::TiTle:: Pink*Pink
::Couple:: Bummin,wonkyu,Hanhyuk
::Author:: R~Y~O
::Rate::: G
::Part::: PINK*3 Hanhyuk Story
::Talk::: สุขสันต์วันแห่งความรักนะคะ
ตลอดชีวิต การผูกพันกับใครสักคนมันเป็นเรื่องที่แสนพิเศษ
เรื่องโรแมนติก....
เรื่องเศร้า.......
เรื่องของความสุข...
ความรักสร้างให้ทุกสิ่งที่เราต้องการ . .
.
Pink*Pink : Ver 3 HanHyuk
.
.
.
.
เราจะเป็นเพื่อนกันตลอดไป.....
ได้ยังไง
ฉันไม่ยอม!
“ไอ้ผู้ชายเฮงซวย ออกไปจากบ้านกูเดี๋ยวนี้นะ”
“ฮยอกแจ แหม เลิกกันไม่ทันไรขึ้นกูขึ้นมึงเลยนะ”
“เออ กูจะพูด มึงออกไปเดี๋ยวนี้เลย อย่าให้กูเรียกคนมาลาก
“ไม่ต้องไล่กู กูไปแน่”
เสียงตะคอกใส่กันดังก้องเข้ามาถึงในห้องพัก เขาจะไม่ใส่ใจเลย ถ้าหากว่าหนึ่งในนั้น ไม่ใช่เสียงของคนที่เขารัก ร่างสูงลุกขึ้นจากที่นอน เปิดประตูห้องออกไป คนที่อ้าปากตะโกนไล่ฝ่ายนั้นปาวๆ บัดนี้กลับมีแต่หยาดน้ำตาเต็มสองแก้ม
“ฮันเกิง..มันตบฉัน” ร่างบางแนบมือลงกับแก้มช้ำ รอยแดงเป็นปื้นปรากฏเด่นชัด รอยช้ำบนแก้มขาวเนียน ยิ่งเห็นได้ชัดเจน ไม่อยากนึกภาพยามที่ร่างบางถูกทำร้ายด้วยน้ำมือของคนอื่น
“น้ำตา เสียไปกี่ครั้ง.......ไม่เคยพอ” ฮันเกิงเข้ามาป้ายน้ำตาออก
“เลิกกับมันน่ะดีแล้ว”
ฮยอกแจเจ็บระบบ รวดร้าวหัวใจ ยิ่งไปสั่งให้ต่อมน้ำตาทำงานหนักขึ้น ตาพร่ามัวไม่ทันเห็นคนสูงกว่าโน้มคอลงมาหา พอรับรู้ถึงไออุ่นของลมหายใจ ปากก็ถูกปิดแนบสนิท...เนิ่นนาน
“เพราะงั้น.........นายอย่าร้องไห้อีกนะ”
ฮันเกิงแนบจูบลงที่หน้าผากกว้าง แขนฮยอกแจไวเท่าความคิด รีบผลักตัวออกจากอ้อมกอดที่โอบตัวเขาไว้
ฮยอกแจวิ่งตัวปลิวเข้าไปในห้องของตน ใจเต้นระส่ำ สมองตื้อตัน คิดอะไรไม่ออก นอกจากสัมผัสอุ่นบนแก้มและหน้าผาก นอกจากนั้น สติดูเหมือนจะคุมไม่อยู่เอาซะเลย น้ำตาแห่งความเสียใจยังคงไหลเอ่อ แต่ไอ้อาการใจเต้นระส่ำไปด้วยนี่ มันยังไง? มันจะสับสนไปไหม
“มีอะไรเรียกได้” ฮันเกิงมายืนตะโกนโหวกเหวกอยู่หน้าประตู ฮยอกแจอยากจะขอบคุณเหมือนปกติ แต่ว่า ถูกรุกใส่ขนาดนี้ เขายังคงปรับตัวไม่ถูก
“ให้ฉันปลอบนายก็ได้นะ ไม่ต้องร้องไห้คนเดียวด้วย”
“แต่ค่าปลอบ แพงหน่อยนะ ฮยอกแจ”
ไอ้บ้า!!!!
นั่นแหละ สิ่งที่ฉันไม่คิดจะทำล่ะ..
คนฉวยโอกาส!!!!
เขาลืมไป..อารมณ์เสียใจ เลยปล่อยเนื้อปล่อยตัว เผลอให้คนมือไวปลอบ แล้วไง ก็เปลืองเนื้อเปลืองตัวแบบนี้ไง
ฮยอกแจหน้าแดงด้วยความเขิน ไม่ทันคิดว่าฮันเกิงจะจูบตน สีหน้าเคร่งขรึม คนไม่ค่อยพูด แต่พออ้าปากพูดทีนี่ กินใจทุกคำ!!
รู้อยู่แล้วว่าฮันเกิงต้องออกมาปลอบ เหมือนทุกทีที่มีปัญหาทะเลาะกับแฟน แต่ว่าคราวนี้การปลอบ มีการคิดราคาด้วยการเก็บค่าปลอบแพงเกินไปหน่อยไหม!
เออ ยอมรับว่าตัวเองผิดก็ได้
รู้อยู่แล้วว่าฮันเกิงมีใจให้...แล้วยังจะ....ทำแบบนี้อีก
ก็ปกติมันก็เป็นแบบนี้นี่ มันบ่อยจนชินไปแล้ว
เจ็บทีไร ก็ให้ฮันเกิงปลอบ
เขาอยากให้ฮันเกิงเป็น เพื่อนที่แสนดี ไม่ได้รึไง?
ดอกไม้สีหวานเรียงรายสองข้างทาง ตลอดสองฝั่ง ฮยอกแจมองด้วยความสงสัย กว่าจะคิดออกว่าวันนี้วันอะไร หน้าก็แทบจะไปชนป้าย Happy Valetineday ป้ายใหญ่เบอเร่อป้ายหนึ่ง ที่วางโฆษณาอยู่หน้าร้านค้า ทางเดินไปมหาลัยวันนี้แตกต่างกว่าทุกวัน บรรยากาศคึกคักของคนรอบข้าง ไม่ได้แทรกซึมเข้าไปอยู่ในอารมณ์ของฮยอกแจบางเลยแม้แต่น้อย
หม่น..เศร้า..เซ็ง !
ทุกอย่างรวมกันมากจนอารมณ์บูดสนิท
ผ้าพันคอเอย หมวกเอย สารพัดชิ้นที่จะมาปิดบังรอยช้ำบนใบหน้าของเขาได้ คนที่เจ้ากี้เจ้าการทำให้ก็คือคนที่เดินตามหลังมาตลอดทาง คอยดูแลก็จริง..แต่บางทีก็แสนจะจู้จี้ ขี้บ่น ขืนเอามาเป็นแฟนสิคงขยับตัวไม่ได้เลยล่ะมั้ง
เลิกกับแฟนก่อนวันวาเลนไทน์หนึ่งวัน ดีไหมล่ะ แล้วยังโดนฝากรอยช้ำไว้เต็มหน้าก่อนจากอีก ดีที่เขาก็ไวพอตัว ข่วนหน้าไอ้บ้านั่นเป็นแผลพอตัวเหมือนกัน แต่ฮันเกิงคงไม่หันเห็นแผลที่เขาฝากไว้ ถ้าเห็น คงจะสงสารมัน! แล้วซ้ำเติมเขาเป็นแน่!
ฮยอกแจเดินเรื่อยเปื่อย ตาไปสะดุดอยู่กับแผ่นหลังของคนๆ หนึ่ง ทรงผมที่คุ้นตาทำให้ไม่ลังเลที่จะเข้าไปทัก
“พี่คยูฮยอนครับ”
คนถูกเรียกที่ยืนมองของตรงหน้า หันมาหาคนเรียกทันใด
“ฮยอกแจ..ฮันเกิง”
หลังจากคยูฮยอนคลี่ยิ้มทักทาย ฮยอกแจก็ไปยืนมองของที่คยูสนใจตาวาว ช็อกโกแลตหลายกล่องวงเรียงอยู่บนชั้น บรรจุอยู่ในกล่องหรู และกล่องที่อยู่ในมือของคยูฮยอนมีตั้งห้ากล่อง
“รุ่นพี่กะให้สาวๆ กี่คนครับเนี่ย”
เจ้าตัวคลี่ยิ้มน้อยๆ แล้วส่ายหน้า
“ซื้อไปให้ครอบครัวหรอก”
“ผม...ไม่...เชื่อ”
คำพูดล้อๆ ของรุ่นน้อง โดยไม่คิดอะไร คนฟังก็พยายามที่จะไม่คิดอะไรตามไปด้วย สายตาของฮยอกแจนั้นก็ยังคงยิ้มยังกับรู้ทัน ถึงความจริงที่ปิดซ่อนไว้
“คนที่อยู่เบื้องหลังของหัวใจของรุ่นพี่ เขาคงสำคัญมากเลยสินะครับ”
หลังจากฮยอกแจ นั้นก็ก้มหน้าเลือกช็อกโกแลตมากล่องหนึ่งอย่างไม่คิดอะไร ส่วนคยูฮยอนก็ได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ
“จะไปพูดหยอกพี่เขาทำไม สนุกนักเหรอ”
ฮยอกแจหันมาดุฮันเกิงด้วยสายตา ....อยู่เงียบๆ ไว้ก็ดีอยู่แล้วนะ ...
“คนสำคัญน่ะ แค่ช็อคโกแลตไม่พอหรอกครับ มันต้องนี่...กุหลาบอีกสักดอก” ฮยอกแจเอื้อมไปคว้ากุหลาบจากในตระกร้ามาให้คยูฮยอนสักดอก แม้คยูฮยอนจะปฏิเสธแล้วก็ตาม
“บังคับพี่เขาทำไมเล่า” ฮันเกิงหยิบดอกไม้ออกจากมือฮยอกแจ เสียเวลาอยู่กับร้านขายของอยู่นานสองนาน เพราะคนนึงเอาดอกไม้ไปเก็บ ส่วนคนนึงจะเอาดอกไม้มาให้ แย่งยื้อกันอยู่นานจนกุหลาบดอกนั้นเหี่ยวคามือของทั้งคู่ สุดท้ายก็กลัวเจ้าของร้านว่า จำต้องซื้อกุหลาบเหี่ยวๆ นั้นกลับมาด้วย
กลีบกุหลาบถูกบรรจงเด็กออกจากก้านทีละดอกทีละดอก ฮยอกแจเฝ้ามองมือยาวบรรจงวางกลีบกุหลาบลงบนกระดาษหนังสือฟิสิกส์เล่มโต แอบหยิบหนังสือฟิสิกส์ออกมาจากชั้นหนังสือตู้ใหญ่ ในห้องฟิสิกส์ที่มักจะเอาไว้ใช้เรียนทฤษฎี เลยค่อนข้างจะเงียบยามไม่มีคน
“ตกลงเราจะทับมันไว้ในหนังสือแบบนี้เหรอ”
“ไม่เคยทำล่ะสิ แค่สองอาทิตย์ เดี๋ยวมันก็แห้งแล้ว” ฮันเกิงยิ้มกับใส่ตาช่างสงสัยของฮยอกแจ เมื่อกลีบสุดท้ายวางลงกระดาษ ฮันเกิงก็ปิดหนังสือลง ทับดอกกุหลาบทั้งหมด
“ถึงตอนนั้นเดี๋ยวฉันเอาไปทำที่คั่นหนังสือให้ ดีไหม?”
“ฉันเคยเห็นแต่ของสำเร็จแล้ว ไม่เคยทำ คงจะสวยดีเนอะ”
“แล้วเคยทำอะไรเป็น”
“เพี๊ยะ!”
แขนฮันเกิงถูกมือสวยฝาดเข้าเต็มๆ หน้าเข้มทำสายตาดุ แต่ก็ไม่ว่าอะไร ให้อภัยได้อยู่แล้ว ก็ค่าตี เขาเรียกเก็บแพงหน่อยละกัน
‘หมับ’
ฮันเกิงรวบเอวฮยอกแจเข้ามาประชิดตัว
“เฮ้ย!” ฮยอกแจง้างหมัด ได้แค่ตั้งท่า ปากสวยถูกปิดเงียบเรียบร้อย ปากอุ่นครอบปิดคำพูดแรงๆ ที่คิดว่าจะกร่นด่าเขาออกมาเป็นคำหยาบคายไว้หมด ปลายลิ้นอุ่นไล้เลียรอบริมฝีปากนุ่ม แม้ฮยอกแจจะดิ้นหนีก็ถูกรวบศรีษะไม่ให้ขยับไปไหน ปากงับเล็มริมฝีปากล่างบน ดุนดันให้ปากเล็กเผยอออก ฮยอกแจเม้มปากไว้ ถึงงั้นก็ไม่ยากเกินกว่าความสามารถในการจูบของฮันเกิงนักหรอก
มือหนึ่งจับศีรษะ อีกมือก็ล่นต่ำ ลุกรานเบื้องล่าง จุดอ่อนไว้ถูกรุมเร้ามาก ฮยอกแจเผยอปาก เสียงครางหลุดหายไปกับจูบอันดูดดื่มที่ฮันเกิงมอบให้
รู้สึกว่าตั้งแต่ถูกขโมยจูบไปเมื่อวาน ก็เปิดช่องว่างให้ขึ้นเยอะเลยนะไอ้บ้าฮยอกแจ!
ฮยอกแจด่าตัวเอง กว่าที่ฮันเกิงจะยอมผ่อนแรง เขาก็หมดลมหายใจ อยู่ในอ้อมแขนแกร่งแบบหมดท่า เห็นฮันเกิงตัวบางพอๆ กับเขา ไม่ทันคิดว่าต้องระวังตัวให้มากน่ะสิ
พอฮันเกิงปล่อยมือจากตัวฮยอกแจเท่านั้นล่ะ ร่างบางก็ตัวปลิว เคลื่อนย้ายตัวเองไปยืนติดผนังอย่างเร่งด่วน เสื้อหลุดออกจากกางเกงหมด เพราะใครวะ!
“ไอ้บ้าฮันเกิง ไอ้คนฉวยโอกาส ไอ้เชี่ยเอ๊ย!” คำหยาบคายหลุดปากบางออกมาได้นิดหน่อย ฮันเกิงก็ยกมือขึ้นห้าม คำต่อๆ ไปที่คาดว่าจะหลุดออกมาอีกเพียบ
“โอเค ฉันขอโทษฮยอกแจ”
“ไม่ต้องขอโทษเลย กูไม่รับ” ฮยอกแจขึ้นคำหยาบด้วยอารมณ์พาไป หรือว่ามันจะแรงมากจนฮันเกิงรับไม่ได้ ทั้งๆ ที่ปกติก็ได้ยินอยู่ทุกวัน หน้าขรึมเดินก้มหน้าออกไปที่ประตูโดยทันที
“ชั้นเป็นฝ่ายเสียหายเว้ย!!” ฮยอกแจโวยตามหลังฮันเกิงไป ประตูที่เปิดคาไว้ค่อยๆ แง้มปิดลง เหลือเพียงเขาคนเดียวในห้อง
อารมณ์เสีย!!!
ในห้องแลป ฮยอกแจยืนล้างขวดทดลองที่อ่างล้างอุปกรณ์เพียงคนเดียว โดยมีเสียงกระแทกโครมครามดังอยู่เป็นระยะ ด้วยความชำนาญส่วนตัวรึไง ขวดทดลองทั้งหมดก็ยังคงสะอาดเอี่ยมอ่อง อยู่ปกติทุกขวด
คยูฮยอนเห็นอาการของฮยอกแจ หน้าบูดหน้าบึ้งตลอดเวลาตั้งแต่เริ่มทำแลปยันจบ นึกเป็นห่วง เข้ามาช่วยเก็บหลอดทดลองและบรรดาขวดทั้งหมดใส่เข้าไปในตู้ด้วย แม้ว่าจะชวนคุย ฮยอกแจก็หน้าบึ้งอยู่แบบนั้น ไม่มีรอยยิ้มหลุดออกมาจากเรียวปากบางแม้แต่นิด
คนสุดโต่งแบบนี้ เก็บอารมณ์มักไม่ค่อยเป็น มีอะไรก็แสดงออกมาหมด คยูฮยอนไม่นึกเกร็งเวลาเข้าใกล้ ก็แน่ล่ะสิ ที่บ้าน...ก็มีคนแบบเดียวกันอยู่
ไม่อยากจะนึกถึง...
คยูฮยอน ฮยอกแจ ต่างคนต่างเปลี่ยนชุดกลับมาเป็นชุดเดิมของตนแล้ว โบกมือล่ำลาเพื่อนๆในชุดแลปใหญ่ จากนั้นจึงเดินลงมาจากตึกพร้อมๆ กัน จนออกมาหน้ามหาวิทยาลัย ผ่านร้านค้าสองข้างทาง บรรยากาศชื่นมื่นในตอนเย็น เริ่มมีคู่รักหลายๆ คู่ออกมาเดทกันในวันนี้ ท้งสองคนต่างอยู่ในบรรยากาศหดหู่ ได้แต่มองตามด้วยความอิจฉาน้อยๆ
“รุ่นพี่ หิวยัง หาอะไรกินเหอะ ก่อนกลับ”
“อื้ม ก็ดีนี่” คยูฮยอนตอบตกลง ทั้งสองคนจึงระเห็จตัวเองจากข้างทาง เข้ามานั่งในร้านอุ่นๆ พร้อมสั่งเมนูอาหารมาคนละชุด
คยูฮยอนยกข้อมือขึ้นมาดูนาฬิกาอยู่บ่อยครั้ง ตั้งแต่เริ่มทานจนปริมาณอาหารค่อยๆ ลดลง และหมดอย่างรวดเร็ว ฮยอกแจต้องเอ่อยปากถามด้วยความปากไว และขี้สงสัย
“นัดกับแฟนไว้เหรอฮะ?”
คยูส่ายหน้า ตอบเลี่ยงๆ ไป
“จะกลับบ้านตะหาก”
“งั้นทำไมไม่รีบกลับล่ะครับ เย็นมากแล้วนะ” ฮยอกแจยกแก้วน้ำขึ้นมาดื่ม ขณะรอคำตอบจากคยูฮยอน
“พี่ไม่อยากกลับไปเร็วๆหรอก....ช้าที่สุด เท่าไหร่ยิ่งดี” คยูฮยอนตอบ นัยน์ตาเหม่อลอย คิดถึงบางสิ่งบางอย่าง ที่ฮยอกแจย่อมไม่มีทางรู้
คยูฮยอนคิด..ถึงน้องชายคนที่สาม ซีวอน ใจมันทุรนทุราย ด้วยความทรมาน เพราะเป็นน้องชายสายเลือดเดียวกัน ทำให้ต้องห้ามตัวเองไว้ ส่วนที่เรียกร้องหาจะขาดใจ มันเต้นเร่าๆ อยู่ในอก
น่าสมเพชตัวเองถึงเพียงนี้
“ยิ่งใกล้...ยิ่งทรมาน
ขออยู่ห่างๆ เป็นดีที่สุดแล้ว”
คำพูดเลื่อนลอย...เหมือนแค่บ่นๆ ให้มันผ่านหูคนฟังเล่น แต่ผ่านตรงเข้าไปในอกเล็กอย่างง่ายได้
แปลกดีเนอะที่เขารู้สึกเหมือนพี่คยูฮยอนเด๊ะเลย
ไม่อยากเจอ..ไม่รู้จะทำยังไง เคยมีที่ไหน ปกติเขาเป็นฝ่ายโกรธ ไม่ใช่ถูกโกรธ!
ทำตัวไม่ถูกแล้ว...
“ก็เห็นหน้ากันอยู่ทุกวัน แล้วทำไมไม่คิดจะรัก?”
“ความรักมันบังคับกันได้เหรอ?”
“แล้วไม่เคยสะกิดใจบ้างเลยเหรอ ฉันคิดกับนาย...เกินเพื่อนนะ”
“ไม่เคย ก็เพื่อนกันนี่นา ฉันคิดกับนายแค่เพื่อนน่ะ....”
.
.
ห้องมืดเพราะคนในห้องไม่คิดจะกดสวิทต์เปิด เครื่องปรับอากาศส่งเสียงร้องเพียงอย่างเดียว แอร์เย็นเฉียบส่งผลให้คนในห้องครึ่งหลับครึ่งตื่นจนโทรศัพท์ในกระเป่าเสื้อส่งเสียงร้องและสั่นอย่างน่ารำคาญ
ถ้าไม่ใช่ฮยอกแจน่ะ เขารับหมด!
เผอิญว่าใช่ น่าดีใจไหม?
ฮยอกแจที่รักโทรหา ทำไมไม่รับล่ะ
เดี๋ยวก็ถูกโกรธหนัก
คนมันมีแผน....
แผนมันก็ต้องใช้ความอดทนสักหน่อย เพื่อคนที่รักก็ทนสักหน่อย กับรักข้างเดียว ไม่มีทางเกินเพื่อน ฮยอกแจบอกเขาไว้เอง แล้วไอ้ที่ตามดูแลอยู่ทุกวัน เขาขอร้องรึ ก็ไม่ใช่ เพราะใจมันอยากจะทำทั้งนั้น ไม่อยากให้คลาดสายตา เป็นห่วง หวง แค่คลาดสายตาก็จะเป็นบ้าได้ทุกเมื่อ จะมีใครหรือไม่มี เขาก็...จะขาดใจ
ยิ่งถ้าฮยอกแจไม่มีใครแบบตอนนี้ การคอนโทรนตัวเองให้อยู่ในขอบเขต ไม่เฉียดมือไม้เข้าหาเจ้าตัว มันคงทำได้ยากยิ่ง ขอโทษที่ห้ามใจไม่อยู่ ถ้ามันทำได้ง่าย ฉันคงตัดใจได้ตั้งแต่แรกแล้ว
ฮันเกิงลุกจากที่นอน ไปดูผลงานของตนเองที่เก็บไว้ในตู้เย็น ถาดใส่เค้กช็อกโกแลตขนาดสองปอนด์ กลิ่นหอมน่าลิ้มลองเป็นที่สุด
กลับมาสักที...ฮยอกแจ ของขวัญวาเลนไทน์ ที่อุตส่าห์เก็บไว้กะเซอร์ไพรส์ให้ มันจะเน่าคาตู้เย็นซะก่อน
ฮันเกิงนั่งรอเวลาที่ร่างบางเพรียวจะกลับมาที่ห้อง นั่งอยู่ในห้องนานๆ ไม่ไหว จำต้องไปดักรออยู่ที่หน้าประตูห้อง จนแล้วจนเล่าก็ไม่มีวี่แววของฮยอกแจ อีกไม่กี่นาที เข็มสั้นจะเวียนไปหยุดที่เลขสิบแล้ว ดึกเกินไปไหม ฮันเกิงต้องคว้าโทรศัพท์กดโทรออกอย่างเร่งด่วน
“มีอะไร” ปลายสายกดรับด้วยน้ำเสียงอารมณ์เสีย
“ทำไมไม่กลับบ้าน”
“ก็ไม่อยากกลับ”
“ฉันรออยู่”
“ใครใช้ให้รอ”
ก่อนจะได้ทันโต้เถียงกัน ก็มีเสียงพี่คยูฮยอนแทรกขึ้นมาทางปลายสายก่อน
“ฮยอกแจไปเที่ยวบ้านพี่ เราไม่ต้องเป็นห่วงไปนะ”
“อะไรนะครับพี่ ฮยอกแจตามพี่ไปเหรอครับ” ฮันเกิงจะเรียบเรียงคำพูดไม่ถูกแล้ว นี่แค่เขาไม่รับโทรศัพท์ หนีไปยังบ้านพี่คยูฮยอนเลยเหรอเนี่ย
“ก็ยังไม่ทันไปหรอก อยู่ที่สถานีรถใต้ดิน”
“ทิ้งฮยอกแจไว้นั่นเลยนะครับพี่ เดี๋ยวผมรีบไป” ฮันเกิงตัดบท ไปจัดการล็อกห้องได้แล้วก็ตรงไปยังสถานีรถไฟใต้ดินทันใด
.
.
“ฉันเอง....ก็มีใจให้นาย ไม่ใช่แค่มันที่จะมีสิทธิ์รักนายได้ ”
“แล้วไง แต่ฉันเป็นคนเลือกนี่ ฉันมีสิทธิ์ที่จะเลือก”
.
.
ฮยอกแจไขประตูเข้าห้องฮันเกิง แล้วปิดกระแทกใส่คนที่เดิมตามเข้ามา ฮันเกิงเอามือยันไว้ได้ แล้วก็ปิดประตูห้อง สั่นหัวกับความดื้อดึงของคนฮยอกแจ หน้าบูดสนิท ถูกเขาบังคับให้กลับมาที่ห้องโดยไม่เต็มใจ
“โกรธ แล้วมาห้องฉันทำไม”
ฮยอกแจที่กำลังจะเดินไปเปิดทีวีก็ชะงักหยุด ฮันกลับมามองคนพูดด้วยสายตาเคือง
เออ ก็มันลืมตัว!
แต่พอจะออกฮันเกิงก็ยืนขวางอยู่หน้าประตู ฮยอกแจไม่อยากเสี่ยง ฝ่าออกไป รู้สึกไม่อยากเข้าใกล้ในระยะประชิดเท่าไหร่
“นายหลบไปสิ ฉันจะกลับห้องฉันแล้ว”
“ฉันไม่อยากให้กลับ”
ความหมายจากสายตาของฮันเกิง สื่อถึงความนัยให้ได้รู้ ฮยอกแจเม้มริมฝีปาก เขาเคยปฏิเสธไปแล้วหลายครั้ง ฮันเกิงก็ไม่เคยฟัง แต่คราวนี้คำพูดแบบเดิมๆ ที่เคยใช้ ยากที่จะหลุดออกมา
เพราะว่ากลัวคนตรงหน้าเสียใจ หากบอกปัดไปคราวนี้ เขากลัว ทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิม
ไม่อยากให้เกินเพื่อน แต่ก็ไม่อยากให้ห่างไปไหน
สายตาลำบากใจของฮยอกแจ ฮันเกิงเห็น รู้ แล้วไง?
เคยรู้สึกอะไรบ้างไหม ถาม...นายจริงๆ ?
“ฮยอกแจจ๋า อยู่ในนั้นใช่ไหมจ๊ะ เปิดประตูให้ที่รักหน่อยสิ ผมขอโทษครับ ผมรักคุณนะฮยอกแจ”
เสียงตะโกนเรียกจากหน้าห้องฮันเกิง ตาสวยเต้นระริก บ่งบอกถึงอาการดีใจ แฟนมาง้อ ใครก็ต้องดีใจเป็นธรรมดา แม้จะบอกเลิกกัน แต่ถ้าใจยังคงผูกพันกันอยู่ ก็ตัดกันไม่ขาด
ฮันเกิงหลบออกจากหน้าประตู เบี่ยงตัวหนีคนตรงหน้า ยอมหลีกทางให้คู่รักมาเจอกันแล้ว ยืนคว้างอยู่กลางห้อง ได้ยินเสียงเปิดปิดประตู แล้วพยายามทำเป็นไม่สนใจ ไม่คิดอะไรมาก...เหมือนทุกครั้ง
ฮันเกิงหยิบเค้กออกมาจากตู้เย็น มีดยาวแบ่งเค้กออกเป็นชิ้นๆ ฮันเกิงหยิบเค้กช็อกโกแลตเข้าปาก รสชาติหวานปนขมและเค็มจากเค้กและน้ำตาตัวเอง
.
.
Happy Valentineday….
สำหรับคนที่ไม่สมหวังในรัก...
จงเข้มแข็งไว้....
อย่าโทษตัวเอง ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอก
ที่เขายังไม่มีใจให้ เพราะเขายังมองไม่เห็นความจริงใจของคุณ
ความรัก....บางทีมันก็ต้องใช้เวลา
พรหมลิขิตไม่เข้าข้างวันนี้ ก็ต้องมีสักวัน...
ผมรักคุณฮยอกแจ........
ผมรักคุณ
ผมรักคุณ
ผมรักคุณ
ผมรักคุณ
ผมรักคุณ
ผมรักคุณ
ผมรักคุณ
ผมรักคุณ
ผมรักคุณ
ผมรักคุณ
ผมรักคุณ...........................
End
รันทด ฮันฮยอกเรื่องแรกก็ทรมานป๋าซะแล้ว
โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
เสียใจนะเนี่ย
T^T
ภาพกุ๊กกิ๊กกันในซุปเปอร์โชว์
น่ารักมิ?
อยู๋ในช่วงสอบ งดลงฟิคดีกว่า!! เหนื่อย!!!!!
อยากอ่านฟิคน่ารัก หนุกๆ รีเครสเมนไก่ได้มะ?
หรือไม่ก็วอนคู้ว มีมะ?
คยูเมะก็ได้แหม่ -*- มีเหอะ คยูมินนี่ อิอิ
edit @ 27 Feb 2008 12:38:38 by R~Y~O !^w^!
