแจคลี่ยิ้ม กวาดสายตามองไปยังสมาชิกทุกคน ทงเฮ คิบอม ชินดง ฮันเกิง ฮีชอล ซองมิน แล้ววนกลับมาหาหนึ่งคนที่กำลังปรามให้ทงเฮเงียบลง ให้สมาชิกคนอื่นๆ ได้เข้าไปพูดคุยกับซีวอนที่ไข้เริ่มจะลดลงแล้วพอสมควร
ความโกรธของคยูฮยอนเมื่อเช้า หายไปหมดแค่เห็นสภาพของซีวอนตอนนี้ ก็มีแต่ความห่วงใย ที่ฉายชัดออกมาทางสายตาคูนั้น ฮยอกแจมองแล้วลอบถอนใจ กลัว...กลัวคนอื่นๆ จะเห็น แต่ซีวอนก็ยังวางเฉยได้ ก็พอคลายความกังวลไปบ้าง..
“พี่อีทึก พี่คังอิน คยู พี่เย แล้วก็อุค ไปซื้อของเยี่ยมไข้น่ะ” ซองมินบอกฮยอกแจให้เสร็จสรรพ เขาทั้งสองนั่งคุยกันอยู่ที่เก้าอี้ ห้องแบบพิเศษเนื้อที่ในห้องจึงค่อนข้างกว้างพอจุคนทั้งวงไม่ให้อึดอัดได้
ไม่นานพี่อีทึกก็กลับมาพร้อมคนอื่นๆ เขากำลังเบลอจัดเพราะความง่วง จึงเผลอหลับไปก่อน บนโซฟาในห้องนั่นเอง
“คงเหนื่อยมากสินะเนี่ย...”
รู้สึกตัวอีกทีก็เห็นหน้าคมอยู่เหนือหน้าตนไม่เท่าไหร่ อาการเพลียและสลึมสะลือจะค่อยๆ หายไป เมื่อรู้ว่ากำลังใช้ตักใครเป็นหมอนรองหนุนหัว เอาเป็นว่าคิบอมน่ะ กำลังชะโงกหน้าเข้ามาหา ดูว่าเขาตื่นเต็มตารึยัง ตาที่เพิ่งจะเปิดออกก็ต้องปิดลงอีกครั้ง เผยอปากรับไออุ่นที่รดลงมาบนหน้าตน
หน้าแดงเด้งตัวออกมาจากตัก เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตนเองอยู่ที่ไหน ฮยอกแจลนลานขึ้นนั่ง จึงได้เห็นสักทีว่าเหลือแค่เขา คิบอม และซีวอนเท่านั้นที่อยู่ในห้องตอนนี้
“คิบอม คนอื่นๆ ล่ะ”
“ทำงาน” คิบอมตอบสั้นๆ ตาคมหันมามอง ฮยอกแจเบนสายตาหนี อับอายเมื่อหันไปมองดีๆ ซีวอนที่เขาคิดว่าหลับอยู่ กำลังมองอยู่ เขาอ่านออกว่าฝ่ายนั้นกำลังดุ เพราะยอมคิบอมแบบนี้ไง ถึงความจะแตกเอาง่ายๆ
“คิบอม เรายังคุยกันไม่จบ” เสียงทุ้มห้าวของซีวอนเอ่ยขึ้น ระหว่างที่เขาหลับ สองคนนี้คุยอะไรกัน..
“อย่าทำกับฮยอกแจแบบเมื่อกี้อีก”
ฮยอกแจเข้าใจในทันที ที่ซีวอนกำลังพูดให้คิบอมเลิกยุ่งกับตนเอง ซีวอนจะบีบให้คิบอมยอมเลิกกับทงเฮ เพื่อมาหาเขา
“นายมายุ่งอะไร ซีวอน นี่มันเรื่องของฉัน กับ ฮยอกแจ”[/B]
ซีวอนยันตัวขึ้นนั่ง ไข้ที่ค่อยๆ ลดลงส่งผลทำให้เขาค่อยๆ อาการดีขึ้นอย่างรวดเร็ว
“รึนายอยากให้ทงเฮรู้”
คำขู่ของซีวอนทำให้คิบอมหมดคำพูดที่จะมาเถียงหมดลงไปในทันที คิบอมเลิกต่อปากต่อคำ ฉวยมือเขาจับไว้ให้เดินออกจากห้องไปด้วยกัน
คิบอม..นายไม่ควรจะทำแบบนี้เลยจริงๆ
ลิฟท์ในโรงพยาบาลเลื่อนต่ำลงเรื่อยๆ และเปิดออกอีกทีเมื่อมันถึงชั้นล่างสุด ปุ่มปิดถูกกดโดยไว เมื่อเห็นคนที่นั่งอยู่ด้านหน้ารีบ ซึ่งกำลังก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือที่อยู่ในมือ ไม่ทันสนใจลิฟท์ที่เปิดออก และพอเงยหน้าขึ้นมาอีกที ก็จะคงไม่รู้ต่อไป
รายการวิทยุของคังอินที่ทงเฮไปออกกับ KRY เสร็จเร็วขนาดนี้เลยเหรอ....
คิบอมเดินนำฮยอกแจออกจากลิฟท์มายังอีกชั้นหนึ่ง ที่ค่อนข้างเงียบ ชั้นนี้ส่วนใหญ่จะเปิดให้บริการในยามกลางวัน
แค่จะมาหาที่เงียบๆ คุย ไม่ทันคิดว่าจะบังเอิญอะไรขนาดนี้ ฮยอกแจรีบปล่อยมือคิบอมออก คังอินที่นั่งหน้าเครียดอยู่ตรงบนเก้าอี้ที่ถูกจัดไว้ให้สำหรับเป็นที่นั่ง คังอินก้มหน้าอยู่ตลอดเลยไม่ทันเห็นมือที่คลายออกจากกัน
“เป็นอะไรเหรอครับพี่ ทำไมถึงมานั่งอยู่ที่นี่คนเดียว”
ฮยอกแจ คิบอมนั่งลงข้างๆ คังอิน ฝ่ายคังอินก็คงคิดไม่ตก จะเล่าให้ฟัง หรือไม่ดี แล้วเรื่องที่คังอินกำลังกลุ้มใจ เขาจะพอเดาได้หรือไม่..
“คยูเขา..แปลกๆ”
“เขาแปลกยังไงเหรอครับ” คิบอมถามต่อ ฮยอกแจกลั้นใจในคำตอบต่อไปที่จะได้ยิน
“เหมือนมีอะไรปิดบัง...พี่คิดว่าพี่เข้าใจเขามากที่สุด แต่บางทีพี่ก็ไม่รู้เลย ว่าน้องเขาคิดอะไรอยู่ พี่ไม่รู้จะทำยังไง ตอนนี้พี่ยิ่ง...รู้สึก เหมือนน้องเขากำลังปิดกั้นพี่”
คำเหล่านั้นกระแทกกระทั้นเข้ามาในอกของฮยอกแจ ยังกับเป็นเรื่องของตนเอง
“พี่คงคิดมากไปเองก็ได้นะ”
แค่มาเห็นพี่คังอินต้องทรมานเพราะเรื่องที่ซีวอนกับเขาตั้งใจจะปิดบังไว้ ยิ่งรู้สึกผิด ไม่อยากให้ใครต้องมาเจ็บปวดเลย....
ฮยอกแจรู้ตัวดีว่าตนเองทั้งอ่อนแอ และเปราะบาง แค่ไหน... เขารู้สึกถึงสายตาที่มองเขากับคิบอมแปลกๆ ของพี่คังอิน ฮยอกแจร้อนรน อยากจะปรึกษาเรื่องนี้กับซีวอน เดี๋ยวนี้เลย ความกังวลมันสุมร้อนในอก แทบไม่กล้าสบตากับคิบอมอีก กลัวว่าจะถูกทงเฮจับได้
กังวล เวลาทงเฮหันมาหา กลัวว่าจะรู้ กลัวทุกอย่างเปลี่ยนไป.....
“อ่าส์ งั้นคืนนี้ ไอ้ไก่ก็นอนเฝ้านายอ่ะดิซีวอน”
ซีวอนยิ้มแย้ม ให้เยซอง หันไปสบตาฮยอกแจที่นั่งอยู่ข้างๆ ด้วยความรัก?
“ฉันว่านายน่ะ อยู่เป็นเพื่อนฉันดีกว่ามั้ง จะได้ให้ฮยอกแจกลับไปพักผ่อนมั่ง”
“เฮ่ย ให้ชั้นอยู่กับนายเนี่ย โอ้ ไม่เอาๆ” เยซองร้อง ส่ายหน้า เสียงหัวเราะครืนใหญ่ดังไปทั่วห้อง
“ที่ซีวอนพูดมันก็ใช่นะ ฮยอกแจดูเหนื่อยๆ...เอางี้ เดี๋ยวฉันอยู่กับซีวอนเอง” อีทึกอาสา อยู่เป็นเพื่อนซีวอน สมาชิกในวงรีบยกมือขึ้นห้ามเป็นการด่วน ใครล่ะจะทนดูหัวหน้าวงที่ทำงานมากกว่าคนอื่น ต้องมารับหน้าที่เพิ่มอีก
“พี่ ผมล้อเล่นน่า ผมอยู่เองได้ครับ” เยซองรีบแย้งขึ้นเป็นการด่วน สมาชิกในวงคนอื่นๆ คราวนี้ขันอาสาเป็นการใหญ่
“ไม่เป็นไรๆ พี่อยู่ได้” อีทึกก็ยังคงยืนกรานเหมือนเดิม
“เดี๋ยวผมอยู่เป็นเพื่อนเองครับ”
จนเมื่อมีเสียงหนึ่งแย้งขึ้นมา ทุกคนหันไปมอง นานๆ ทีจะได้เห็นน้องเล็กของวงออกเสียงกับคนอื่นบ้าง
“พี่อีทึกมีงานเยอะไปแล้วครับ ไหนจะเป็นพิธีกร ไหนจะจัดรายการวิทยุ พี่เยซองก็มีงานอัดรายการ คนอื่นๆ ก็ต่างคนต่างมีงานเยอะ ไหนๆ ผมก็ว่างกว่า ให้ผมช่วยเถอะนะ”
เจอแบบนี้เข้าไป ก็ไม่มีใครขัดได้สิ เข้าใจพูดแบบนี้ แล้วใครจะไม่รัก...ลองเจอคยูฮยอนอาสาด้วยเหตุผลที่ฟังขึ้นแบบนี้ คังอินมีเหรอจะขัดได้ ก็ต้องตามใจน้องเล็กอยู่แล้ว
ซีวอนเห็นคังอินซ่อนสายตาหึงหวง เป็นการมองอย่างชื่นชมได้อย่างแนบเนียน คยูฮยอนไม่ทันระแวง เพราะสายตามัวแต่มองมาที่เขา
ฮยอกแจส่งยิ้มมาให้แบบรู้ทัน มองคยูฮยอนแบบชื่นชมในความเจ้าคิด หาโอกาสมาเข้าใกล้ซีวอนจนได้ ซีวอนยิ้ม..
เขาควรจะมีความสุข ควรจะดีใจใช่ไหม?
เขายังไม่ได้คุยกับคยูฮยอนเลยสักคำ ด้วยโอกาสที่มันไม่เอื้ออำนวย ด้วยความรู้สึกแปลกๆ เวลามองไปที่ร่างเพรียวกับคังอิน ความแปลก...ที่เกิดขึ้น มันคือความกังวลไม่ใช่แค่รู้สึกไปเองแค่ชั่วครั้งคราวแล้วจางหายไป แต่มันติดอยู่ที่หน้าอก มันตรึงทุกความคิดเขาให้ด้านชา
เพระมันไม่เคยเกิดขึ้นกับเขา....
การเทคแคร์ดูแลคยูฮยอน ไม่เคยเกินขอบเขตที่ตั้งไว้ ฉะนั้น ความรู้สึกที่เกิดขึ้นแม้เพียงนิดเดียว เขาก็ต้องเอะใจ ไม่ปล่อยให้ความรู้สึกนี้หายไป
เกิดอะไรขึ้นตอนนี้ คังอินรู้แล้วใช่ไหม....
ซีวอนเอนตัวลงนอนเมื่อคยูฮยอนปิดไฟหัวเตียงให้ ไฟที่สว่างในห้อง เหลือเพียงแค่ไฟหน้าห้องน้ำเพียงดวงเดียว หรือว่าควรจะปิดให้หมดดี?
ไฟหน้าห้องน้ำปิดลงในเวลาต่อมา......พร้อมกับร่างเพรียวที่ก้าวขึ้นมาบนเตียง น้ำหนักฟูกที่ยวบลง ความมืดมิดที่เกิดขึ้น แต่ตาวาวพราวระยับก็ยังคงเด่นชัดในความมืด
“ประตูห้อง..”
“อื้อ..ล็อกแล้ว”
คยูฮยอนโอบรอบคอเขา คำพูดคำจาหายไปกับจูบที่แลกเปลี่ยนกันอย่างอ้อยอิ่ง เขาตรึงร่างนั้นไว้ใต้อาณัติ แสงไฟจากประตูหน้าห้อง มันยังไม่ทำให้ความระแวงลดลง สถานที่บนเตียงถูกลากต่ำลง...ผ้าห่มพื้นใหญ่ปูลงบนพื้นข้างเตียง เขาค่อนข้างแน่ใจ ถ้ามองจากด้านนอกก็จะเห็นแค่เขาที่เหมือนคลุมโปงหลับไป
เขาวางแผนไว้อย่างรอบคอบ ไม่อยากให้บทรักของเขาและคยูฮยอนที่เพิ่งจะเริ่มขึ้น ถูกขัด...
ลิ้นกระหวัดกันอย่างเร่าร้อน เสื้อผ้าหลุดออกจนเหลือแต่ผิวกายเปลือยถูไถผิวเนื้อ คยูฮยอนก้าวขึ้นคร่อม เอวบางขยับ จนมันขย่มอยู่บนตัวเขา เสียงครางสั่น สติจะหลุดลอยด้วยความสุขสม ต่างคนต่างยั้งอารมณ์กันไม่อยู่อีกต่อไป...
อยากลืมไปให้หมด ทุกสิ่งทุกอย่าง………….
ซีวอนกลับมาร้องเต้นได้ตามปกติหลังออกจากโรงพยาบาล หลังฟื้นจากการป่วยก็กลับมาซ้อมอย่างมุ่งมั่น ยิ่งตารางทัวร์ที่ออกมาแน่นอนแล้ว ซีวอนยิ่งต้องกระตือรืนร้น เอาเวลามาทุ่มเทให้กับการทำงานให้มากขึ้น จะได้หยุดคิดว้าวุ่นเรื่องอื่นๆ
ฮยอกแจก็เช่นกัน เขาแทบจะไม่เห็นฮยอกแจแอบมาร้องไห้ให้เห็นอีก ดูเข้มแข็งขึ้นจนน่าแปลกใจ คิบอมกับทงเฮก็ยังคงรักกันดี เหมือนเช่นทุกวัน ทงเฮจะดูไม่วางตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของคิบอมมากเหมือนแต่ก่อน
ส่วนเขาก็ยังคงเหมือนเดิม.....
คอนเสิร์ตครั้งแรกของพวกเขา มีแต่รอยยิ้มกับความสนุกสนานที่ตั้งใจจะมอบมันให้กับเอลฟ์ทุกคน สมาชิกทุกคนต่างทุ่มเทกับมันมาก อะไรที่คิดว่าสามารถเรียกรอยยิ้มมาจากเอลฟ์ได้ เขาทำให้หมด การกอดเล็กๆ น้อยกับเพื่อนร่วมวงดูเหมือนจะเรียกเสียงกรี๊ดได้ดีจากเอลฟ์ ยิ่งโดยเฉพาะเขากับฮยอกแจ..แค่ยืนชิดกันก็มีเสียงตะโกนให้กอดอยู่ตลอดเวลา
คยูฮยอนเฝ้ามองอยู่ห่างที่สุด....เลือกที่จะอยู่ห่างเข้าไว้ แม้จะไปเล่นหยอกล้อกับคนอื่นๆ บ้างก็ตาม กับคยู...เขาจะต้องบังคับตัวเอง ไม่ให้เข้าไปใกล้ฝ่ายนั้น มากเกินไป จนเผลอไปจับมือฝ่ายนั้นเข้าให้....ซีวอนรีบปล่อย ตาหวานเชื่อมที่ส่งมาให้ เขาต้องรีบเมินหนี
คยูฮยอนโกรธที่เขาทำอย่างนั้น....เขาไม่มีสิทธ์หนี
สายตาคาดโทษ พร้อมบทลงโทษเขาคือการไปยืนใกล้ๆ ฮีชอลแล้วหอมเข้าไปที่แก้ม
แต่บทลงโทษที่ทำให้แทบจะทรุดไปกับพื้นเวที เสียงกรี๊ดดังกระหน่ำลั่นหู ภาพคังอินโอบคยูแล้วดึงเข้าไปหามันสะเทือนไปทั้งร่าง
ความจริงที่เจ้าของหัวใจคยูฮยอนตั้งใจบอกเขา ตื่นเสียทีกับความโง่งมจมปลักอยู่กับความรัก ที่ไม่มีวันเติบโต ยอมรับความจริงได้แล้วซีวอน...
ซีวอนรีบเดินเข้ามาหา หลังจากที่คยูฮยอนส่งเมล์เรียกให้ลงมาหาที่หลังตึก ใบหน้าสวยซีดเผือด เขารีบไปตระคองโอบคยูฮยอน
"เอามือออกไป"
คยูสะบัดมือหนี เขายิ่งไม่เข้าใจ ก็ยังคงอยากจะจับไว้ อยากถามให้รู้เรื่องว่าเกิดอะไรขึ้น
"ปล่อย..."
"บอกให้ปล่อย" เสียงตวาดแรงพอที่จะทำให้คนที่กำลังรุ่มร่ามยกมือขึ้นอย่างจำยอม
“ฮยองเขารู้แล้ว เขารู้เรื่องของเราแล้ว”
ซีวอนตัวชา ความจริงที่ทุ่มใส่อย่างไม่คาดฝัน แววตาโกรธเคืองเขา และสายตาต่อว่า นั้นทำให้ปากเขาขยับไม่เป็นคำพูด แค่จะถามว่าเกิดอะไรขึ้น มันก็ยากเกินไป
“ซีวอน....” ร่างบอบบางของฮยอกแจร้องห่มร้องไห้วิ่งเข้ามาหา คำตอบนั้นพรั่งพรูออกมาจากปากบางหมด
“พี่คังอิน...พี่คังอินเขาเห็นคิบอมกับฉัน...พี่คังอินเขาเห็นคิบอมกับฉันจูบกัน...ตั้งแต่ที่โรงพยาบาลแล้ว”
เขาโอบร่างฮยอกแจให้หยุดสะอื้น ทั้งๆ ที่มือไม้สั่น
“ฉัน..ฉันถูกคิบอม......บอกเลิกตั้งนานแล้วล่ะซีวอน...ฉันไม่กล้าบอกนายเอง....มันช็อก มากๆ นายเข้าใจ..ใช่ไหม...แต่ฉันก็เพิ่งรู้ ที่คิบอม.....ไม่มายุ่งกับฉันอีก เพราะพี่คังอิน...เขาไปขู่เรื่องนี้ไว้..”
น้ำตาฮยอกแจไหลพรั่งพรู เล่าออกมาแล้ว แทบไม่เหลือเรี่ยวแรงอีกต่อไป ตาสวยช้ำแดงจากการร้องไห้ ก่อนจะหมดสติไปทันใด
“ฮยอกแจ!!” ซีวอนร้อง มือรับร่างที่อ่อนยวบลงไว้ หยิบมือถือได้ก็โทรหาคิบอมอย่างเร่งด่วน คิบอมรับโทรศัพท์แล้ว เขาก็ต่อว่า และรีบเรียกให้คิบอมลงมาหาฮยอกแจอย่างด่วนที่สุด
เสียงทงเฮตะโกนแว้ดๆ เข้ามาในสาย
‘ถ้าหากคิบอมเลือกที่จะมาหาฮยอกแจ เรื่องระหว่างเราก็จบ’
ทางเลือกที่โหดร้ายมาอย่างไม่ทันให้ตั้งตัว
ดวงใจของเขา คยูฮยอนเข้ามาช่วยประคองฮยอกแจลงกับม้านั่ง ไม่ทันไรคิบอมก็มาอุ้มฮยอกแจด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ซีวอนซึ้งใจกับการกระทำของคิบอมมาก
นายเลือกฮยอกแจ....ใช่ไหม
“อย่าทำให้เขาร้องไห้อีกนะคิบอม”
คิบอมไม่ตอบ อุ้มฮยอกแจไปอย่างร้อนรน
จะเหลือก็แต่เขากับคยูฮยอน เขาเรียกสติให้กลับคืนมาได้อย่างยากเย็น มือเอื้อมไปโอบรอบเอวบาง เชยคางให้ฝ่ายนั้นหันมาหา
“ฮยองเขารู้เรื่องหมดแล้ว...เรื่องที่โรงพยาบาล...เขาก็รู้”
“ทำไม...คังอินรู้ได้ไง”
“ฉันบอกเขาไปเอง….ฮยองสงสัยตั้งแต่เห็นสองคนนั้นจูบกันแล้ว”
เขาพร้อมจะเผชิญทุกอย่าง จริงๆ..เพื่อคยูฮยอน เขายอมได้ทุกอย่าง
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น...ได้ทั้งหมด
แต่ไม่มีอะไร....ที่ทำให้....เจ็บได้เจียนตาย เท่ากับการหักหลังของคนที่เรารัก
เขากำลังถูกทอดทิ้ง...ให้เดียวดาย กับภาพลวงของความสุข
“เราจบกันได้แล้วซีวอน ปล่อยให้ผมอยู่กับพี่เขา”
เสียงเย็นชาสุดขั้วหัวใจ คังอินมองอย่างตะลึง ภาพคยูฮยอนที่แสนงดงาม เด็กซื่อๆ บ๊องๆ ที่แสนจะขี้อ้อนแตกสลายลง ความจริงและตัวจริงอยู่ตรงหน้า และกำลังสั่งให้ซีวอนออกไปจากทางชีวิตของเด็กคนนี้ หัวใจรวดร้าวไปทั้งดวง ความจริงที่สองคนนี้ร่วมใจหลอกเขามาตลอด มันกระจ่างขึ้นตอนนี้เอง
เขาน่าจะดีใจนะ ที่คยูฮยอนเลือกเขา แล้วทำไมรู้สึกแย่แบบนี้
“พอได้แล้ว...คยู”
ร่างบางสะดุ้งกับเสียงที่ได้ยิน ไม่อยากหันไปก็ต้องหัน สายตาที่กำลังมองมาอย่างตัดพ้อ เสียใจ ผิดหวังกับเขาอย่างมากที่สุด
“ฮยอง..” น้ำเสียงอ้อนแบบทุกที อย่าเลย..พอเหอะ ไม่อยากเป็นคนโง่ ถูกหลอก ถูกตีหน้าซื่อใส่ อีกต่อไป
“เราคงมีความสุข มากใช่ไหม...ที่หลอกพี่สำเร็จ”
คยูฮยอนสั่นหัว ตาพร่าเลือน เข้ามา
“พี่คงโง่มากสินะ...” คังอินหรุบตามองต่ำ หลีกเลี่ยงที่จะสบตาด้วย สะบัดแขนหนีมือที่เข้ามาเกาะให้พ้นออกไปจากการเกาะกุม หันหลังให้ แล้วรีบเดินหนี
ร่างโปร่งทรุดลงกับพื้น ปล่อยโฮ ร้องโวยวายให้คังอินหันกลับมาหาตน
ซีวอนแหงนหน้ามองฟ้าที่กำลังมืดลง....หัวเราะ....คนโง่ตัวจริงกำลังกอดปลอบใจ จูบซับน้ำตา โอบกอดบาดแผลที่เกิดขึ้นบนหัวใจคยูอยอน
เขาไม่รู้จริงๆ ว่ามันถูกรึเปล่า ที่ทำไปทั้งหมด
จนถึงตอนนี้...ไม่รู้เลย
ถ้าผมเป็นคุณ...... ผมจะรักตัวผมเองไหม....คำตอบ....ไม่รู้
ถ้าคุณลองมาเป็นผม........
แล้ว...คุณลองช่วยตอบคำถามนี้ที
คุณรักผู้ชายคนนี้รึเปล่า....คยูฮยอน?
End
โอ้มายก็อด~! อยากลงไปดีดดิ้นกับพื้น กว่าจะคลอดภาคต่อออกมาได้ ช่างยากเย็นแสนเข็น เวลามันบีบรัดชอบกล ฟิคค้างหลายเรื่องตีกันมั่วไปหมด แต่สุดท้ายก็แต่งเรื่องนี้ออกมาเสร็จก่อน ด้วยความรักในคยูไก่หมดใจ โฮะๆ แอบไปกรี๊ดกร๊าซกับแฟนมีตเมื่อวันที่ 9 มากับเขาด้วยอ่ะ
ฟิคดำเนินมาถึงขั้นที่ว่า จบ...แต่ก็เหมือนจะไม่จบ ถ้าให้ต่อก็ยังต่อได้ แต่มันก็เกิดคำถามว่า แล้วเมื่อไหร่จะจบ มันเหมือนต่อออกไปได้อีก ยาวออกไปได้เรื่อยๆ ดังนั้นก็เลยอยากจะถาม ว่าควรจะทำเป็นฟิคยาวดีไหม เพราะเนื้อเรื่องที่เป็นช็อตฟิค ฟีลแต่ละคนมันจะสั้น สั้นมาก มีแค่ซีวอนเดินเรื่องก็เร่งสุดสปีด แทบจะไม่ได้ใส่ฟีลของคนอื่นๆ เลย แต่อีกใจก็ไม่อยากทำ เพราะยังอยากคงอารมณ์ของช็อตฟิค ไว้เต็มๆ แล้วที่สำคัญที่สุด ไรท์เตอร์เองค่ะ ไม่มีวินัยพอที่จะตอบได้เต็มปากเต็มคำว่าจะต่อไหวแค่ไหน...ไม่รู้จะพีคอีกเมื่อไหร่ ถึงจะรัวคีย์บอร์ดต่อเรื่องนี้ได้ มัวป่วงได้อีกจริงๆ
เอาเป็นว่า ถ้ามีภาคต่อ จะรีบนำมาลงค่ะ ตอนนี้ขอไปพักก่อน ^^
เอ่อ....
อ่านแล้วก็ทิ้งเมนท์ไว้สักหน่อยจิ ขอบคุณสำหรับคอมเมนท์ฟืคในหน้าเก่าๆ ^^
กำลังใจแต่งต่อก็คือคนอ่านและเมนท์ ทั้งนั้น
เอาเหอะ.....นอยยยยย
edit @ 15 Mar 2008 00:30:28 by เรียว~ฮยอก
edit @ 15 Mar 2008 01:15:30 by เรียว~ฮยอก
edit @ 15 Mar 2008 01:20:08 by เรียว~ฮยอก
edit @ 15 Mar 2008 01:28:45 by เรียว~ฮยอก
edit @ 15 Mar 2008 01:36:04 by เรียว~ฮยอก
edit @ 15 Mar 2008 03:02:29 by เรียว~ฮยอก
เหอๆ
